ข่าวสาร (128)
Select a news topic from the list below, then select a news article to read.
หมวดลูก
วันอาสาฬหบูชา ๒๕๕๑
(สมเด็จพระญาณสังวร)
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วันอาสาฬหบูชาเป็นวันบูชาที่สำคัญที่สุดวันหนึ่งในพระพุทธศาสนา ตรงกับวันพระจันทร์เต็มดวง ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ คือเดือนอาสาฬหะ เป็นวันที่เจ้าชายสิทธัตถะ หลังจากได้ทรงตรัสรู้พระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ได้ทรงเป็นสมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ ๒ เดือน ได้ทรงแสดงพระปฐมเทศนา ทรงประกาศพระธรรมที่ทรงตรัสรู้เป็นครั้งแรกโปรดปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสี ท่าโกณฑัญญะ ได้ดวงตาเห็นธรรม รู้ว่า "สิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นทั้งปวงมีความดับไปเป็นธรรมดา" โดยสมเด็จพระศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงเปล่งพระพุทธวาจาให้เป็นที่ประจักษ์ ว่าอัญญาโกณฑัญญะ" คือ "โกณฑัญญะได้รู้แล้วหนอ" วันนั้นจึงเป็นวันที่พระรัตนตรัยเกิด ครบองค์ ๓ คือ พระพุทธ พระธรรม พระสังฆ์ องค์แรกที่เกิดขึ้นคือท่านโกณฑัญญะ ด้วยพระบารมีพระรัตนตรัย จงมั่นใจ และจงปฏิบัติเทิดทูนบูชาพระรัจนตรัย ให้เต็มจิตใจทุกเวลา.
ขออำนวยพร
ประเพณีชักพระศรีอาริย์ (หรือ พระศรีอาริยะเมตรไตร) วัดไลย์ ลพบุรี แต่เดิมจะจัดในช่วงหน้าน้ำ ตรงกับวันแรม ๕ ค่ำ เดือน ๑๑ เป็นประเพณีทางชลมารค เพราะน้ำจะท่วมทุ่งนาบ้านเรือน ผู้คนจะใช้การสัญจรไปมาทางน้ำได้อย่างสะดวก จึงมีการอัญเชิญรูปพระศรีอาริย์ ลงเรือแห่ทางชลมารค ซึ่งได้เรียกกันว่า "เรือทรง" มีเรือพายของวัดที่มีเชื่อกลากจูงนำหน้า ตลอดจนเรือพ่ายของชาวบ้านนับร้อยๆ ลำมา ร่วมขบวนแห ชาวบ้านจะมีการละเล่นในงาน ได้แก่ การแข่งเรือยาว เพลงเรือและเพลงฉ่อยรับกันอย่าง สนุกสนาน ท้ายขบวนมีเรือเอี้ยมจุ๊นของทางวัดบรรทุกวงมโหรี ปี่พาทย์ และแตรวง บรรเลงให้ความคึก ครื้นไปตลอดทาง โดยเรือทุกลำจะตกแต่งอย่างสวยงาม เพื่อโยงเรือทรงและผลัดเปลี่ยนกันจูงไปตามลำน้ำ บางขามจนถึงวัดมหาสอน ตำบลมหาสอน อำเภอบ้านหมี่ ตลอดระยะทางจะมีการตั้งโรงทานเลี้ยงอาหาร และเครื่องดื่มแก่ผู้ร่วมขบวนเป็นระยะๆ เมื่อขบวนแห่กลับมาถึงวัดก็จะเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ มนัสการ สรงน้ำ และปิดทองพระ ในตอนกลางคืนประชาชนจะนำเรือพายมาลอยอยู่หน้าวัด ดูหนังตะลุง ดูโขน หนัง ลิเก และการแสดงมากมาย โดยในสมัยก่อนนี้ยังมีการละเล่นเพลงพื้นบ้าน มีพ่อเพลงแม่เพลง เล่นโต้ตอบกันเป็นที่สนุกสนาน และเรือทุกลำจะมีการจุดตะเกียงจนดูสว่างไสวไปทั่ว ส่วนบนศาลาวัดไลย์นั้น จะมีการเทศนาเรื่องตำนานพระศรีอาริย์ วัดไลย์ ให้ประชาชนฟังไปพร้อมๆ กัน
