|
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ
อันทะตะมังตะทาโหติยังโลโภสะหะเตนะรัง
ความโลภเข้าครอบงำคนเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ
ลุทะโธอัตถังนะชานาติลุทะโธทัมมังนะปะสะติ
ผู้โลภย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม
มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ
มะมะตะตังโสอะสังวินะทังนัดทิเมตินะโสจะติ
เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้
ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กญฺจนํ
ยะสะนัดทิอิทังเมติปะเรสังวาปิกัญจะนัง
ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น
อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ
อันทะตะมังตะทาโหติยังโมโหสะหะเตนะรัง
ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น
มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ มูฬฺโห ธมฺมํ ปสฺสต
มูฬะโหอัดถังนะชานาติมูฬะโหทัมมังปะสะตะ
ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม
วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ
วิเวกะทัสสีผัดสะเสสุทิทิดฐีสุจะนะนิยะติ
ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปนทิฏฐิทั้งหลาย
นิราสตฺตี อนาคเต อตีตํ นานุโสจติ
นิราสัตตีอนาคตอะตีตังนานุโสจะติ
ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว
ตณฺหาย อุฑทิโต โลโก ชราย ปริวาริโต มจฺจนา ปิหิโต โลโก ทุกฺเข โลโก ปติฏฺฐิโต
ตันหายะอุฑทิโตโลโกชรายะปะริวาริโต มัจจะนาปิติโตโลโกปะติทิทิดฐี
โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในความทุกข์
วิสุทฺธิ สพฺพเกฺลเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ
วิสุดธิสัพพะเกลเสหิดโหติทุกเขหินิพะพุติ
ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย
น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา
นะวิเสสีนะนีเจยโยตัสสะโนสันติโนสันติอุสะทา
หรือต่ำกว่าเขาในโลก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเฟื่องฟูขึ้น
อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ
อุเปกขะโกสะทาสะโตนะโลเกมัญยะติสะมัง
ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขาดีกว่าเขา
อิจฺฉาพุทฺธา ปุถู สตฺตา ปาเสน สกุณี ยถา
อิจฉาพุดทาปุถูสัดตาปาเสนสะกุนียะถา
สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ ฉะนั้น
อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชชหา
อิจฉานะรังปะริสะติอิจฉาโลกสะมิทุชะหา
ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก
อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ
อิจฉายะวิปปะหาเนนะสัพพังฉินัดติพันธะนัง
เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้
อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยายุ มุจฺจต
อิจฉายะพัดฌะติโลโกอิจฉาวินะยายุมุจะตะ
โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก
ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ กมฺมํ ตสฺส ปรายนํ
ตัญหาชะเนติปุระสังจิตะมัดสะวิทาวะติสัดโตสังสะระมาปาทิกัมมังตัสสะปะรายะนัง
ตัณหายังให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไปจึงยังมีกรรมนำหน้า
ตญฺหา ชเนติ ปุรสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขา น ปริมุจฺจติ
ตัญหาชะเนติปุระสังจิตะมัดสะวิทาวะติสัดโตสังสะระมาปาทิทุกขานะปะริมุจจะติ
ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไปจึงไม่พ้นจากทุกข์
ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา
ตันนามะรูปะสะมึอะสะชะมานังอะกิจจะนังนานุปะตันติทุกขา
ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น
โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ สญฺโยชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย
โกธังชะเหวิปปะชะเหยยะมานังสัญโยชะนังสัมพะมะติกะเมยยะ
บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง(เพราะ)ทุกข์ทั้งหลาย
โลโภ โทโส จ โมโห จ ปุริสํ ปาปเจตสํ หึสนฺติ อตฺตสมฺภูตา ตจสารํว สมฺผลํ
โลโภโทโสจะโมโหจะปุริสังปาปะเจตะสังหึสันติอัดตะสัมภูตาตะจะสารังวะสัมพะลัง
โลภะ โทสะ โมสะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้ใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าไผ่ ฉะนั้น
วธํ อริยา ปสํสนฺติ ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจติ
วะธังอะริยาปะสังสันติตัญหิเฉตะวานะโสจะติ
ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก
โกธสฺส วิสมูลสฺส มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณ
โกทะสะวิสะมูลสะมะธุระคะสะพราหมณ
พราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิธ
น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต
นะเตทัมเมวิรูหันติสัมมาสัมพุดทะเทสิเต
ย่อมไม่งอกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว
กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี อุนฺนฬา จาสมาหิตา
กุหาถัดธาละปาสิงคีอุนะฬาจาสะมาหิตา
ผู้คนหลอกหลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น
ตนฺทึ มายํ หสฺสํ ขิฑฺฑํ เมถุนํ วิปฺปชเห สวิภูสํ
ตันทึมายังหัดสะสังขิดฑังเมถุนังวิบปะชะเหสะวิภูสัง
ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อทั้งเครื่องประดับเสีย
นิทฺทํ น พหุลีกเรยฺย ชาคริยํ ภเชยฺย อาดาปี
นิททังนะพะหุลีกเรยยะชาคะริยังภะเชยยะอาดาปี
ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา
ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจ ํ อุชฺฌานสญฺญิโน อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสวกฺขยา
ปะระวัดชานุปะสินสะนิจจังอุชฌานสันยิโนอาสะวาตัสสะวะทุดนะติอาราโสอาสะวักขะยา
คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่แพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ
ยา กาจิมา ทุคฺคติโย อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ อวิชฺชา มูลกา สพฺพา อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา
ยากาจิมาทุคคะติโยอัสมึโลเกปะรัมหิจะอะวิชชามูลกาสับพาอิจฉาโลภสมุดสะยา
ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโภภเป็นลำต้น
เยน สลฺเลน โอติณฺโณ ทิสา สพฺพา วิธาวต ตเมว สลฺลํ อพฺพุยฺห น ธาวติ น สีทติ
เยนสัดเลนโอตินโนทิสาสับพาวิธาวะตะตะเมวะสัดลังอับพุยหะนะธาวะตินะสีทะติ
บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้ว ย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม |