๑๘๐๕๒๕๕๕

มิ.ย. ๒๕๕๔

อบรมปฏิบัติธรรมเจริญสติปัฏฐาน ๔ (พองหนอ-ยุบหนอ) ณ สวนป่าโพธิธรรม (ป่าธรรมชาติ) ๒๔-๒๖ มิ.ย. ๕๔

ให้คะแนนเนื้อหานี้
(0 คะแนนเสียง)
สวนป่าโพธิธรรม (ป่าธรรมชาติ) สวนป่าโพธิธรรม (ป่าธรรมชาติ) เว็บไซต์ธรรมะไทย

ขอเชิญเหล่าพุทธบุตร พุทธบริษัท อุบาสก-อุบาสิกา ผู้ใคร่ในการปฏิบัติตนให้เข้าถึงพุทธธรรม ทุกท่านทั่วสารทิศร่วมปฏิบัติธรรมภาวนา เจริญสติปัฎฐาน ๔ อย่างเข้มข้น ในป่าธรรมชาติอันสงบเงียบ อากาศบริสุทธิ์ ปราศจากผู้คน เนื่องในวาระครบรอง ๑ ปี ทำบุญรำลึก หลวงปู่สำเริง สุทธิวาสี ด้วยการปฏิบัติธรรม เป็นอาจาริยบูชา เเละเพื่อความสงบของจิตใจของเราเอง

ณ ป่าธรรมชาติ สวนป่าโพธิธรรม ต.ดอนเเสลบ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจบุรี

......อาณาเขตบริเวณพื้นที่อยู่ติดเชิงเขา ส่วนใหญ่ปกคุมไปด้วยป่าธรรมชาติ เมกไม้นานาพันธุ์ เเละเทิกเขาหลายลูกใกล้สวนป่า โดยสถานที่สวนใหญ่เน้นเพื่อการอยู่อาศัยเเบบเรียบง่ายตามสภาวะเเวดล้อมอันพึ่งอาศัยธรรมชาติ เพื่อจะได้รับบรรยากาศที่สดชื่นเเจ่มใสอันปกคุมไปด้วยระบบนิเวศที่เหมาะเเก่การเข้ารับการอบรมปฏิบัติธรรม พระกรรมฐาน อันยกเเบบอย่างตามสมัย พระพุทธกาล ที่มุ่งเน้นอยู่โดยสอดคล้องกับธรรมชาติ .......โดยเฉพาะเป็นสถานที่อันไม่ห่างจาก กรุงเทพเเละปริมณฑลมากนักเหมาะเเก่การเดินทางเพื่อเข้าสู่ความสงบ เพื่อเป็นเเห่งพักกาย, ผ่อนคลายใจ, ปลูกจิตสำนึกเวิถีเเห่งสติ เสริมสร้างผักดันปัญญาภายในให้เกิดขึ้น ด้วยการปฏิบัติตนท่ามกลางธรรมชาติ

ดังนั้นจึงขอเชิญชวนพุทธบริษัทร่วมทำจิตใจให้ผ่องใส, ระงับชั่งที่จะส่งผล, เเละเสริมสร้างจิตใจของเราให้ผ่องใสด้วยการเข้ารับการอบรมฝึกหัดปฏิบัติธรรม อย่างมีสติภาวนา เเละมีสมาธิภาวนา ตามกำลังกาล

โครงการปฏิบัติธรรมเจริญสติ ภาวนา รักษาใจ

กำหนดการ ตั่งเเต่ วันศุกร์ที่ ๒๔- วันอาทิตย์ ที่ ๒๖ (๓ วัน) มิถุนายน ๒๕๕๔

ร่วมบูชาปฏิบัติธรรม เพื่อสร้างสติ เสริมสมาธิ ควบคุมใจ ให้สะอาด ผ่องใส อันจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง เเละครอบครัว ตลอดถึงเจ้ากรรมนายเวร ด้วยสมัครเข้ารับการปฏิบัติธรรม

ณ สวนป่าโพธิธรรม ต.ดอนเสลบ อ.ห้อยกระเจา จ.กาญจนบุรี (ติดอำเภอห้อยกระเจาเเค่ ๑ กม.)

