นกกระต้อยติวิด หรือ นกต้อยตีวิด ภาพจาก hbw.com

ยังมีต้นไทรใหญ่อยู่ริมฝั่งคงคาต้นหนึ่ง มีกิ่งร่มปรกลงไปในแม่น้ำหมู่มัจฉาชาติตัวน้อยๆ เข้าอาศัยว่ายวนอยู่เป็นอันมาก ภายใต้ร่มไทรนั้นมีสุมทุมอ้อแขม เป็นที่อาศัยแห่งฝูงนกกระต้อยติวิด มีรุกขเทวดาองค์หนึ่งสิงสถิตอยู่บนต้นไทร อันว่านกกระต้อยติวิดทั้งหลายนั้น ถึงเพลาแสบท้องก็ลงไปหาปลาบริโภคตามชายเฟือยริมฝั่งน้ำใต้ต้นไม้ไทรเป็นนิจ และนางนกกระต้อยติวิดตัวหนึ่งนั้น มีดำริจิตคิดเห็นว่า ต้นพระไทรใหญ่ต้นนี้มีพระคุณกับเรายิ่งนัก ได้อาศัยร่มกิ่งใบเป็นที่หลับนอน และเที่ยวหาอาหารเป็นผาสุก ด้วยมิได้ต้องแสงพระอาทิตย์ให้ได้ความร้อนรน นางนกกระต้อยติวิดจึงประสานปีกทั้งสองยกขึ้นกระทำอัญชลีแล้ว ก็ส่งเสียงอันไพเราะร้องสรรเสริญคุณต้นพระไทรตามภาษาของตนวันละสามเพลา และเมื่อนางนกลงไปหาอาหารที่ริมฝั่งน้ำครั้งใด ครั้นได้อาหารบริโภคอิ่มแล้ว เมื่อจะกลับขึ้นมายังที่สุมทุมเคยอาศัย ก็อมน้ำขึ้นมารดลงที่ใต้ต้นไทรใหญ่ทุกครั้ง ด้วยนางนกปรารถนาว่าจะให้ต้นพระไทรงามบริบูรณ์ขึ้นกว่าเก่า เดชะผลซึ่งนางนกกระทำเคารพต้นพระไทรนั้น ก็บันดาลให้ขนข้างหางปีกงดงามบริบูรณ์ด้วยสีสรรพวรรณ และมีกำลังกายยิ่งกว่านกกระต้อยติวิดทั้งหลาย ก็ถึงซึ่งสมมุติว่าเป็นใหญ่กว่าฝูงนกนั้นอันเป็นบริวาร

ดับนั้นพฤกษเทเวศร์ซึ่งสถิตอยู่ต้นพระไทรใหญ่ ครั้นเห็นนางนกกระต้อยติวิดประพฤติเคารพต้นพระไทรดังนั้นก็มีจิตเมตตากรุณา เมื่อนางนกลงไปแสวงหาอาหารตามชายเฟือยริมฝั่งน้ำเพลาใด เทวดาก็บันดาลให้มัฉจาอันถึงแก่มรณะ มาลอยวนอยู่จำเพาะหน้านางนกเป็นอันมาก มิให้นางนกด้วยความลำบากด้วยต้องเที่ยวแสวงหาอาหาร แต่นางนกนั้นน้ำใจโลเล มักรีแรแชเชือน ได้บริโภคอาหารจนอิ่มท้องบ้าง ครึ่งท้องค่อนท้องบ้าง ครั้นได้เห็นและได้ฟังฝูงนกอันเป็นบริวารตัวใดตัวหนึ่งลงเล่นน้ำก็ดี และนอนแผ่หางกางปีกผึ่งแดดเล่นก็ดี และวิ่งไปวิ่งมาร้องหยอกกันเล่นก็ดี นางนกก็ละอาหารเสีย แล่นไปดูไปเล่นไปนอนไปทำต่างๆ ตามนกทั้งหลายในฝูงของตนประพฤติ อันว่านกตัวอื่นครั้นเห็นนางนกนางฝูงละอาหารเสียแล้ว ก็ชวนกันบริโภคมัจฉาเป็นประโยชน์แห่งตนๆ เสียสิ้น แต่กาลก่อนนางนกเคยกระทำเคารพต้นพระไทรมิได้ขาด ครั้นนางนกสำคัญใจว่าตัวประเสริฐกว่านกทั้งปวงซึ่งเป็นบริวาร ทั้งได้อาหารบริโภคก็โดยง่าย จิตนางนกก็สูงขึ้นข้างการกำเริบร่าเริง ได้เคารพพระไทรบ้างลืมเสียบ้าง พวกบริวารจะชักเชือนแชก็แร่รี่ไปตามใจ จนนกในฝูงของตัวก็รู้อัชฌาสัย ว่าน้ำจิตนางนกนั้นโลเล เมื่อถึงเพลาไปหาอาหารบริโภคก็แสร้งกระทำต่างๆ ให้นางนกละอาหารเสียประดุจกล่าวแล้ว

