ประชาสัมพันธ์
ประชาสัมพันธ์

ประชาสัมพันธ์ (98)

ข่าวประชาสัมพันธ์กิจกรรมทางพระพุทธศาสนา

๑๑ ม.ค. ๒๕๕๕
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

ผู้แทนทูลกระหม่อมฯ​ มีกำหนดร่วมพิธีปิดป่าเปิดงาน "นมัสการรอยพระพุทธบาทเขาคิชฌกูฏ" และสวดมนต์เฉลิมพระเกียรติ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง-ราชินี ประจำปี ๒๕๕๕…

๑๑ ม.ค. ๒๕๕๕
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

วัดบวรนิเวศวิหารเตรียมจัด “งานสมโภช ๑๗๕ ปี วัดบวรนิเวศวิหาร” ชวนประชาชนร่วมสร้างกุศลเสริมสิริมงคลรับปีพุทธศักราชใหม่ ๒๕๕๕ บูชาสักการะพระพุทธรูปสำคัญของชาติ และสิ่งมงคลคู่แผ่นดินภายในวัดบวรนิเวศวิหารทั้ง ๙ แห่ง ร่วมพิธีสมโภชพระเกศรัศมีทองคำลงยาราชาวดีพระพุทธชินสีห์ ร่วมเขียนบัตรถวายพระพรพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พร้อมชมการแสดงนาฏศิลป์ชั้นสูงและการแสดงพื้นบ้านต่าง ๑๑-๑๔ ม.ค. นี้

๑๑ ม.ค. ๒๕๕๕
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า จากการประชุมร่วมกับพระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) เพื่อหารือแนวทางในการจัดกิจกรรมวันวิสาขบูชาโลก พ.ศ. ๒๕๕๕ เนื่องในปีพุทธชยันตี ครบรอบ ๒,๖๐๐ ปี แห่งการตรัสรู้ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ข้อสรุปในเบื้องต้นว่า เนื่องจากในปี ๒๕๕๕ จะเป็นปีครบ ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ดังนั้นจึงควรจัดงานอย่างยิ่งใหญ่ ซึ่งทางรัฐบาลจะรับเป็นเจ้าภาพ และกำหนดเป็นวาระแห่งชาติ

๑๑ ม.ค. ๒๕๕๕
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงประทานพระวรธัมโมวาท เนื่องในโอกาสวันเด็กแห่งชาติ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ดังมีใจความต่อไปนี้

วันสำคัญอีกวันหนึ่งของชาติ คือวันเด็กแห่งชาติ ที่ผู้ใหญ่คือคณะรัฐมนตรีประกาศยอมรับความสำคัญของวันเด็ก ด้วยการให้จัดเฉลิมฉลองเป็นประจำทุกปีในวันเสาร์ที่สองของเดือนมกราคม

๒๓ ธ.ค. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ประทานพระโอวาทวันขึ้นปีใหม่ พุทธศักราช ๒๕๕๕ ใจความว่า

ขออำนวยพรสาธุชนทั้งหลาย

ตามคตินิยมของคนไทยทั่วไป เมื่อปีเก่าผ่านไปปีใหม่กำลังจะมาถึง ต่างก็ปีติยินดี เพราะเป็นช่วงเวลาที่มีความหมายว่า รอบปีหนึ่งของชีวิตได้ผ่านพ้นไปโดยสวัสดีมีสุข เป็นเหตุให้ชีวิตผ่านพ้นมาถึงปีใหม่อันจะเป็นรอบใหม่ของชีวิต ที่ทุกคนต่างมุ่งหวังและปรารถนาที่จะให้ดำเนินไปด้วยความสวัสดีมีสุขยิ่งๆ ขึ้นไป

๒๕ พ.ย. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

พระคาถาถวายพระพรชัยมงคล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔

พ.ย. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

ชาวเมืองแพร่อาลัย “พระมหาโพธิวงศาจารย์” มรณภาพสงบด้วยโรคชรา ระหว่างรักษาอาการอาพาธที่ร.พ. ในเมืองเชียงใหม่ เผยเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการต่อเมืองแพร่ ทั้งในด้านการเผยแผ่พระศาสนา การศึกษา และสาธารณูปการ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมือง

เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๒ พ.ย. ที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อ.เมือง จ.แพร่ นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้นำหัวหน้า ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน และศิษยานุศิษย์ เข้ากราบศพพระมหาโพธิวงศาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ อดีตที่ปรึกษาคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช หลังมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๘.๓๙ น. วันเดียวกัน ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ระหว่างเข้าพักรักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ สิริอายุ ๙๕ ปี พรรษา ๗๕ สำหรับพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพจะมีขึ้นในวันที่ ๓ พ.ย. เวลา ๑๕.๐๐ น.

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสารมหาเถร) หรือหลวงปู่จี๋ของพุทธศาสนิกชนจังหวัดแพร่ นามเดิมว่า สุจี ขรวงศ์ เป็นบุตรนายฉลาดและนางผัน ขรวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะเส็ง ที่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลนาจักร อ.เมือง จ.แพร่ บรรพชา เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ วัดกาญจนาราม ต.นาจักร อ.มืองแพร่ จ.แพร่ และอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ณ วัดเดียวกัน

พระมหาโพธิวงศาจารย์ เริ่มการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดนาจักร จนสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๕ อันเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน และหลังจากบรรพชาแล้ว ได้ศึกษาทางธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและสำเร็จเปรียญธรรม ๓ ประโยค สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร

ต่อมาได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ การบริหารการศึกษา จากสถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ เนื่องจากมีความชำนาญในการเทศนา อ่านและเขียนภาษาล้านนาอย่างแตกฉาน นอกจากนี้ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาอีกหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