......ด้วยการสมัครเข้ารับ การอบรม ปฏิบัติธรรมเเบบเข้ม. ปฏิบัติเเบบ ๓ วัน ๒ คืน เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเเด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พระอรหันตสาวก เพื่อสร้างบารมีธรรม เพื่อฝึกการใช้สติ สมาธิ เจริญปัญญาวิปัสสนา

จึงขอเชิญผู้ใคร่ในการเข้าถึงพุทธธรรมขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าด้วยเข้าถึงด้วยการปฏิบัติขัดเกลาจิตใจของตนเอง

.......ตามคำสอนขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ตรัสไว้ ในวันจาตุรงคสันนิบาตร โดยย่อเป็นหัวใจสำคัญของพระพุทธศาสนาไว้ว่า +ละความชั่ว +ทำความดี +ทำจิตใจให้ผ่องใส เเค่นี้ เราก็สามารถรู้ตื่นเบิกบานใจเมื่อเข้าถึงพุทธธรรมได้ทุกเพศทุกวัย ด้วยผลบุญจากการเเสวงหาพระธรรมด้วยการปฏิบัติ ธรรมสร้างสติในกาย-เวทนา-จิต-ธรรม อย่างมีสติรู้ตัว ทั่วพร้อมอยู่ในกายเพื่อเพิ่มพูลสติให้ดำรงชีวิตอยู่อย่างไม่ประมาท

กำหนดการโครงการปฏิบัติธรรม เพื่อเป็นพุทธบูชาเเด่องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เนื่องในโครงการปฏิบัติธรรม เจริญสติ ภาวนา รักษาใจให้สะอาดผ่องใส

(ในวันศุกร์ ที่ ๒๔-๒๖ เดือน มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๕๔ ) รับจำนวนจำกัด ๕๐ ท่านเท่านั้น

(สามารถโทรศัพท์ลงชื่อจองล่วงหน้าถึง วันที่ ๒๓ มิ.ย. ๒๕๕๔ ตั้งเเต่ เวลา ๐๙.๓๐-๑๖.๐๐ น. โทร. ๐๘๙-๘๙๙๔๐๙๙)

หรือลงชื่อสมัคร บอกชื่อ ที่อยู่ เบอร์โทร เเละบอกว่าประสงค์จะขึ้นรถตู้ หรือนำรถมาส่วนตัวที่ อีเมล์ ทางศูนย์จะติดต่อ เเละยืนยันการสมัครอีกครั้ง e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ตารางกำหนดการปฎิบัติธรรม เจริญสติปัฏฐาน ๔ ภาวนา รักษาใจ

กำหนดการ ตั้งแต่วันที่ ๒๔-๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๔ (๓ วัน ๒ คืน)

วันศุกร์ ที่ ๒๔ มิ.ย. ๒๕๕๔

เวลา ๑๖.๐๐ น. ลงทะเบียนเข้าปฎิบัติธรรม, รับข้อปฎิบัติในการเข้าอบรม
เวลา ๑๗.๓๐ น. สวดมนต์เเปลเย็น
เวลา ๑๙.๓๐ น. สมาทานศีล ๘ / สมาทานพระกรรมฐาน /สอนพระกรรมฐานเบื้องต้น (สำหรับผู้เข้าอบรมพระกรรมฐานใหม่)
เวลา ๒๑.๐๐ น. พักผ่อน, อย่างมีสติ

วันเสาร์ ที่ ๒๕ มิ.ย. ๒๕๕๔

เวลา ๐๓.๐๐ น. ตื่นนอน ชำระร่างกาย / เตรียมตัวทำวัตรเช้า
เวลา ๐๔.๐๐ - ๐๕.๐๐ น. สวดมนต์เช้าเเปล
เวลา ๐๕.๐๐ - ๐๖.๐๐ น. ปฏิบัติธรรมเจริญสติ ภาวนา (ช่วงเช้า)
เวลา ๐๗.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า อย่างมีสติ
เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๑.๓๐ น. ปฏิบัติกรรมฐานเบื้องต้น (ช่วงสาย)
เวลา ๑๒.๐๐ น. (พักผ่อนตามอัธยาศัย อย่างมีสติ)
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๓๐ น. ปฏิบัติธรรม ภาวนา (ช่วงบ่าย)
เวลา ๑๖.๐๐ น. ฟังธรรมบรรยาย
เวลา ๑๗.๓๐ – ๑๘.๓๐ น. อาบน้ำ, ชำระร่างกาย, ทำกิจกรรมจิตอาสา (ดูเเลความสะอาดบริเวณศูนย์)
เวลา ๑๘.๓๐ น. สวดมนต์ทำวัตรเย็นเเปล, ฟังบรรยายธรรมะ (แนวทางปฏิบัติ)
เวลา ๑๙.๓๐ – ๒๑.๐๐ น. ปฏิบัติธรรมเจริญสติ ภาวนา(ช่วงค่ำ)
เวลา ๒๑.๐๐ น. พักผ่อน (อย่างมีสติ)