กาลนั้นรุกเทพดา เห็นนางนกกระต้อยติวิดมีสันดานกำเริบกลับประพฤติน้ำจิตโลเลไปดัง นั้น จึ่งคิดว่านางนกตัวนี้ได้กระทำความดีไว้แต่หลังมาเป็นอันมาก จำเราจะไปให้โอวาทสั่งสอนดูสักครั้งหนึ่งจึ่งจะควร เทพยเจ้าจึ่งดำริแล้วก็แปลงเพศเป็นนกกระต้อยติวิดตัวผู้ มีรูปร่างงามพึงใจ มาเจรจาประโลมนางนกให้ยินดีในการสังวาส แล้วก็กล่าวคำชี้แจงสั่งสอนนางนกว่า ดูกรเจ้าผู้เป็นที่รัก แต่ก่อนเราเห็นว่า เจ้ากระทำอัญชลีเคารพนบน้อมต้นพระไทรเป็นนิจกาล อันความจำเริญก็บังเกิดมีแก่ตัวเจ้าจนรุกขเทวดาซึ่งสถิตอยู่บนต้นพระไทรนี้ มีแต่ความเมตตากรุณาหวังจะมิให้เจ้าได้รับความลำบากยากเหนื่อย ช่วยบันดาลอาหารให้บริโภคทุกเพลาไม่รู้ขาด บัดนี้เจ้ามาละเลยการคารวะอันเป็นความจำเริญของเจ้าเสีย มาประพฤติขาดบ้างเหลือบ้าง ทำจิตใจเงื่อยโคลงประดุจขอนไม้อันลอยละลอกกลอกกลิ้งอยู่กลางน้ำ ไม่ควรที่จะดูเช่นเห็นอย่างกลับเอาสิ่งชั่วมาเป็นดี ช่างไต่ตามหมู่นกอันธพาลสันดานสิ้นคิด แต่ละตัวมีลูกตาเหมือนด้วยนกฮูกนกเค้า และเหมือนด้วยนัยน์ตาหุ่นยนต์ คนเขาชักไขว่ขวักทำร่างกายจริตกิริยาเหมือนด้วยนกตัวผู้และมีเหนียงแห้ง พอใจรับ ประทานอาหารจะบริโภคมิได้ดูก็น่านิรเทศจากฝูง ควรหรือเจ้ามานิยมยินดีช้างรีแรแชเชือน ถือเยี่ยงอย่างนกเหล่านี้หาชอบไม่

ฝ่ายนางนกก็ผินหน้าตอบคำเทววิหค ว่าข้าน้อยก็กระทำเคารพอยู่ แต่ขาดบ้างเหลือบ้างด้วยเคลิ้มสติหลงลืมไป นางนกว่าเท่าดังนั้นแล้วก็นิ่งเสีย