จนในปี พ.ศ. ๒๕๐๗ ประเพณีชักพระศรีอาริย์ วัดไลย์ทางชลมารคได้ล้มเลิก เพราะได้มีการสร้างเขื่อน เจ้าพระยา ที่จังหวัดชัยนาท เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในการเกษตร จึงทำน้ำเหนือที่เคยไหลท่วมทุ่ง ตำบล เขาสมอคอน ก็แห้งแล้งลง ประเพณีชักพระศรีอาริย์ วัดไลย์ก็ได้เปลี่ยนมาจัดในฤดูแล้งแทน คือ วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ เป็นประเพณีแห่ทางสถลมารค แต่พิธีการต่างๆ ยังคงอนุรักษ์แบบแผนเดิมไว้
ปัจจุบันประเพณีชักพระศรีอาริย์ วัดไลย์ ทางสถลมารคได้กำหนดให้วันขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖ และวันแรม ๕ ค่ำเดือน ๑๑ ของทุกปี โดยถือปฏิบัติที่สืบทอดกันมาช้านาน โดยทางวัดจะจัดขบวนแห่ โดยเจ้าอาวาสซึ่ง เป็นประธานสงฆ์จะทำการอัญเชิญรูปหล่อพระศรีอาริย์ ออกไปประดิษฐานบนตะเฆ่ชนิดไม่มีล้อทำเป็น บุษบก มีหลังคาหรือทำเป็นฉัตรกั้นแทน แล้วนำเชือกขาดใหญ่ ๒ เส้น ผูกตะเฆ่เป็น ๒ แถว ให้ประชาชนทั้งหลายที่มาร่วมงานช่วยกันชักลาก ไปตาม เส้นทางที่กำหนดไว้ คือถนนสายท่าโขลง – ท้องคุ้ง รวมระยะทางขาไปและขากลับ ๑๖ กิโลเมตรเมื่อถึงเวลา ๙.๐๐ น. ทางคณะกรรมการวัดจะจุดพลุ พร้อมตีกลองและ ระฆังเป็นสัญญาณให้เริ่มฉุดลากตะเฆ่เพื่ออัญเชิญรูป พระศรีอาริย์ แห่ผ่านหมู่บ้านต่างๆ และหยุดขบวนแต่ละจุด เพื่อให้ประชาชนได้มาสรงน้ำนมัสการ และร่วมขบวนไปด้วย
ขบวนจะเริ่มจากวัดไลย์ไปสิ้นสุดที่วัดท้องคุ้ง โดยตลอดระยะทางจะมีผู้มีจิตศรัทธามาตั้งโรงทานเลี้ยง อาหารคาว หวาน และเครื่องดื่ม ให้กับประชาชนที่ร่วมขบวนแห่นับหมื่น แม้แต่รถยนต์ที่สัญจรผ่านมา ที่เส้นทางจะค่อยๆ ขอผ่าน หรือไม่ก็จอดแวะดูขบวนแห่ บ้างก็ถูกเชิญชวนมารับประทานอาหารเครื่องดื่ม ให้อิ่มเอมใจ หายจากความร้อน คลายความหงุดหงิด กังวลใจ และเกิดความศรัทธาต่อประเพณีชัก พระศรีอาริย์ ตามความเชื่อ “พระศรีอาริย์มาแล้ว” ใครพบพระศรีอาริย์ ใครได้กราบไหว้ นมัสการหรือ ร่วมงานบุญพระศริอาริย์ จะได้ไปสวรรค์ ตลอดเส้นทางขบวนแห่ดังกล่าวนี้ นอกจากจะมีโรงทานแล้ว ยังมีการดนตรี การแสดงและการละเล่นต่างๆ เพื่อรับขบวนพระศรีอาริย์ ไปจนสุดเส้นทาง ที่กำหนดไว้ จึงหยุดพักให้ประชาชนที่มารอขบวนแห่ได้นมัสการและสรงน้ำกัน ตลอดเส้นทางกลับของ พระศรีอาริย์ ประชาชนที่ไม่ได้ร่วมขบวนแห่ก็ยังคงคอยรับพระศรีอาริย์ และสรงน้ำเพื่อความเป็นสิริมงคล เมื่อขบวนแห่พระศรีอาริย์กลับถึงวัดก็ทำการอัญเชิญขึ้น ประดิษฐานยังวิหารตามเดิมและเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้ามานมัสการ ปิดทอง กลางคืนจะมีมหรสพสมโภชตลอดงาน
พิธีวันวิสาขบูชา ปีพุทธศักราช ๒๕๕๑
และสมโภชพระบรมสารีริกธาตุ
ที่มณฑลพิธีหน้าวัดปทุมวนาราม ราชวรวิหาร
เขตปทุมวัน กรุงเทพมหานคร
๑๗,๑๘-๑๙ พฤษภาคม ๒๕๕๑
คณะกรรมการจัดงานฯ แต่งมณฑลพิธี ตั้งแต่วันที่ ๑๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑
วันเสาร์ที่ ๑๗ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เดือน ๖
เวลา ๑๕.๓๐ น.คณะสงฆ์วัดปทุมวนารามและคณะกรรมการจัดงานวันวิสาขบูชา ปี ๒๕๕๑ วัดปทุมวนาราม ฝ่ายฆราวาส พร้อมกันที่ตึกวชิรญาณวงศ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์