วันอาทิตย์ ที่ ๒๖ มิ.ย. ๒๕๕๔

เวลา ๐๓.๐๐ น. ตื่นนอน ชำระร่างกาย / เตรียมตัวทำวัตรเช้า
เวลา ๐๔.๐๐ - ๐๕.๐๐ น. สวดมนต์เช้าเเปล
เวลา ๐๕.๐๐ - ๐๖.๐๐ น. ปฏิบัติธรรมเจริญสติ ภาวนา (ช่วงเช้า)
เวลา ๐๗.๐๐ น. ตักบาตรพระภิกษุ (อาหารเเห้ง)
เวลา ๐๗.๓๐ น. รับประทานอาหารเช้า อย่างมีสติ
เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๑.๓๐ น. ปฏิบัติกรรมฐานเบื้องต้น (ช่วงสาย)
เวลา ๑๒.๐๐ น. (พักผ่อนตามอัธยาศัย อย่างมีสติ)
เวลา ๑๓.๐๐ – ๑๕.๐๐ น. ปฏิบัติธรรม ภาวนา (ช่วงบ่าย)
เวลา ๑๕.๓๐ น. รับใบประกาศเกียรติบัตร (รุ่น ๑), พิธีขอขมา, ลาศีล, รับศีล
เวลา ๑๖.๓๐ – ๑๗.๓๐ น. กิจกรรมบวชต้นไม้ คนล่ะต้น, ช่วยทำความสะอาด บริเวณสวนป่าโพธิธรรม, กลับบ้าน

* ร่วมปฎิบัติธรรม เจริญสติ ภาวนา ฟรีไม่เสียค่าใช้จ่าย (เพียงเเต่มีใจศรัทธา เเละปรารถนาที่จะปฎิบัติธรรม)*

กำหนดโครงการปฏิบัติธรรมภาวนา เจริญสติ (ตลอดปี ๒๕๕๔ )

  • (รุ่นที่ ๑ ) โครงการปฏิบัติธรรม ภาวนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ <ในวาระครบรอง ๑ ปี รำลึกอุทิศถวายเป็นอาจาริยบูชาเเด่ หลวงปู่สำเริง สุทธิวาสี> ตั้งเเต่วันศุกร์ ที่ ๒๔ - ๒๖ มิถุนายน ๒๕๕๔ (๓ วัน)
  • (รุ่นที่ ๒) โครงการปฏิบัติธรรม ภาวนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ <เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเเด่สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เเละมอบเเด่เเม่ของเรา ในโอกาสวันเเม่เเห่งชาติ> ตั้งเเต่วันศุกร์ ที่ ๒๖ - ๒๘ มิถุนายน ๒๕๕๔ (๓ วัน)
  • (รุ่นที่ ๓) โครงการปฏิบัติธรรม ภาวนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ <เพื่ออุทิศถวายเเด่พระปิยมหาราช เเละเพื่อสร้างบุญบารมีธรรมเเก่เราเเละครอบครัว ตั้งเเต่วันศุกร์ ที่ ๒๘ - ๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๔ (๓ วัน)
  • (รุ่นที่ ๔) โครงการปฏิบัติธรรม ภาวนา เจริญสติปัฏฐาน ๔ <เพื่อปฏิบัติถวายเป็นพระราชกุศลเเด่องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องเดือนเเห่งวันพ่อเเห่งชาติเเละเพื่อสร้างบุญบารมีธรรมเเก่เราเเละครอบครัว> ตั้งเเต่วันศุกร์ ที่ ๒๓ - ๒๕ ธันวาคม ๒๕๕๔ (๓ วัน)