เทพวิหคจึ่งว่าแต่นี้ไป เจ้าอย่าได้มีความประมาท ซึ่งเจ้าได้ร่วมรสฤาดีด้วยเราครั้งนี้คงจะเกิดบุตร อันดรุณโปฏกนั้นจะมีบุญวาสนาประเสริฐกว่านกกระต้อยติวิดทั้งสกลชมพูทวีป จะได้เป็นพญานกมีบริวารนับด้วยร้อยและพันเป็นอันมาก เจ้าจงอุตส่าห์ฟักฟองอย่าให้มีอันตรายสิ่งใดได้ เทววิหคสั่งเท่านั้นแล้วก็อันตรธานหายไป

ขณะนั้นนางนกครั้งได้เห็นก็คิดอัศจรรย์ใจนัก จึงคะนึงนึกหมายมั่นว่าชะรอยรุกขเทวดา แสร้งแปลงเพศมาสั่งสอนเราเป็นทางกระทบกระเทียบ นางนกจะได้เชื่อถ้อยถือคำไว้มั่นใจนั้นหามิได้ แต่ว่าค่อยได้สติสู้ทรมานจิตให้ยั่งยืนแน่นอนประพฤติตามโอวาทวิหคเทเวศร์ได้สักสี่ห้าวัน ครั้นได้เห็นนกบริวารลางตัวก็เต้นตามกันไปข้างโน้นมาข้างนี้ เป็นที่สบายใจเริงรื่น นางนกก็กลับใจโลเลกระทำตามหมู่นกอันธพาลไปประดุจหนหลัง อยู่มาไม่นานนางนกก็ตกฟองของตนใบหนึ่งมีสีดุจแสงแก้วไพฑูรย์ นางนกก็ฟักฟองตามประเพณีนกกระต้อยติวิด ธรรมดานกกระต้อยติวิดนั้นจะนอนก็ดี จะฟักฟองก็ดี ย่อมนอนหงายเอาเท้าทั้งสองข้างขึ้นชี้ฟ้า ด้วยสำคัญใจกลัวว่าฟ้าจะทุ่มทับลงมาจะได้เอาเท้าทั้งสองนั้นรับไว้ และเมื่อนางนกนอนหงายฟักฟองอยู่ได้เจ็ดแปดวัน เพลาวันหนึ่งเป็นเพลาชายแสงพระอาทิตย์ นกในหมู่บริวารตัวหนึ่งนั้นมาร้องบอกพวกกันอื้ออึงว่า พญาหงส์สีกรัชกายเหลืองงามประดุจทองมาจับอยู่ที่กิ่งพฤกษาริมสุมทุบตรงนี้ นกทั้งหลายต่างตนก็ตลีตะลานพากันไปดูพญาราชหงส์ทอง นางนกครั้นได้ฟังดั่งนั้นก็มีจิตเสียวกระสันจนลืมสติ หาทันที่จะกลับตัวเอาเท้าลงเหยียบแผ่นดินไม่ ด้วยใจจะใคร่ไปให้ทันพวกพ้อง ก็แผ่หางกางปีกผกเผ่นขึ้นโดยกำลังเร็ว ฟองก็กลิ้งตกแตกเสียในขณะนั้น นางนกหาทันรู้ไม่ลนลานรีบแร่ไปเชยชมรูปโฉมพญาหงส์ อันเหลืองงามดังพรรณแห่งทอง ครั้นพญาหงส์บินไปจากสถานที่นั้นแล้ว นางนกก็ยังเจรจาสรรเสริญรูปทรงพญาหงส์อยู่กับพวกพ้องอีกช้านาน จะได้คิดระลึกถึงฟองที่ตนฟักอยู่นั้นสักขณะจิตหนึ่งก็หามิได้ ครั้นกลับมาที่อยู่เห็นฟองแตกทำลายก็ตกใจ ยืนเหลียวซ้ายแลขวาพอเห็นนกตัวหนึ่งอยู่ที่นั้นหาได้ไปดูพญาหงส์ทองไม่ นางนพโทมนัสพลางโกรธพลางๆ ร้องว่ากับนกตัวนั้นว่าทำไมอยู่กับที่นี่จึ่งไม่ช่วยระวังไข่ของเรา หารู้ไม่หรือว่าเราจะไปดูพญาหงส์ทอง นกตัวนั้นหาปัญญามิได้ก็ไม่เถียงทะเลาะ หลีกไปเสียจากที่นั้นพอพ้นปาก ในเพลานั้นนางนกคิดเสียใจนัก ก็เที่ยวกระสับกระส่ายเสือกสนอยู่ตัวเดียว

ขณะนั้นเทพยดารุกขพระไทร เห็นความชั่วของนางนกกระต้อยติวิด จึ่งร้องลงมาว่าดูกรนางนก ตัวเจ้ามีรูปก็งดงามทั้งสำเนียงเสียงร้องก็ไพเราะ แต่น้ำใจนั้นลามกดูประดุจใบไม้อันต้องลม มีแต่หวั่นไหวอยู่เป็นนิจนิรันดร์ อันสันทัศปาปะมิตรย่อมอัปมงคล หาควรจะอยู่ใต้ต้นพระไทรใกล้เคียงกับเราไม่ เทพเจ้าร้องว่าเท่านั้นแล้วก็บันดาลให้เพลิงป่ามาไหม้สุมทุบและให้น้ำพัดชายเฟือย ซึ่งนกกระต้อยติวิดทั้งฝูงเคยอาศัยหลับนอนและหาอาหารให้อันตรธานสาบสูญเสียสิ้น อันว่านกกระต้อยติวิดฝูงนั้น ก็ถึงอัประภาคยากแค้น ได้ความเดือดร้อนด้วยอาหารการกิน เที่ยวระเห ระหนทนเทวษอยู่สิ้นทั้งฝูง ต่างติเตียนนางนกผู้เป็นนายว่าสันดานโลเลเร่ร่อน ทำให้เราพลอยอนาถาหาที่อยู่ที่กินมิได้ แต่นางนกกระต้อยติวิดตัวต้นเหตุนั้น ครั้นสิ้นคิดเข้าแล้วก็ได้แต่โทมนัส นึกในใจขอให้รุกขเทวดาองค์นี้จุติไปเสียจากต้นพระไทร เราจะได้กลับคืนเข้าอยู่ยังถิ่นฐาน เป็นผาสุกสบายใจเช่นกาลก่อน

และนิทานนางนกกระต้อยติวิดซึ่งข้าน้อยบริยายนี้ ไม่ควรจะถือเช่นเอาเป็นอย่าง ถ้ามนุษยชาติหญิงชายจำพวกใดประพฤติน้ำจิตเป็นพาลสันดานโลเลแล่นไปแล่นมา เช่นนางนกกระต้อยติวิดตัวนั้นแล้ว ชื่อชั่วก็จะปรากฏเป็นนิยายอยู่สิ้นกัลปาวสาน

อนึ่งโสดอันว่านิทานนางคชสารสองตัว ซึ่งมากไปด้วยมารยาสาไถย และเล่นตัวไปต่างๆ นั้น ข้าน้อยก็พึงจะกล่าวให้ท่านทั้งหลายฟังโดยพิสดาร

ที่มา: หนังสือ นางนพมาศ พิมพ์ในงานพระราชทานเพลิงศพ ท่านผู้หญิงสุรสีห์วิศิษฐศักดิ์ (พุ่ม กัลยาณมิตร) ปีมะเส็ง พ.ศ. ๒๔๗๒, เว็บไซต์เรือนไทย

ธรรมอื่นที่น่าสนใจ