พระธรรม
หมวดตน (อัตตวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๙ น.

อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต

อัตตานะเมวะปะฐะมังปะฏิรูเปนิเวสะเย อะถัญญะมะนุสาเสยยะนะกิลิสเสยยะ ปัณฑิโต

บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง

 

ทุคฺคา อุทฺธรถตฺตานํ ปงฺเก สนฺโนว กุญฺชโร

ทุคคาอุดธะระตุดตานังปังเกสันโนวะกุญชะโร

จงถอนตนขึ้นจากหล่ม เหมือนช้างตกหล่มถอนตนขึ้นฉะนั้น

 

อตฺตานํ ทมยนฺติ สุพฺพตา

อัดตานังทะมะยันติสัพพะตา

ผู้ประพฤติดี ย่อมฝึกตน

 

สุทนฺโต วต ทเมถ อตฺตา หิ กิร ทุทฺทโม

สุทันโตวะตะทะเมถะ อัดตาหิกิระทุดทะโม

ผู้ฝึกตนดี ควรฝึกผู้อื่น ได้ยินว่าตนแลฝึกยาก

 

อตฺตานญฺเจ ปิยํ ชญฺญา รกฺเขยฺย นํ สุรกฺขิตํ อตฺตานญฺเจ ตถา กยิรา ยถญฺญมนุสาสติ

อัดตานันเจปิยังชันยารักเขยยะนังสุรักขิตัง อัดตานันเจตะถากะยิรายะถันยะมะนุสาสะติ

ถ้ารู้ว่าตนเป็นที่รัก ก็ควรรักษาตนให้ดี ถ้าพร่ำสอนผู้อื่นฉันใด ก็ควรทำตัวเช่นนั้น

 

อตฺตตฺถปัญฺญา อสุจี มนุสฺสา

อัดตะถะปัญญาอะสุจีมะนุดสา

มนุษย์ผู้เห็นแก่ประโยชน์ตน เป็นคนไม่สะอาด

 

อตฺตนา ว กตํ ปาปํ อตฺตนา สงฺกิลิสฺสติ

อัดตะนาวะกะตังปาปังอัดตะนาสังกิริดสะติ

ตนทำบาปเองย่อมเศร้าหมองเอง

 

อตฺตา สุทนฺโต ปุริสสฺส โชติ

อัดตาสุทันโตปุริสัดสะโชติ

ตนที่ฝึกดีแล้วเป็นแสงสว่างของบุรุษ

 

อตฺตา หเว ชิตํ เสยฺโย

อัดตาหะเวชิตังเสยโย

ชนะตนนั่นแหละ เป็นดี

 
หมวดไม่ประมาท (อัปปมาทวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๙ น.

สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ

สัญญะตัดสะจะทัมมะชีวิโนอับปะมัดตะสะยะโสภิวะทุดติ

มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาท

 

อุฏฺฐานวโต สติมโต สุจิกมฺมสฺส นิสมฺมาการิโน

อุดทะฐานวะโตสะติมะโตสุจิกะสัมมาการิโน

ยศย่อมเจริญแก่ผู้มีความหมั่น มีสติ

 

อปฺปมตฺโต ปมตฺเตสฺ สุตฺเตสุ พหุชาคโร อพลสฺสํว สีฆสฺโส หิตฺวา ยาติ สุเมธโส

อับปะมัดโตปะมัดเตสะสุดเตสุพะหุชาคะโรอะพะลัสสังสีฆัสโสหิตวายาติสุเมธโส

คนมีปัญญาดีไม่ประมาทในเมื่อผู้อื่นประมาทมักตื่นในเมื่อผู้อื่นหลับ ย่อมละทิ้งคนนั้น เหมือนม้าฝีเท้า ทิ้งม้าไม่มีกำลังไป ฉะนั้น

 

อปฺปมาโท อมตํ ปทํ

อับปะมาโทอะมะตังปะทัง

ความไม่ประมาท เป็นทางไม่ตาย

 