สามารถเข้าอบรมปฏิบัติธรรม ภาวนา ตามกาลเวลาที่สะดวกต่อการเข้าอบรม

อานิสงค์ของการปฏิบัติที่ได้จากการปฏิบัติธรรม

  • ๑. ทำให้ร่างกายสดชื่นเเจ่มใจ เบิกบาน เเข็งเเรงไม่ค่อยมีโรคภัย (เพราะจิตใจดีงาม ร่างกายก็ผ่องใส เบิกบานร่างเริง คิดสิ่งใดก็มีความสุข)
  • ๒. รู้บาป รู้บุญ รู้คุณ รู้โทษ รู้สิ่งที่มีประโยชน์ เเละไม่มีประโยชน์ (ทำให้เกิดความเบื่อหนาน ในการดำเนินชีวิต ทำให้ดำเนินชีวิตอย่างไม่ประมาท)
  • ๓. เป็นผู้ที่มีความกตัญญู รู้คุณ ต่อผู้มีพระคุณ จิตใจอ่อนโยน อ้อนน้อมถ่อมตน (เชื่อฟังพ่อเเม่มากขึ้น เพราะได้รู้จักความทุกข์จากเวทนา)
  • ๔. รู้กฎเเห่งกรรมจากการกระทำของตัวเองได้ (รู้ว่าเคยกระทำกุศล เเละอกุศลใดมา)
  • ๕. รู้เเนวทางการเเก้ไขปัญหาชีวิต ในปัจจุบันได้ (ไม่เครียด ไม่ฆ่าตัวตาย หาหนทางดับความทุกข์ทางใจได้ เเก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้)
  • ๖. รู้มีสติรู้ตัว ก่อนคิดที่จะทำสิ่งต่างๆ มากขึ้น (เป็นผลให้เกิดความผิดพลาดน้อยลง)
  • ๗. มีความจำเป็นเลิศ (เรียนหนังสือเก่งเพราะมีความจำเร็ว)
  • ๘. ต่ออายุให้ยาวนานขึ้น (เพราะกรรมจากการกระทำบาปไม่มาตัดรอน)
  • ๙. มีวิบากกรรมน้อยลง (สิ่งที่ทำให้ติดขัดความสำเร็จ)
  • ๑๐. สามารถเเก้กรรมจากการกระทำที่ไม่หนักมากได้ (เพราะการปฏิบัติธรรมได้บุญและอานิสงส์เยาะ เมื่อเเผ่เมตตาออกไปเจ้ากรรมนายเวรก็ได้มาก และสัพสัตว์ ก็จะถึงมาก และถึงทุกที่เพราะจิตมีสมาธิสูงมาก)
  • ๑๑. สามารถเข้าถึงธรรมะขั้นสูงสุดได้ (เพราะเป็นการฝึกฝนโดยการทำลายต้นต่อของกิเลสโดยตรง)
  • ๑๒. เป็นบาทฐานในการเข้าถึงธรรมะในอนาคต (เป็นการสร้างบารมีธรรมเฉกเช่นพระพุทธเจ้า เเละพระอริยบุคคลทั้งหลาย้พื่อใช้ต่อสู้กับพระยามารที่ฝังอยู่ในใจเรา รอเราชนะกิเลสอยู่ คือความโลภ ความโกรธ ความหลง)

คุณสมบัติผู้เข้ารับการอบรม ดังนี้

  • ๑. เป็นผู้มีศรัทธาในการปฏิบัติธรรม
  • ๒. เป็นผู้ที่มีร่างกายสมบูรณ์เเข็งเเรง
  • ๓. เป็นผู้ไม่มีโรคร้ายเรง
  • ๔. เป็นผู้ไม่ติดอาญาเเผ่นดิน
  • ๕. เป็นผู้ว่าง่าย,สอนง่าย,กินง่าย,อยู่ง่าย,นอนง่าย ไม่เเข็งกระด้าง

