พระธรรม (61)
วิปัสสนาญาณ ๙ ญาณในวิปัสสนา, ญาณที่นับเข้าในวิปัสสนาหรือที่จัดเป็นวิปัสสนา คือ เป็นความรู้ที่ทำให้เกิดความเห็นแจ้ง เข้าใจสภาวะของสิ่งทั้งหลายตามความเป็นจริง
สุหทมิตร หรือ มิตรแท้ ๔ คือ มิตรมีใจดี, มิตรที่จริงใจ
๑มิตรอุปการะ (อุปการกะ) มีลักษณะ ๔ คือ
เพื่อนประมาท ช่วยรักษาเพื่อน เพื่อนประมาท ช่วยรักษาทรัพย์สินของเพื่อน เมื่อมีภัย เป็นที่พึ่งพำนักได้ มีกิจจำเป็น ช่วยออกทรัพย์ให้เกินกว่าที่ออกปาก๒มิตรร่วมทุกข์ร่วมสุข (สมานสุขทุกข์) มีลักษณะ ๔ คือ
บอกความลับแก่เพื่อน ปิดความลับของเพื่อน มีภัยอันตราย ไม่ละทิ้ง แม้ชีวิตก็สละให้ได้๓มิตรแนะประโยชน์ (อัตถักขายี) มีลักษณะ ๔ คือ
จะทำชั่วเสียหาย คอยห้ามปรามไว้ คอยแนะนำให้ตั้งอยู่ในความดี ให้ได้ฟังได้รู้สิ่งที่ไม่เคยได้รู้ได้ฟัง บอกทางสุขทางสวรรค์ให้๔มิตรมีน้ำใจ (อนุกัมปกะ มิตรมีความรักใคร่ หรือมิตรผู้รักใคร่เอ็นดู) มีลักษณะ ๔ คือ
เพื่อนมีทุกข์ พลอยไม่สบายใจ (ทุกข์ ทุกข์ด้วย) เพื่อนมีสุข พลอยแช่มชื่นยินดี (สุข สุขด้วย) เขาติเตียนเพื่อน ช่วยยับยั้งแก้ให้ เขาสรรเสริญเพื่อน ช่วยพูดเสริมสนับสนุนอ้างอิง: พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
บุญกิริยาวัตถุ ๑๐ คือ ที่ตั้งแห่งการทำบุญ, ทางทำความดี ประกอบด้วย
๑ทานมัย - ทำบุญด้วยการให้ปันสิ่งของ
๒สีลมัย - ทำบุญด้วยการรักษาศีลหรือปฏิบัติดี
๓ภาวนามัย - ทำบุญด้วยการเจริญภาวนา คือฝึกอบรมจิตใจเจริญปัญญา
๔อปจายนมัย - ทำบุญด้วยการประพฤติอ่อนน้อม
๕เวยยาวัจจมัย - ทำบุญด้วยการช่วยขวนขวายรับใช้
๖ปัตติทานมัย - ทำบุญด้วยการเฉลี่ยส่วนแห่งความดีให้แก่ผู้อื่น
๗ปัตตานุโมทนามัย - ทำบุญด้วยการยินดีในความดีของผู้อื่น
๘ธัมมัสสวนมัย - ทำบุญด้วยการฟังธรรมศึกษาหาความรู้
๙ธัมมเทสนามัย - ทำบุญด้วยการสั่งสอนธรรมให้ความรู้
๑๐ทิฏฐุชุกัมม์ - ทำบุญด้วยการทำความเห็นให้ตรง
ข้อ ๔ และข้อ ๕ จัดเข้าในสีลมัย; ๖ และ ๗ ในทานมัย; ๘ และ ๙ ในภาวนามัย; ข้อ ๑๐ ได้ทั้งทาน ศีล และภาวนา
อ้างอิง: พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม, พระพรหมคุณาภรณ์ (ป. อ. ปยุตฺโต)
อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต
อัตตานะเมวะปะฐะมังปะฏิรูเปนิเวสะเย อะถัญญะมะนุสาเสยยะนะกิลิสเสยยะ ปัณฑิโต
บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
สัญญะตัดสะจะทัมมะชีวิโนอับปะมัดตะสะยะโสภิวะทุดติ
มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาทอตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ
อัดตาโนสุขเมสาโนเปจะโสละภะเตสุขัง
ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุขอนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ
อันทะตะมังตะทาโหติยังโลโภสะหะเตนะรัง
ความโลภเข้าครอบงำคนเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้นยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถ ขนฺติพลสฺสูปสมนฺติ เวรา
ยังขันติมาสับปุริโสละเภถะขันติพลสะสูปะสะมันติเวรา
(เพราะ) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลังนั้น ย่อมสงบระงับโย ภาตรํ เปตฺติกํ สาปเตยฺย อวญฺจยี ทุกฺกฏกมฺมการี
โยภาตะรังเปตติกังสาปะเตยยะอะวัญจะยีทุกกะฏะกัมมะการี
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา