๑๘๐๕๒๕๕๕

๑๙ ก.ค. ๒๕๕๔

สำนักพุทธฯ จัดงาน ๑๐๐ ปีสังฆราช

ให้คะแนนเนื้อหานี้
(1 คะแนนเสียง)
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช

เมื่อวันที่ ๑๒ ก.ค. นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เปิดเผยว่า ที่ประชุมมหาเถรสมาคม มีมติเห็นชอบโครงการสังฆราชบูชา พระชันษา ๑๐๐ ปี ตามที่สมเด็จพระวันรัต กรรมการมหาเถรสมาคม ในฐานะผู้อำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้เสนอต่อที่ประชุม

โดยมีสาระสำคัญเนื่องในมงคลสมัยที่สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จะทรงเจริญพระชันษา ๑๐๐ ปี ในเดือนตุลาคม ๒๕๕๖ นับเป็นอุดมมงคลที่คณะสงฆ์ทั่วประเทศและประชาชนทั้งหลาย ได้ร่วมกันถวายเป็นสักการบูชา ในการนี้มูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ พิจารณาเห็นว่าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี อันเป็นพระชาติภูมิของสมเด็จพระสังฆราช ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากกระทรวงสาธารณสุข เพื่อก่อสร้างตึกคนไข้ขนาด ๒๙๘ เตียง สูง ๘ ชั้น แต่ยังขาดทุนทรัพย์ในการจัดซื้ออุปกรณ์และเครื่องมือแพทย์ รวมทั้งค่าใช้จ่ายในการเตรียมบุคลากรคิดเป็นเงินจำนวน ๒๕๐ ล้านบาท มูลนิธิมหามกุฏฯ จึงสนับสนุนด้วยการจัดทำโครงการ "ตึก ๑๐๐ ปี สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก" เพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราช อีกทั้งเพื่อสาธารณ ประโยชน์แก่มหาชนสืบไป

นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า เมื่อความทราบถึงฝ่าละอองพระบาท สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จึงทรงพระกรุณารับเป็นประธานจัดหาทุน โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้มูลนิธิมหามกุฏฯ ดำเนินการ ทั้งนี้ ทรงมีพระราชปรารภและพระราชทานแนวทางการจัดหาทุนให้เป็นความเอื้อเฟื้อจากทุกภาคส่วน เปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วม โดยไม่มีการบังคับใดๆ ทั้งสิ้น ดังนั้น คณะสงฆ์จึงเห็นสมควรร่วมฉลองพระราชศรัทธา ด้วยการจัดโครงการสังฆราชบูชา พระชันษา ๑๐๐ ปี เป็นอนุโครงการที่ฝ่ายบรรพชิตจะได้ร่วมกัน ด้วยการให้แต่ละวัด หรือแต่ละกลุ่มคณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ผู้มีจิตศรัทธา ร่วมระดมทุนด้วยวิธีต่างๆ ตามความเหมาะสม เพื่อนำเงินสมทบทุนโครงการดังกล่าวให้เสร็จสมบูรณ์ เริ่มระยะเวลาตั้งแต่วันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๔ – วันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๕

"การดำเนินโครงการนี้ จะตั้งตู้รับบริจาคที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จ.กาญจนบุรี ตามวัดทั่วไปหรือองค์กรทางพระพุทธศาสนา รวมทั้งให้แต่ละวัดจัดตั้งกองผ้าป่า และจัดพิธีพร้อมกันทั่วประเทศ อย่างน้อยจำนวน ๒ ครั้ง คือ ในวันคล้ายวันประสูติ ในวันที่ ๓ ต.ค. ๒๕๕๔ ซึ่งถือเป็นปฐมฤกษ์โครงการ และวันที่ ๓ ต.ค.  ๒๕๕๕ ซึ่งเป็นวันเฉลิมฉลองปิดโครงการ เมื่อรวบรวมเงินทุนพร้อมบัญชีรายนามผู้บริจาคแล้ว ให้นำส่งเจ้าคณะจังหวัด เพื่อรวบรวมส่งเจ้าคณะภาค ก่อนนำส่งเจ้าคณะใหญ่ จากนั้น มหาเถรฯ จะได้นำส่งมูลนิธิมหามกุฏฯ เพื่อนำความกราบบังคมทูลรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อทรงทราบต่อไป" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติกล่าว

ที่มา : หนังสือพิมพ์ข่าวสด

แสดงความคิดเห็น