พระมหาโพธิวงศาจารย์ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีผลงานด้านการปกครองดูแล ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา สาธารณูป การและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ทำให้ท่านได้รับเกียรติคุณยกย่องจากหลายหน่วยงาน เช่น วัดพัฒนาดีเด่น รางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สาขาบริหารการศึกษา เกียรติบัตรจากกรมราชทัณฑ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ เป็นผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ สำหรับสมณศักดิ์นั้น ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนาม พระครูธรรมสารสุจิต พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระภัทรสารมุนี พระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชรัตนมุนี พระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิริยาภรณ์ พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมรัตนากร และพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่พระมหาโพธิวงศาจารย์

พระมหาโพธิวงศาจารย์เป็นพระเถระที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาและทรงคุณธรรมสูงยิ่ง มีความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นในการทำงาน มีน้ำใจเมตตากรุณา เสียสละกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังความคิด เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้ก้าวหน้า มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเองและหมู่คณะ มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าถึงจิตใจของประชาชน

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนา ผ่าน ข่าวสดออนไลน์

พ.ย. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีนโยบายส่งเสริมพัฒนาในเชิงยกระดับให้มีคุณภาพและมาตรฐานในการดำเนิน กิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยประสานแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้สำรวจและพิจารณาคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตาม ระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพื่อเสนอเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น

๑๔ ต.ค. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ฐานะประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯที่ประชุมได้หารือกันถึงประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพการ จัดประชุมวิสาขบูชานานาชาติปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่ครบรอบ ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยมีประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ๒ ประเทศคือ ศรีลังกาและไทย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานดังกล่าว เนื่องจากในปี ๒๕๕๕ นอกจากจะเป็นการถวายพุทธบูชาฉลอง ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้แล้ว ยังเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา โดยมีหัวข้อหลักในการประชุมคือ “พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ” ทั้งนี้มีกำหนดจัดในวันที่ ๓๑ พ.ค. ๕๕ และ วันที่ ๑-๒ มิ.ย. ๕๕ ณ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ และ พุทธมณฑล จ.นครปฐม

พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวต่อไปว่า ในที่ประชุมยังมีการรายงานด้วยว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางในการจัดตั้งสำนักงานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกขึ้นที่พุทธ มณฑล จ.นครปฐม ที่ประชุมจึงให้ข้อเสนอแนะไปยังนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า สิ่งที่ชาวพุทธนานาชาติต้องการคือให้สำนักงานดังกล่าวเป็นศูนย์ประสานงาน เชื่อมข้อมูลของชาวพุทธทั่วโลก ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการปกครอง และควรมีลักษณะเป็นศูนย์ทางด้านการศึกษาและปฏิบัติธรรม ควรมีการสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้พระสงฆ์นิกายต่างๆ สามารถมาจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมได้ ขณะเดียวกันต้องการให้มีการสร้างหอประชุมขนาดใหญ่ โดยผู้นำชาวพุทธนานาชาติยินดีที่จะช่วยหางบประมาณมาจัดสร้างด้วย.

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่าน ข่าวสดออนไลน์

ต.ค. ๒๕๕๔
เผยแพร่ใน ประชาสัมพันธ์

พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา ๙๘ ปี ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้จัดสร้างเหรียญคุ้มภัย ถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อประทานให้ประชาชนของพระองค์ ในวันคล้ายวันประสูติ

เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชทรงห่วงประชาชนซึ่งกำลังประสบภัยพิบัติต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะภัยน้ำท่วม ดังนั้น ในช่วงวันคล้ายวันประสูติจึงจะแจกเหรียญคุ้มภัยให้แก่ประชาชน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจยามบ้านเมืองมีภัยเช่นนี้ สำหรับเหรียญคุ้มภัยที่จะแจกให้ประชาชนในวันคล้ายวันประสูติปีนี้จะจัดสร้าง ทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ เหรียญ ลักษณะของเหรียญมีขนาดเท่ากับเหรียญ ๕ บาท ทำจากทองแดง ด้านหน้าเป็นรูปท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวัณ เป็นเทพผู้รักษาทิศเหนือ ทรงเป็นอธิบดีของพวกอสูรและภูตผี โดยโบราณถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง ที่มีหน้าที่ปราบปีศาจและยักษ์มารต่างๆ ซึ่งเป็นศัตรูต่อพระพุทธศาสนา และมีความสำคัญเด่นชัดว่าท่านเป็นเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติและโชคลาภ

พระราชรัตนมงคลกล่าวต่อว่า ส่วนด้านหลังของเหรียญจะเป็นยันต์พระรัตนตรัย ประกอบด้วยอักษรขอม ๓ ตัว คือ มะ อะ อุ ย่อมาจากคำภาษาบาลีว่า อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ อุตตะมัง ธัมมะมัชฌะคา มะหาสังฆัง ปะโพเธสิ อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง เป็นยันต์ที่มีความหมายว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นสิ่งสูงสุดปกป้องผู้เคารพนับถือบูชาให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงกล่าว คือ ให้ผู้บูชามีสติระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระสังฆราชทรงอยากให้ประชาชนชาวไทยมีขวัญกำลังใจและมีสติ ในการดำเนินชีวิตยามมีภัยเช่นนี้ "สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชจะนำเหรียญคุ้มภัยให้พุทธศาสนิกชนที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ๙๘ ปี ระหว่างวันที่ ๑-๓ ตุลาคม ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร นอกจากนี้ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชจะนำเหรียญประทานสมเด็จพระสังฆราชไปมอบให้ แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามภูมิภาคต่างๆ ด้วย"

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่าน ข่าวสดออนไลน์

หน้า 1 จาก 10