ณ พระเชตวันมหาวิหาร กรุงสาวัตถี มีพระภิกษุกลุ่มหนึ่งแยกย้ายกันจำพรรษาอยู่ตามอารามรอบ ๆ นคร
พระภิกษุเหล่านั้นเกรงจะเกิดการขัดแย้งทะเลาะวิวาทกันจนอยู่ไม่เป็นสุขตลอดพรรษา จึงได้ตั้งกติกาว่า
จะไม่พูดจากัน (มูควัตร) จนกระทั่ง ถึงวันออกพรรษาพระภิกษุเหล่านั้นก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าที่
พระเชตวันมหาวิหารกราบทูลเรื่องทั้งหมดให้ทรงทราบ พระพุทธเจ้าจึงทรงตำหนิว่าอยู่กันเหมือนฝูงปศุสัตว์
แล้วทรงมีพระบรมพุทธานุญาตให้พระภิกษุกระทำการปวารณาต่อกัน พระองค์ทรงตรัสว่า
“ ภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้ภิกษุทั้งหลายผู้จำพรรษาแล้ว ปวารณากัน ในสามลักษณะ
คือด้วยการเห็นก็ดี ด้วยการได้ยินก็ดี ด้วยการสงสัยก็ดี ”
การทำปวารณากรรมนี้ จะกระทำในวันสุดท้ายที่ครบ ๓ เดือน นับแต่วันเข้าพรรษา ในวันนี้พระสงฆ์ไม่ต้องทำ
อุโบสถกรรม (สวดพระปาติโมกข์) อย่างวันเพ็ญหรือวันสิ้นเดือนอื่น ๆ แต่มีพระวินัยบัญญัติให้ทำปวารณากรรมแทน
การสวดพระปาติโมกข์ นอกจากนี้ ปีหนึ่ง ๆ ในวัดหนึ่งจะมีปวารณากรรมได้เพียงครั้งเดียว ฉะนั้นปวารณากรรม
จึงนับเป็นสังฆกรรมพิเศษ เป็นหน้าที่ บังคับให้ภิกษุทุกรูปต้องทำ
เมื่อพระภิกษุทำปวารณากรรมแล้ว ถือว่าพ้นข้อผูกพันที่ต้องอยู่ประจำ สามารถไปไหนมาไหนได้ทั่วไป ฉะนั้น
จึงนิยมเรียก ปวารณากรรมนี้อย่างเข้าใจง่าย ๆ ว่า “ออกพรรษา” ปวารณากรรม หรือ การออกพรรษา
มี คำกล่าวปวารณาเป็นภาษาลี ความว่า
“สังฆัมภันเต ปะวาเรมิ ทิฎเฐนะ วา สุเตนะ วา ปะริสังกายะ วา วะทันตุ มัง
อายัสมันโต อะนุกัมปัง อุปาทายะ ปัสสันโต ปฎิกะริสสามิ”
แปลว่า “ข้าแต่พระสงฆ์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าขอปวารณาต่อสงฆ์ ด้วยได้เห็นก็ดี
ด้วยได้ยินก็ดี หรือสงสัยก็ดี ขอท่านทั้งหลายจงอาศัยความกรุณาโปรดอนุเคราะห์
ว่ากล่าวตักเตือนข้าพเจ้าด้วย เมื่อข้าพเจ้าสำนึกได้ จักทำคืนเสีย แล้วจักสำรวมระวังต่อไป
(กล่าว ๓ ครั้ง)
การกล่าวปวารณา เท่ากับเป็นการช่วยระมัดระวังข้อประพฤติปฏิบัติที่ไม่ดีของพระรูปหนึ่งรูปใด ซึ่งเป็นการป้องกัน
ปัญหาจากจุด เล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนจะลุกลามก่อความเสื่อมเสียไปถึงพระสงฆ์หมู่มาก และลุกลามไปถึงพระพุทธศาสนา
อันเป็นจุดศูนย์กลาง ได้ ซึ่งเป็นกุศโลบายในการจัดการโดยใช้วิธีป้องกันไว้ก่อนดีกว่าการแก้ไขในภายหลัง
ดังจะเห็นได้ว่า วันออกพรรษา หรือวันมหาปวารณาที่พระภิกษุสงฆ์ทั้งหลายกระทำเช่นนี้ เป็นเครื่องชี้ให้เห็น
วิธีการคอยสังวร คือ ตามระวัง ไม่ประมาท ไม่ยอมให้ ความเลวร้ายเกิดขึ้นได้ เหมือนล้อมรั้วไว้ก่อนที่วัวจะหาย
ธรรมเนียมปฏิบัติในวัน ออกพรรษา :
สำหรับธรรมเนียมปฏิบัติของฆราวาสที่เกี่ยวเนื่องกันในวันออกพรรษานี้ก็ได้แก่การบำเพ็ญบุญกุศลต่าง ๆ เช่น
การทำบุญตักบาตร รักษาศีล ฟังธรรม ณ วัดที่อยู่ใกล้เคียง การทำบุญซึ่งเป็นประเพณีนิยมที่กระทำกันมานานแล้ว
ในวันออกพรรษา คือ “ตักบาตรเทโว” หรือเรียกชื่อเต็มคำว่า “ตักบาตรเทโวโรหนะ” แปลว่า การหยั่งลงจากเทวโลก
หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า“ตักบาตรดาวดึงส์” ซึ่งการตักบาตรเทโวนี้ จะกระทำในวันขึ้น ๑๕ เดือน ๑๑ หรือวันแรม ๑ ค่ำ
เดือน ๑๒ ก็ได้ สุดแท้แต่จะเห็น พร้อมกัน แต่โดยส่วนมาก มักจะจัดการทำบุญตักบาตร หลังวันออกพรรษาหนึ่งวัน
คือ วันแรม ๑ ค่ำเดือน ๑๒