เวลา ๑๖.๓๐ น.คณะสงฆ์วัดปทุมวนารามและคณะกรรมการฯ ฝ่ายฆราวาสเข้าเฝ้าเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก ที่ชั้น ๔ ตึกสามัคคีพยาบาล โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ ทูลถวายเครื่องสักการะ
เจ้าประคุณสมเด็จพระสังฆราช ประทานพระบรมสารีริกธาตุแก่พระเทพปัญญามุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม
ประธานจัดงานวันวิสาขบูชาฯ อัญเชิญพระบรมสารริกธาตุ จากชั้น ๔ ตึกสามัคคีพยาบาร ขึ้นบุษบกบนรบุปผาชาติ
ตั้งขบวนอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ออกถนนอังรีดูนังต์ เลี้ยวขวาเข้าสู่ถนนพระราม ๑ แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าสู่วัดปทุมวนาราม หยุดขบวน แล้วประธานกรรมการจัดงานฯ ฝ่ายฆราวาสอัญเชิญพระบรมสารีริกธาตุ ลงจากบุษบกที่รถบุปผาชาติแล้วอัญเชิญขึ้นประดิษฐาน ที่บุษบกบนมณฑปที่กลางสรุบริเวณหน้าวัดปทุมวนาราม พระภิกษุสามเณรวัดปทุมวนาราม เจริญชัยมงคลคาถา
ย้ำ ฆ้อง กลอง ระฆัง
พระเทพปัญญมุนี เจ้าอาวาสวัดปทุมวนาราม ถวายเครื่องสักการะและจุดธูปเทียนบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
ประธานกรรมการจัดการฯ ฝ่ายฆราวาส ถวายเครื่องสักการะและจุดธูปเทียนบูชาพระบรมสารีริกธาตุ
ประธานในพิธี ฝ่ายฆราวาส จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัยที่โต๊ะหมู่บูชาที่ปรำพิธี
สมาทาศีล
พระสงฆ์สมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ (ธรรมจักกัปปวัตนสูตร)
จบ
พิธีเปิดงานวันวิสาขบูชา
ประธานกรรมการจัดการฯ ฝ่ายฆราวาส กล่าวรายงานถึงวัตถุประสงค์ที่จัดงาน ประธานในพิธี ฝ่ายฆราวาส กล่าวเปิดงานและประกอบพิธีเปิดงานฯ พระสงฆ์เจริญชัยมงคลคาถา ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา เวียนเทียนรอบมณฑลพิธี บูชาพระบรมสารีริกธาตุ เปิดโอกาสให้พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลตามศรัทธาถึงเวลา ๒๔.๐๐ น.วันอาทิตย์ที่ ๑๘ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เดือน ๖
เวลา ๐๖.๐๐ น. เปิดโอกาสให้พุทธสศานิกชนได้บำเพ็ญกุศลตามศรัทธา เวลา ๐๗.๐๐ น. ทำบุญตักบาตรแด่พระภิกษุสามเณรวัดปทุมวนาราม ทั้งวัด-ถวายภัตตาหารเช้า เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์สมณศักดิ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ (ธรรมจักกัปปวัตนสูตร) ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม เวลา ๑๓.๐๐ น. มีการบรรยายธรรม และมีกิจกรรมต่างๆ อันเนื่องด้วยวันวิสาขบูชาไปจนถึงเวลา ๒๔.๐๐ น.วันจันทร์ที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖
เวลา ๐๗.๐๐ น. ถวายภัตตาหารเช้า แด่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด เวลา ๐๗.๓๐ น. พุทธศาสนิกชนทำบุญใส่บาตรแด่พระภิกษุสามเณรทั้งวัด เวลา ๐๙.๐๐ น. มีพระธรรมเทศนา ๑ กัณฑ์ เวลา ๑๐.๐๐ น. พระสงฆ์ ๑๐ รูป เจริญพระพุทธมนต์ ถวายภัตตาหารเพล ถวายเครื่องไทยธรรม พระสงฆ์อนุโมทนา พุทธศาสนิกชนได้บำเพ็ญกุศลตามศรัทธา เวลา ๑๕.๐๐ น. มีธรรมบรรยาย เวลา ๑๙.๓๐ น. พระเถรานุเถระพระภิกษุสามเณรวัดปทุมวนารามทำวัตรเย็น แล้วเจริญพระพุทธมนต์ เวียนเทียน เวลา ๒๑.๐๐ น. เริ่มแสดงพระธรรมเทศนา กัณฑ์แรกวันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑ แรม ๑ ค่ำ เดือน
เวลา ๐๕.๐๐ น. แสดงพระธรรมเทศนา กัณฑ์สุดท้าย พระภิกษุสามเณรทำวัตรเช้า แล้วอนุโมทนา เป็นเสร็จพิธีรายงานพิเศษที่ ๒/๒๕๕๑ วันที่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๑
วันนี้ (วันพฤหัสบดีที่ ๒๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๑) เวลา ๑๖.๑๙ น. สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานวโรกาสให้ พระ ดร. อชิน ญาณิสระ ประธานสังฆสภาแห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ และคณะกรรมการโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส พัดถล่มประเทศสหภาพเมียนมาร์ (พม่า) เข้าเฝ้ารับประานปัจจัยเพื่อช่วยเหลือพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวเมียนมาร์ ณ พระตำหนักคอยท่าปราโมช วัดบวรนิเวศวิหาร
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก ทรงประทานปัจจัยจำนวน ๑,๐๐๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งล้านบาทถ้วน) ให้แก่ พระ ดร. อชิน ญาณิสระ ประธานสังฆสภาแห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ เพื่อนำไปช่วยเหลือพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวเมียนมาร์ สำหรับคณะกรรมการโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัย กรณีเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส พัดถล่มประเทศสหภาพเมียนมาร์ ที่เข้าเฝ้าเพื่อทูลรายงานความคืบหน้าของโครงการฯ มี พระเทพสารเวที ผู้ปฏิบัติหน้าที่เลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ประธานโครงการฯ พระเทพญาณวิศิษฏ์ เจ้าอาวาสวัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก รองประธานโครงการฯ ๑ พระเทพปริยัติวิมล อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย รองประธานโครงการฯ ๒ พระราชรัตนมงคล ผู้ช่วยเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เลขานุการโครงการฯ
ส่วนสิ่งของที่ได้รับบริจาคมาแล้วนั้น มีประมาณ ๓ คัน รถบรรทุก ๑๐ ล้อ และในการขนส่งสิ่งของยังชีพ และเวชภัณฑ์ดังกล่าว สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จะประสานกับกองทัพอากาศ เพื่อเป็นตัวแทนในการดำเนินการขนส่งสิ่งของ ที่ได้รับบริจาคไปส่งยังประเทศสหภาพเมียนมาร์ต่อไป และคาดว่าจะจัดส่งของไปพม่าครั้งแรกประมาณปลายเดือน พฤษภาคม นี้ และครั้งที่ ๒ ประมาณสิ้นเดือน มิถุนายน ๒๕๕๑ ซึ่งเป็นครั้งสุดท้าย และเมื่อวันอังคารที่ ๒๐ พฤษภาคม ๒๕๕๑ พลเอกเปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี และรัฐบุรุษ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือพระสงฆ์ และประชาชนชาวพม่า จำนวน ๑๐,๐๐๐.