อปฺปมตฺโต หิ ฌายนฺโต ปปฺโปติ วิปุลํ สุขํ

อับปะมัตโตหิมายันโตปะโปติวิปุลังสุขัง

ผู้ไม่ประมาทพินิจอยู่ ย่อมถึงสุขอันไพบูรย์

 

อปฺปมตฺตา น มียนฺต

อับปะมัดตานะมียันตะ

ผู้ไม่ประมาท ย่อมไม่ตาย

 

อปฺปมาทญฺจ เมธาวี ธนํ เสฏฺฐํว รกฺขติ

อับปะมาทัมจะเมธาวีทะนังเสดฐังวะรักขะติ

ปราชญ์ย่อมรักษาความไม่ประมาทไว้ เหมือนทรัพย์อันประเสริฐ

 
หมวดกรรม (กัมมวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๘ น.

อตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ

อัดตาโนสุขเมสาโนเปจะโสละภะเตสุขัง

ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุข

 

สุขกามานิ ภูตานิ โย ทณฺเฑน น หึสติ

สุขกามานิภูตานิโยทันเฑนนะหึสะติ

สัตว์ทั้งหลายย่อมต้องการความสุข ผุ้ใดแสวงหาสุขเพื่อตน

 

โปราณกํ กตํ ปาปํ ตเมโส มุญฺจเต อิณํ

โปราณกังกะตังปาปังตะเมโสมุญจะเตอินัง

ชื่อว่าเปลื้องบาปเก่าที่ทำไว้ ดุจเปลื้องหนี้ ฉะนั้น

 

สเจ ปุพฺเพกตเหตุ สุขทุกฺขํ นิคจฺฉติ

สะเจปุบเพกะตะเหตุสุขทุกขังนิคันฉะติ

ถ้าประสบสุขทุกข์ เพราะบุญบาปที่ทำไว้ก่อนเป็นเหตุ

 

วรุณกฏฺฐํ ภญฺโชว ส ปจฺฉา อนุตปฺปต

วะรุนกดฐังภัญโชวะสะปัจฉาอะนุตับปะตะ

ผูนั้นย่อมเดือดร้อนในภายหลัง ดุจมาณพ(ผู้ประมาทแล้วรีบ)หักไม้กุ่ม ฉะนั้น

 

โย ปุพฺเพ กรณียานิ ปจฺฉา โส กาตุมิจฺฉติ

โยปุบเพกรณียานิปัจฉาโสกาตุมิจฉะติ

ผู้ใดปรารถนาทำกิจที่ควรทำก่อนในภายหลัง

 

เสหิ กมฺเมหิ ทุมฺเมโธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ

เสหิกัมเมหิทุมเมโธอัคคิทะฑุโฒวะตับปะติ

เขาเดือดร้อนเพราะกรรมของตน เหมือนถูกไฟไหม้

 

อถ ปาปานิ กมฺมานิ กรํ พาโล น พุชฺฌติ

อะถะปาปานิกัมมานิ กะรังพาโลนะพุดชะยะติ

เมื่อคนโง่มีปัญญาทราม ทำกรรมชั่วอยู่ก็ไม่รู้สึก

 

อิติ วิสฺฏฺฐกมฺมนฺเต อตฺถา อจฺเจนฺติ มาณเว

อิติวิสัดทะกัมมะนะเตอัดถาอัดเจนติมานะเว

ด้วยอ้างว่า หนาวนัก ร้อนนัก เย็นเสียแล้ว

 

อติสีตํ อติอุณฺห ํ อติสายมิทํ อหุ

อะติสีตังอะติอุนหังอะติสายะมิทังอะหุ

ประโยชน์ทั้งหลายย่อมล่วงเลยคน ผู้ทอดทิ้งการงาน

 

