พระคาถาถวายพระพรชัยมงคล
พระคาถาถวายพระพรชัยมงคล แด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔
แพร่อาลัย มหาเถระ “หลวงปู่จี๋” มรณภาพ อายุ ๙๕ ปี
ชาวเมืองแพร่อาลัย “พระมหาโพธิวงศาจารย์” มรณภาพสงบด้วยโรคชรา ระหว่างรักษาอาการอาพาธที่ร.พ. ในเมืองเชียงใหม่ เผยเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการต่อเมืองแพร่ ทั้งในด้านการเผยแผ่พระศาสนา การศึกษา และสาธารณูปการ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมือง
เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๒ พ.ย. ที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อ.เมือง จ.แพร่ นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้นำหัวหน้า ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน และศิษยานุศิษย์ เข้ากราบศพพระมหาโพธิวงศาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ อดีตที่ปรึกษาคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช หลังมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๘.๓๙ น. วันเดียวกัน ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ระหว่างเข้าพักรักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ สิริอายุ ๙๕ ปี พรรษา ๗๕ สำหรับพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพจะมีขึ้นในวันที่ ๓ พ.ย. เวลา ๑๕.๐๐ น.
พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสารมหาเถร) หรือหลวงปู่จี๋ของพุทธศาสนิกชนจังหวัดแพร่ นามเดิมว่า สุจี ขรวงศ์ เป็นบุตรนายฉลาดและนางผัน ขรวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะเส็ง ที่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลนาจักร อ.เมือง จ.แพร่ บรรพชา เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ วัดกาญจนาราม ต.นาจักร อ.มืองแพร่ จ.แพร่ และอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ณ วัดเดียวกัน
พระมหาโพธิวงศาจารย์ เริ่มการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดนาจักร จนสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๕ อันเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน และหลังจากบรรพชาแล้ว ได้ศึกษาทางธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและสำเร็จเปรียญธรรม ๓ ประโยค สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร
ต่อมาได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ การบริหารการศึกษา จากสถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ เนื่องจากมีความชำนาญในการเทศนา อ่านและเขียนภาษาล้านนาอย่างแตกฉาน นอกจากนี้ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาอีกหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง
พระมหาโพธิวงศาจารย์ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีผลงานด้านการปกครองดูแล ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา สาธารณูป การและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ทำให้ท่านได้รับเกียรติคุณยกย่องจากหลายหน่วยงาน เช่น วัดพัฒนาดีเด่น รางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สาขาบริหารการศึกษา เกียรติบัตรจากกรมราชทัณฑ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ เป็นผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ สำหรับสมณศักดิ์นั้น ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนาม พระครูธรรมสารสุจิต พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระภัทรสารมุนี พระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชรัตนมุนี พระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิริยาภรณ์ พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมรัตนากร และพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่พระมหาโพธิวงศาจารย์
พระมหาโพธิวงศาจารย์เป็นพระเถระที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาและทรงคุณธรรมสูงยิ่ง มีความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นในการทำงาน มีน้ำใจเมตตากรุณา เสียสละกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังความคิด เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้ก้าวหน้า มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเองและหมู่คณะ มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าถึงจิตใจของประชาชน
ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนา ผ่าน ข่าวสดออนไลน์
พศ.ประกาศสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ๔๕ แห่ง ปี ๕๔
ตามที่สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้มีนโยบายส่งเสริมพัฒนาในเชิงยกระดับให้มีคุณภาพและมาตรฐานในการดำเนิน กิจการเผยแผ่พระพุทธศาสนา โดยประสานแจ้งสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด ให้สำรวจและพิจารณาคัดเลือกสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดที่จัดตั้งขึ้นตาม ระเบียบมหาเถรสมาคม ว่าด้วยสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๓ ซึ่งมีคุณสมบัติตามเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด เพื่อเสนอเป็นสำนักปฏิบัติธรรมประจำจังหวัดดีเด่น ประจำปีพุทธศักราช ๒๕๕๔ นั้น
ไทยเจ้าภาพจัดวิสาขบูชาโลกปี ๕๕
พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ฐานะประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯที่ประชุมได้หารือกันถึงประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพการ จัดประชุมวิสาขบูชานานาชาติปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่ครบรอบ ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยมีประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ๒ ประเทศคือ ศรีลังกาและไทย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานดังกล่าว เนื่องจากในปี ๒๕๕๕ นอกจากจะเป็นการถวายพุทธบูชาฉลอง ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้แล้ว ยังเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา โดยมีหัวข้อหลักในการประชุมคือ “พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ” ทั้งนี้มีกำหนดจัดในวันที่ ๓๑ พ.ค. ๕๕ และ วันที่ ๑-๒ มิ.ย. ๕๕ ณ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ และ พุทธมณฑล จ.นครปฐม
พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวต่อไปว่า ในที่ประชุมยังมีการรายงานด้วยว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางในการจัดตั้งสำนักงานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกขึ้นที่พุทธ มณฑล จ.นครปฐม ที่ประชุมจึงให้ข้อเสนอแนะไปยังนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า สิ่งที่ชาวพุทธนานาชาติต้องการคือให้สำนักงานดังกล่าวเป็นศูนย์ประสานงาน เชื่อมข้อมูลของชาวพุทธทั่วโลก ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการปกครอง และควรมีลักษณะเป็นศูนย์ทางด้านการศึกษาและปฏิบัติธรรม ควรมีการสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้พระสงฆ์นิกายต่างๆ สามารถมาจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมได้ ขณะเดียวกันต้องการให้มีการสร้างหอประชุมขนาดใหญ่ โดยผู้นำชาวพุทธนานาชาติยินดีที่จะช่วยหางบประมาณมาจัดสร้างด้วย.
ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่าน ข่าวสดออนไลน์
สังฆราช ประทานเหรียญสู้น้ำท่วม
พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เปิดเผยว่า เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเจริญพระชันษา ๙๘ ปี ๓ ตุลาคม ๒๕๕๔ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้จัดสร้างเหรียญคุ้มภัย ถวายแด่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อประทานให้ประชาชนของพระองค์ ในวันคล้ายวันประสูติ
เนื่องจากสมเด็จพระสังฆราชทรงห่วงประชาชนซึ่งกำลังประสบภัยพิบัติต่างๆ อย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะภัยน้ำท่วม ดังนั้น ในช่วงวันคล้ายวันประสูติจึงจะแจกเหรียญคุ้มภัยให้แก่ประชาชน เพื่อเป็นขวัญและกำลังใจยามบ้านเมืองมีภัยเช่นนี้ สำหรับเหรียญคุ้มภัยที่จะแจกให้ประชาชนในวันคล้ายวันประสูติปีนี้จะจัดสร้าง ทั้งหมด ๓๐,๐๐๐ เหรียญ ลักษณะของเหรียญมีขนาดเท่ากับเหรียญ ๕ บาท ทำจากทองแดง ด้านหน้าเป็นรูปท้าวกุเวรหรือท้าวเวสสุวัณ เป็นเทพผู้รักษาทิศเหนือ ทรงเป็นอธิบดีของพวกอสูรและภูตผี โดยโบราณถือว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่ง ที่มีหน้าที่ปราบปีศาจและยักษ์มารต่างๆ ซึ่งเป็นศัตรูต่อพระพุทธศาสนา และมีความสำคัญเด่นชัดว่าท่านเป็นเจ้าแห่งทรัพย์สมบัติและโชคลาภ
พระราชรัตนมงคลกล่าวต่อว่า ส่วนด้านหลังของเหรียญจะเป็นยันต์พระรัตนตรัย ประกอบด้วยอักษรขอม ๓ ตัว คือ มะ อะ อุ ย่อมาจากคำภาษาบาลีว่า อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ อุตตะมัง ธัมมะมัชฌะคา มะหาสังฆัง ปะโพเธสิ อิจเจตัง ระตะนัตตะยัง เป็นยันต์ที่มีความหมายว่า พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ อันเป็นสิ่งสูงสุดปกป้องผู้เคารพนับถือบูชาให้พ้นจากภัยอันตรายทั้งปวงกล่าว คือ ให้ผู้บูชามีสติระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระสงฆ์ อย่างไรก็ตาม สมเด็จพระสังฆราชทรงอยากให้ประชาชนชาวไทยมีขวัญกำลังใจและมีสติ ในการดำเนินชีวิตยามมีภัยเช่นนี้ "สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชจะนำเหรียญคุ้มภัยให้พุทธศาสนิกชนที่มาลงนามถวายพระพร เนื่องในวันคล้ายวันประสูติ ๙๘ ปี ระหว่างวันที่ ๑-๓ ตุลาคม ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช คณะเหลืองรังษี วัดบวรนิเวศวิหาร นอกจากนี้ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชจะนำเหรียญประทานสมเด็จพระสังฆราชไปมอบให้ แก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมตามภูมิภาคต่างๆ ด้วย"
ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่าน ข่าวสดออนไลน์