การเตรียมตัวเบื้องต้น ดังนี้

  • ๑. นุ่งห่มด้วยชุดขาว (สำหรับเวลาปฏิบัติผู้หญิงใส่ผ้าถุง มีไสบเฉวียงบ่า) เวลาทำจิตอาสา หรือนอนอนุญาติให้ใส่กางเกงได้
  • ๒. เตรียมเครื่องใช้ส่วนตัวมาด้วย อาทิ เเปรงสีฟัน, ยาสีฟัน,ยาสระผม, สบู่ เละอื่นๆ
  • ๓. เตรียมไฟฉายสำหรับเวลากลางคืน
  • ๔. เตรียมผ้าคลุมของใช้ส่วนตัวเพื่อปกปิดความเรียบร้อย (ถ้ามี)
  • ๕. เตรียมรองเท้าเเตะสำหรับใส่ในบริเวณวัด
  • ๖. เครื่องอุปโภค เเละบริโภค (ถ้านำมาได้สำหรับตักบาตรพระภิกษุ..วันสุดท้าย)
  • ๗. ยาทาสำหรับกันยุง (ถ้ามี)
  • ๘. หากมีโรคประจำตัวควรติดยาหรือคนดูเเลมาด้วย
  • ๙. นำบัตรประจำตัวประชาชน เเละทะเบียนบ้าน (เเบบถ่ายสำเนา) อย่างละ ๑ ชุด
  • ๑๐. สำหรับผู้เข้าอบรมครั้งเเรก ต้องนำรูปถ่าย ขนาด ๑ นิ้ว ติดมาด้วย ๑ รูป
  • ๑๑. เต้นหรือมุ้ง (ถ้ามี)

กฏระเบียบเบี้องต้นในการปฏิบัติธรรม

  • ๑. ห้ามพกสิ่งของมีค่ามาก อาทิ ทอง, เพชร, เครื่องประดับต่างๆ เข้ามาอบรม
  • ๒. ห้ามสูบบุหรี่ หรือสิ่งเสพติด ตลอดการเข้รับการอบรม
  • ๓. ห้ามทะเลาะ หรือส่งเสียงดัง
  • ๔. ห้ามพกวิทยุ เข้ามาฟังระหว่างการอบรม
  • ๕. ห้ามทำรายป่าไม้ในศูนย์ กรณาช่วยกันรักษาต้นไม้
  • ๖. งดการหายหรือเสนอเเลกเปลี่ยนสินค่าในขณะเข้าอบรม เป็นต้น เเละข้อกฎระเบียบอีกมากมาย ดูที่ป้ายประจำศูนย์
  • ๗. ในการเข้าอบรมปฏิบัติธรรมนั้นต้อง คิดอยู่เสมอว่าเรามาเพื่อขจัดกิเลสตัณหาในลดลง เพราะฉะนั้น จงปฏิบัติตน โดยยึดหลัก กินน้อน,พูดน้อย,นอนน้อย,ทำความเพียรให้มาก
  • ๘.จงมุ่งมั่นตั้งใจในการปฏิบัติ โดยไม่ย้อท้อ เเละไม่หลีกหนีจากการปฏิบัติยกเว้นมีธุระจำเป็นจริงๆ
  • ๙.การที่เราเข้ามาอบรมนั้นอาจจะเจอบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะขัดต่อความรู้สึก หรือไม่ถูกใจตาที่เคยสัมผัสมา ก็จงยอมรับกฏระเบียบต่างๆของศูนย์ เพื่อการพัฒนาตนเองให้ดียิ่งขึ้นในการเข้าถึงพระธรรมคำสังสอน จงคิดว่าอุปสรรค คือสิ่งที่นักปฏิบัติควรที่จะเข้าใจในสัจธรรมของพระธรรม

หมายเหตุ. กรุณาอย่านำของมีค่าติดตัวมาเข้ารับการอบรมด้วย

เพื่อความสันโดษ สงบเเละเพื่อไม่ให้เกิดความลำบากเมื่อยามหาย (ปฏิบัติธรรมนำจิต เพื่อเเผ่คุณงามความดีสู่ครอบครัว,มิตร,สหาย เพื่อตอบพระคุณ เพื่อส่งจิตให้สูง เพื่อเชิดชูพระเกียรติคุณ เพื่อเเสวงหาความสุขล้ำ เพื่อน้อมนำ พุทธธรรม สู่กลางใจ) ถ้าหายทางสำนักไม่รับผิดชอบ

เเผนที่ การเดินทาง สวนป่าโพธิธรรม

การเดินทางจาก กรุงเทพ ระยะทาง ๑๕๐ กม. ใช้เวลาในการเดินทาง ๒ ชม. หรือ ๒.๓๐ น. สวนป่าโพธิธรรม ((ห่างจาก ตัวอำเภอห้อยกระเจา เเค่ ๑ กม.))

(((เส้นทางการเดินทางโดยรถส่วนตัว)))

โดยถนนหลักที่สามารถมาสวนป่าโพธิธรรมได้ คือ

ถ้าจาก กรุงเทพ (๑๕๐ กมฺ) ขับรถ ๒ ชม. : สามารถขับรถมาเอง ได้ ๒ เส้นทางหลัก คือ มุ่งหน้าขับไปถนนเส้นสุพรรณบุรี ถึงเเยกตาม ๒ เส้นทาง ดังนี้คือ

((เส้นที่ ๑.))

ขี่ไปทาง วัดไผ่โรงวัด เข้าอำเภอสองพี่น้อง ผ่านเเยกจรเข้ สู่อำเภออู่ทอง ก่อนเข้าตัวอำเภออู่ทองให้เลี้ยวซ้าย ไปทางป้ายบ่อพลอย ขี่จากสามเเยกอู่่ทองเข้าไป อำเภอ ห้อยกระเจา ประมาณไม่เกิน ๒๐ กม. โดยจะผ่าน มหาลัยเวสเทิร์น ผ่านสามเเยก จนถึงเเยกที่ ๓ ก่อนถึงตัวอำเภอห้อยกระเจา มีป้ายสวนป่าโพธิธรรม ให้เลี้ยวขวา ขับรถไปอีก ๒๐๐ เมตร จะถึงทางเลี้ยวเข้า ด้านขวามือ ขี่เข้าไป ๒๐๐ เมตร ก็ถึงศูนย์ปฏิบัติธรรม "สวนป่าโพธิธรรม"

<< ข้อจำ ให้ถามทางให้ถามทางว่า จะมุ่งหน้าไป อ.ห้อยกระเจา ก่อนถึง อำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี>>

((เส้นที่ ๒.))

ขี่ไป ทางอำเภอบางเลน ผ่านเเยกจรเข้ สู่อำเภออู่ทอง ก่อนเข้าตัวอำเภออู่ทองให้เลี้ยวซ้าย ไปทางป้ายบ่อพลอย ขี่จากสามเเยกอู่่ทองเข้าไป อำเภอ ห้อยกระเจา ประมาณไม่เกิน ๒๐ กม. โดยจะผ่าน มหาลัยเวสเทิร์น ผ่านสามเเยก จนถึงเเยกที่ ๓ ก่อนถึงตัวอำเภอห้อยกระเจา มีป้ายสวนป่าโพธิธรรม ให้เลี้ยวขวา ขับรถไปอีก ๒๐๐ เมตร จะถึงทางเลี้ยวเข้า ด้านขวามือ ขี่เข้าไป ๒๐๐ เมตร ก็ถึงศูนย์ปฏิบัติธรรม "สวนป่าโพธิธรรม"

<< ข้อจำ ให้ถามทางให้ถามทางว่า จะมุ่งหน้าไป อ.ห้อยกระเจา ก่อนถึง อำเภอบ่อพลอย จ.กาญจนบุรี>>

หรือถ้าหากไม่สะดวกเดินทางมาโดยรถส่วนตัวก็สามารถติดต่อขึ้นรถตู้มาศูนย์ได้(ไป-กลับ) (ติดต่อก่อนเริ่มโครงการ ๒ วัน)

ศูนย์ประสานงานศูนย์สวนป่าโพธิธรรม(สวนปฏิบัติธรรมเชิงธรรมชาติ) ติดต่อสอบถาม เจ้าหน้าที่ : ๐๘๙-๘๙๙๔๐๙๙ e-mail : อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน เเละสามารถติดตามข่าวสารของศูนย์ได้ที่ facebook (( อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ))

ที่มา : เว็บไซต์ธรรมะไทย

แสดงความคิดเห็น