โดยมีนายชาติชาย สุทธิกลม อธิบดีกรมราชทัณฑ์ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส โดยได้จำนวนเงินจากการทอดผ้าป่าในครั้งนี้จำนวนหกแสนบาท ทั้งนี้ สำหรับโครงการสร้างพระอุโบสถดินดังกล่าว สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์ในการก่อสร้างพระอุโบสถดินแห่งแรกของเมืองไทย ซึ่งดำเนินการจัดสร้างขึ้นเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสครบ ๗ รอบ ๘๔ พรรษา
พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช กล่าวว่า ในการดำเนินการก่อสร้างพระอุโบสถดินครั้งนี้ จะมีการนำดินจากสังเวชนียสถาน ๔ แห่ง จากประเทศเนปาล และอินเดีย รวมทั้งดินจากพระสถูปโบราณสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จากเมืองตักศิลา ประเทศปากีสถาน เป็นส่วนผสมในการก่อสร้างเพื่อความเป็นสิริมงคล คาดว่าการก่อสร้างพระอุโบสถดินจะแล้วเสร็จประมาณเดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๔ นี้ และจะมีการอัญเชิญพระพุทธรูปหยก หน้าตัก ๙ นิ้ว จากประเทศอินเดีย ที่ได้รับประทานจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาประดิษฐานภายในพระอุโบสถดินด้วย
ที่มา : http://www.khaosod.co.th/view_news.php?newsid=TUROaWRXUXdNekkzTURZMU5BPT0
สมเด็จพระสังฆราชสร้างโบสถ์ดินแห่งแรกในไทย ชูต้นแบบวัดพอเพียงถวายในหลวง 84 พรรษา ทุนสร้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท
เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๔ พระราชรัตนมงคล สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ในฐานะที่ปรึกษาโครงการสร้างอุโบสถดิน ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ เปิดเผยว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงรับเป็นองค์อุปถัมภ์การสร้างอุโบสถดินแห่งแรกในประเทศไทย เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสเจริญพระชนมายุ ๘๔ พรรษา ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ ในพื้นที่บ้านห้วยยาง อำเภอโคกศรีสุพรรณ จังหวัดสกลนคร
โดยจะมีการสร้างอุโบสถ กุฎิ เจดีย์ ที่ทำจากดินทั้งหมด ซึ่งทางสำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จะนำดินจากที่สังเวชนียสถาน ๔ แห่ง จากประเทศเนปาล อินเดีย และดินจากพระสถูปโบราณสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช จากเมืองตักศิลา ประเทศปากีสถาน มาผสมเพื่อความเป็นสิริมงคลในการสร้างอุโบสถดินด้วย นอกจากนี้ สมเด็จพระสังฆราช ยังได้ประทานพระพุทธรูปปางสมาธิ ขนาดหน้าตัก ๙ นิ้ว ที่แกะสลักจากหินหยกที่ได้อัญเชิญมาจากประเทศอินเดีย เตรียมนำมาประดิษฐานเป็นพระประธาน เมื่ออุโบสถสร้างเสร็จแล้วอีกด้วย
พระราชรัตนมงคล กล่าวต่อไปว่า สำหรับอุโบสถดิน จะมีขนาดกว้าง ๗ เมตร ยาว ๑๕ เมตร จะจุพระได้ไม่น้อยกว่า ๕๐ รูป โดยจะใช้งบประมาณจัดสร้างไม่เกิน ๑ ล้านบาท ส่วนกุฎิดินจะจัดสร้าง ๒ หลัง ราคาหลังละไม่เกิน ๑ แสนบาท ซึ่งแรงงานที่จะนำมาจัดสร้างจะเป็นผู้ต้องขังในเรือนจำที่กำลังจะพ้นโทษที่ผ่านการอบรมการฝึกอาชีพก่อสร้างบ้านดินของกรมราชทัณฑ์ มาร่วมจัดสร้างเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระสังฆราช และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำความดีให้สังคม
อย่างไรก็ตาม ตนและพระครูสังฆสิทธิกร หัวหน้าฝ่ายศาสนวิเทศ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชนำคณะอธิบดีกรมราชทัณฑ์ ได้ลงพื้นที่จังหวัดสกลนครสำรวจพื้นที่และประชุมร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ในการดำเนินโครงการดังกล่าวแล้ว โดยทางจังหวัดสกลนครเห็นว่า วัดป่าพุทธนิมิต เป็นวัดกรรมฐาน สายหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ปัจจุบันมีพระครูปลัดสมบัติ อาภัสสโร เป็นเจ้าอาวาส ในพื้นที่ ๑๔ ไร่ ๗๐ ตารางวา เหมาะที่จะสร้างอุโบสถดินมากที่สุด
“อุโบสถดิน และศาสนสถานที่ สมเด็จพระสังฆราช ทรงสร้างถวายพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว จะเป็นไปตามแนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยจะให้วัดดังกล่าวเป็นต้นแบบของการสร้างอุโบสถอย่างพอเพียง ไม่เกิน ๑ ล้านบาท เพราะปัจจุบันมีการสร้างพระอุโบสถในราคาสูง ๑๐ ถึง ๑๐๐ ล้านบาท แต่ไม่คุ้มค่าประโยชน์การใช้สอย เพราะบางวัดมีพระจำพรรษาเพียงแค่ไม่กี่รูป และสอดคล้องกับแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่ทรงเน้นให้สร้างวัดแบบประหยัดและคุ้มค่าจากการใช้งาน” ที่ปรึกษาโครงการฯ กล่าว
พระราชรัตนมงคล กล่าวอีกว่า พื้นที่ที่จะจัดสร้างอุโบสถดิน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดอ่างเก็บน้ำห้วยโท ห้วยยาง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ทรงให้ความสำคัญกับพื้นที่ดังกล่าว ไม่ว่าจะเป็น การสำรวจพื้นที่ การดูแลการจัดสร้าง พร้อมเปิดดำเนินการด้วยพระองค์เอง พร้อมกับเชิญคณะทูตานุทูตมาร่วมเป็นสักขีพยานในการเปิดอ่างเก็บน้ำเมื่อวันที่ ๓๐ พฤศจิกายน ๒๕๓๒ ซึ่งทำให้ประชาชนในพื้นที่ได้ชื่อว่า ยากจนที่สุดในจังหวัด จากความแห้งแล้ง ข้าวไม่พอบริโภค "ปัจจุบันพื้นที่นี้สามารถทำนาได้ปีละ ๒ ครั้ง และเป็นหมู่ที่มีรายได้จากการเพาะกล้าไม้ส่งขายปีละไม่ต่ำกว่า ๒๗ ล้านต้น"