๐๐ บาท (หนึ่งหมื่นบาทถ้วน) และในวันนี้ นายประชุม มาลีนนท์ และคณะผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ ช่อง ๓ ร่วมบริจาคเงินช่วยเหลือพระสงฆ์ และประชาชนชาวพม่า จำนวน ๗๐,๐๐๐.๐๐ บาท (เจ็ดหมื่นบาทถ้วน)
สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพระกุศลสร้างมหาทานบารมีร่วมกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยบริจาคปัจจัยหรือสิ่งของยังชีพ รวมทั้งเวชภัณฑ์ เพื่อให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวเมียนมาร์ ที่ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลนมาร์กิสพัดถล่มในครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคได้ที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และ มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือร่วมบริจาคผ่านทางธนาคาร ชื่อบัญชี "ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส" ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี ๑๑๖-๔-๓๔๗๔๑-๙ และสามารถร่วมบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัย เหตุการณ์แผ่นดินไหว ณ มณฑลเสฉวน สาธารณรัฐประชาชนจีน โดยบริจาคผ่านทางธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี ๑๑๖-๔-๓๔๖๖๑-๙ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๑-๒๘๓๑-๒, ๐๘๓-๒๓๖-๖๖๓๘ โทรสาร ๐-๒๒๘๑-๒๘๓๓
ขอเชิญร่วมงานนิทรรศการวันวิสาขบูชา และงานเปิดตัวเว็บไซต์พุทธะดอทคอม ในวันพฤหัสบดีที่ ๑๕ และ วันศุกร์ที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ.๒๕๕๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. เป็นต้นไป ณ อาคารมาลีนนท์ ถนนพระราม ๔
ภายในงานมีผู้แทนสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก และพระสงฆ์จากวัดบวรนิเวศวิหาร และเจ้าหน้าที่สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เข้าเยี่ยมชม พร้อมทั้งพระมหาวุฒิชัย (ว. วชิรเมธี) ร่วมอธิบายและแจกหนังสือ
พระโอวาท
วันวิสาขบูชา ๒๕๕๑
สมเด็จพระญาณสังวร
สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก
วันนี้เป็นวันวิสาขบูชา เป็นวันที่มีความสำคัญที่สุดสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประสุติ ตรัสรู้และปรินิพพาน พระองค์ทรงเป็นพระบรมศาสดาผู้ทรงเปี่ยมด้วย พระคุณอันประเสริฐ ๓ ประการ คือพระปัญญาคุณ พระบริสุทธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณ ต่อทวยเทพ มวลมนุษย์และสรรพสัตว์
ฉะนั้น เมื่อวันวิสาขบูชา พุทธศักราช ๒๕๕๑ มาถึง ควรที่เราทั้งหลาย จะได้ทำการบูชาและน้อมรำลึกถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้า พร้อมทั้งพระธรรมและพระอริยสงฆ์ เพื่อน้อมนำมาเป็นที่พึ่งของตนเป็นแนวทางในการปฏิบัติดำเนินชีวิต เพื่อความสวัสดีและความสงบร่มเย็นแก่เพื่อนร่วมโลกสืบไป
ขออำนาจคุณพระศรีรัตนตรัยและบุญกุศล อำนวยให้ทุกท่านเจริญด้วยสุขสิริสวัสดิ์พิพัฒนชัยมงคลตลอดไปโดยทั่วกัน
สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มีพระบัญชาให้สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช จัดทำโครงการช่วยเหลือผู้ประสบภัยพายุไซโคลนนาร์กิสประเทศสหภาพเมียนมาร์ เมื่อวันที่ ๔ พฤษภาคม ๒๕๕๑ ที่ผ่านมา
เนื่องจากสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีความสัมพันธ์อันดีกับคณะสงฆ์แห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ โดยรัฐบาลแห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ ได้ถวายตำแหน่งพระสมณศักดิ์สูงสุดที่ อภิธชมหารัฐคุรุ ตั้งแต่ พุทธศักราช ๒๕๓๔ ครั้นเกิดเหตุการณ์พายุไซโคลนนาร์กิส พัดถล่มประเทศสหภาพเมียนมาร์ จึงทรงมีพระประสงค์ที่จะช่วยเหลือพระสงฆ์ และประชาชนทั่วไปของประเทศสหภาพเมียนมาร์
จากการรายงานข่าวของสื่อมวลชน ประมาณการผู้เสียชีวิตหลายหมื่นคน และประชาชนหลายแสนคนกำลังขาดแคลนที่พักพิง และน้ำดื่มภายหลังเกิดเหตุพายุไซโคลนพัดถล่มหนัก ขณะนี้ประชาชนกำลังต้องการผ้าใบพลาสติก ยาฆ่าเชื้อโรค อุปกรณ์ประกอบอาหาร มุ้ง อุปกรณ์ด้านสาธารณสุขและอาหาร อย่างเร่งด่วน รวมทั้งพระสงฆ์ของประเทศสหภาพเมียนมาร์ก็ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้เช่นกัน อีกทั้งวัดทางพระพุทธศาสนายังเป็นที่พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบภัยด้วย ดังนั้นเจ้าประคุณสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก จึงประทานปัจจัยช่วยเหลือพระสงฆ์แห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ โดยผ่านสังฆสภาแห่งประเทศสหภาพเมียนมาร์ จำนวน ๑๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งแสนบาทถ้วน)
ดังนั้นจึงขอเชิญพุทธศาสนิกชนร่วมพระกุศลสร้างทานบารมีร่วมกับ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก โดยบริจาคปัจจัย หรือสิ่งของยังชีพ เพื่อให้ความช่วยเหลือพระสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และประชาชนชาวเมียนมาร์ ที่ประสบภัยพิบัติพายุไซโคลนนาร์กิสพัดถล่มในครั้งนี้ โดยร่วมบริจาคได้ที่ สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช วัดบวรนิเวศวิหาร, วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก และมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือร่วมบริจาคผ่านทางธนาคาร ชื่อบัญชี “ช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหตุการณ์ณ์พายุไซโคลนนาร์กิส” ธนาคารกรุงเทพ บัญชีออมทรัพย์ สาขาบางลำพู เลขที่บัญชี ๑๑๖-๔-๓๔๗๔๑-๙ ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ ๓๐ มิถุนายน ๒๕๕๑ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ ๐-๒๒๘๓-๒๘๓๑-๓, ๐๘๓-๒๓๖-๖๖๓๘