พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) ฐานะประธานคณะกรรมการจัดกิจกรรมวิสาขบูชานานาชาติ กล่าวว่า จากการประชุมคณะกรรมการฯที่ประชุมได้หารือกันถึงประเทศที่จะเป็นเจ้าภาพการ จัดประชุมวิสาขบูชานานาชาติปี ๒๕๕๕ ซึ่งถือว่าเป็นปีที่มีความสำคัญต่อพระพุทธศาสนาอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นปีที่ครบรอบ ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า โดยมีประเทศที่เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ ๒ ประเทศคือ ศรีลังกาและไทย ซึ่งที่ประชุมมีมติให้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดงานดังกล่าว เนื่องจากในปี ๒๕๕๕ นอกจากจะเป็นการถวายพุทธบูชาฉลอง ๒,๖๐๐ ปีแห่งการตรัสรู้แล้ว ยังเป็นปีมหามงคลของปวงชนชาวไทยที่สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ทรงเจริญพระชนมพรรษา ๘๐ พรรษา และสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงเจริญพระชนมายุ ๖๐ พรรษา โดยมีหัวข้อหลักในการประชุมคือ “พระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้าเพื่อประโยชน์สุขของมวลมนุษยชาติ” ทั้งนี้มีกำหนดจัดในวันที่ ๓๑ พ.ค. ๕๕ และ วันที่ ๑-๒ มิ.ย. ๕๕ ณ มจร. อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ และ พุทธมณฑล จ.นครปฐม
พระธรรมโกศาจารย์ กล่าวต่อไปว่า ในที่ประชุมยังมีการรายงานด้วยว่า รัฐบาลไทยมีแนวทางในการจัดตั้งสำนักงานศูนย์กลางพระพุทธศาสนาโลกขึ้นที่พุทธ มณฑล จ.นครปฐม ที่ประชุมจึงให้ข้อเสนอแนะไปยังนายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ว่า สิ่งที่ชาวพุทธนานาชาติต้องการคือให้สำนักงานดังกล่าวเป็นศูนย์ประสานงาน เชื่อมข้อมูลของชาวพุทธทั่วโลก ไม่ควรเกี่ยวข้องกับการปกครอง และควรมีลักษณะเป็นศูนย์ทางด้านการศึกษาและปฏิบัติธรรม ควรมีการสร้างอาคารต่างๆ เพื่อให้พระสงฆ์นิกายต่างๆ สามารถมาจัดกิจกรรมปฏิบัติธรรมได้ ขณะเดียวกันต้องการให้มีการสร้างหอประชุมขนาดใหญ่ โดยผู้นำชาวพุทธนานาชาติยินดีที่จะช่วยหางบประมาณมาจัดสร้างด้วย.
ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ผ่าน ข่าวสดออนไลน์