๑๘๐๕๒๕๕๕

พ.ย. ๒๕๕๔

แพร่อาลัย มหาเถระ “หลวงปู่จี๋” มรณภาพ อายุ ๙๕ ปี

ให้คะแนนเนื้อหานี้
(2 คะแนนเสียง)
พระมหาโพธิวงศาจารย์ “หลวงปู่จี๋” พระมหาโพธิวงศาจารย์ “หลวงปู่จี๋” ข่าวสดออนไลน์

ชาวเมืองแพร่อาลัย “พระมหาโพธิวงศาจารย์” มรณภาพสงบด้วยโรคชรา ระหว่างรักษาอาการอาพาธที่ร.พ. ในเมืองเชียงใหม่ เผยเป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีคุณูปการต่อเมืองแพร่ ทั้งในด้านการเผยแผ่พระศาสนา การศึกษา และสาธารณูปการ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมือง

เมื่อเวลา ๑๕.๐๐ น. วันที่ ๒ พ.ย. ที่วัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร อ.เมือง จ.แพร่ นายชวน ศิรินันท์พร ผู้ว่าราชการจังหวัดแพร่ ได้นำหัวหน้า ส่วนราชการ พุทธศาสนิกชน และศิษยานุศิษย์ เข้ากราบศพพระมหาโพธิวงศาจารย์ อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร จ.แพร่ อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค ๖ อดีตที่ปรึกษาคณะ ผู้ปฏิบัติหน้าที่พระสังฆราช หลังมรณภาพด้วยอาการสงบ เมื่อเวลา ๐๘.๓๙ น. วันเดียวกัน ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต ระหว่างเข้าพักรักษาอาการอาพาธ ที่โรงพยาบาลมหาราช จ.เชียงใหม่ สิริอายุ ๙๕ ปี พรรษา ๗๕ สำหรับพิธีพระราชทานน้ำหลวงสรงศพจะมีขึ้นในวันที่ ๓ พ.ย. เวลา ๑๕.๐๐ น.

พระมหาโพธิวงศาจารย์ (สุจี กตสารมหาเถร) หรือหลวงปู่จี๋ของพุทธศาสนิกชนจังหวัดแพร่ นามเดิมว่า สุจี ขรวงศ์ เป็นบุตรนายฉลาดและนางผัน ขรวงศ์ เกิดเมื่อวันที่ ๕ เมษายน พ.ศ. ๒๔๖๐ ตรงกับวันพฤหัสบดี ขึ้น ๔ ค่ำ ปีมะเส็ง ที่บ้านหมู่ที่ ๖ ตำบลนาจักร อ.เมือง จ.แพร่ บรรพชา เมื่อวันที่ ๑๕ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๗๕ ณ วัดกาญจนาราม ต.นาจักร อ.มืองแพร่ จ.แพร่ และอุปสมบท เมื่อวันที่ ๑๔ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๘๑ ณ วัดเดียวกัน

พระมหาโพธิวงศาจารย์ เริ่มการศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนวัดนาจักร จนสำเร็จชั้นประถมปีที่ ๕ อันเป็นชั้นสูงสุดของโรงเรียน และหลังจากบรรพชาแล้ว ได้ศึกษาทางธรรมจนสอบได้นักธรรมชั้นเอกและสำเร็จเปรียญธรรม ๓ ประโยค สำนักเรียนวัดพระบาทมิ่งเมืองวรวิหาร

ต่อมาได้รับปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ การบริหารการศึกษา จากสถาบันราชภัฏอุตรดิตถ์ เนื่องจากมีความชำนาญในการเทศนา อ่านและเขียนภาษาล้านนาอย่างแตกฉาน นอกจากนี้ยังได้รับปริญญาดุษฎีบัณฑิตจากสถาบันการศึกษาอีกหลายสถาบัน เช่น มหาวิทยาลัยแม่โจ้ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย มหาวิทยาลัยราชภัฏลำปาง

พระมหาโพธิวงศาจารย์ เป็นพระเถระผู้ใหญ่ที่มีผลงานด้านการปกครองดูแล ทำนุบำรุงส่งเสริมและพัฒนาการศึกษา ศาสนา สาธารณูป การและบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ต่างๆ ทำให้ท่านได้รับเกียรติคุณยกย่องจากหลายหน่วยงาน เช่น วัดพัฒนาดีเด่น รางวัลพระราชทานเสาเสมาธรรมจักร ผู้บำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม สาขาบริหารการศึกษา เกียรติบัตรจากกรมราชทัณฑ์ สภาวัฒนธรรมจังหวัดแพร่ เป็นผู้ให้การสนับสนุนและส่งเสริมงานด้านวัฒนธรรมของจังหวัดแพร่ สำหรับสมณศักดิ์นั้น ได้รับโปรดเกล้าฯแต่งตั้งเป็นพระครูสัญญาบัตรชั้นพิเศษ ในราชทินนาม พระครูธรรมสารสุจิต พระราชาคณะชั้นสามัญ ที่พระภัทรสารมุนี พระราชาคณะชั้นราช ที่พระราชรัตนมุนี พระราชาคณะชั้นเทพ ที่พระเทพวิริยาภรณ์ พระราชาคณะชั้นธรรม ที่ พระธรรมรัตนากร และพระราชาคณะเจ้าคณะรองชั้นหิรัญบัฏที่พระมหาโพธิวงศาจารย์

พระมหาโพธิวงศาจารย์เป็นพระเถระที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นผู้ใฝ่ใจในการศึกษาและทรงคุณธรรมสูงยิ่ง มีความวิริยะอุตสาหะ มุ่งมั่นในการทำงาน มีน้ำใจเมตตากรุณา เสียสละกำลังทรัพย์ กำลังกาย กำลังความคิด เพื่อพัฒนาท้องถิ่นให้ก้าวหน้า มีความซื่อสัตย์ สุจริตต่อตนเองและหมู่คณะ มีมนุษยสัมพันธ์ดี เข้าถึงจิตใจของประชาชน

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนา ผ่าน ข่าวสดออนไลน์

แสดงความคิดเห็น