นานตฺถกามสฺส กเรยฺย อตฺถํ

นานัดถะกามัดสะเกเรยยะอัดถัง

ไม่พึงทำประโยชน์แก่ผู้มุ่งความพินาศ

 

รกฺเขยฺย อตฺตโน สาธุ ลวณํ โลณตํ ยถา

รักเขยยะอัตตะโนสาธุละวะณังโลณะตังยะถา

พึงรักษาความดีของตนไว้ ดังเกลือรักษาความเข็ม

 

นิสมฺม กรณํ เสยฺโย

นิสัมมะกะระณังเสยโย

ใคร่ครวญก่อนแล้วจึงทำดีกว่า

 

กลฺยาณการี กลฺยาณํ ปาปการี จ ปาปกํ

กัลยาณะการีกัลยาณังปาปะการีจะปาปะกัง

ผู้ทำกรรมดี ย่อมได้ผลดี ผู้ทำกรรมชั่ว ย่อมได้ผลชั่ว

 

ยาทิสํ วปเต พีชํ ตาทิสํ ลภเต ผลํ

ยาทิสังวะปะเตพีชังตาทิสังละภะเตผะลัง

บุคคลหว่านพืชเช่นใดย่อมได้ผลเช่นนั้น

 

น ตํ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา อนุตปฺปติ

นะตังกัมมังกะตังสาธุยังกัตวาอะนุตับปะติ

ทำกรรมใดแล้วร้อนใจภายหลัง กรรมที่ทำแล้วนั้นไม่ดี

 

ตญฺจ กมฺมํ กตํ สาธุ ยํ กตฺวา นานุตปฺปติ

ตัญจะกัมมังกะตังสาธุยังกัตวานานุตับปะติ

ทำกรรมใดแล้วไม่ร้อนใจภายหลังกรรมที่ทำนั้นแลเป็นดี

 

สาธุ ปาเปน ทุกฺกรํ

สาธุปาเปนะทุกกะรัง

ความดี อันคนชั่วทำยาก

 

สุกรํ สาธุนา สาธุ

สุกรังสาธุนาสาธุ

ความดี อันคนดีทำง่าย

 

สานิ กมฺมานิ นยนฺติ ทุคฺคติ

สานิกัมมานินะยันติทุคะติ

กรรมชั่วของตนเอง ย่อมนำไปสู่ทุคคติ

 
หมวดกิเลส (กิเลสวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๗ น.

อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ

อันทะตะมังตะทาโหติยังโลโภสะหะเตนะรัง

ความโลภเข้าครอบงำคนเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น

 

ลุทฺโธ อตฺถํ น ชานาติ ลุทโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ

ลุทะโธอัตถังนะชานาติลุทะโธทัมมังนะปะสะติ

ผู้โลภย่อมไม่รู้อรรถ ผู้โลภย่อมไม่เห็นธรรม

 

มมตฺตํ โส อสํวินฺทํ นตฺถิ เมติ น โสจติ

มะมะตะตังโสอะสังวินะทังนัดทิเมตินะโสจะติ

เมื่อไม่ถือว่าเป็นของเรา จึงไม่เศร้าโศกว่าของเราไม่มี ดังนี้

 

ยสฺส นตฺถิ อิทํ เมติ ปเรสํ วาปิ กญฺจนํ

ยะสะนัดทิอิทังเมติปะเรสังวาปิกัญจะนัง

ผู้ใดไม่กังวลว่า นี้ของเรา นี้ของผู้อื่น ผู้นั้น

 

อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โมโห สหเต นรํ

อันทะตะมังตะทาโหติยังโมโหสะหะเตนะรัง

ความหลงครอบงำคนใดเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้น

 

มูฬฺโห อตฺถํ น ชานาติ มูฬฺโห ธมฺมํ ปสฺสต

มูฬะโหอัดถังนะชานาติมูฬะโหทัมมังปะสะตะ

ผู้หลงย่อมไม่รู้อรรถ ผู้หลงย่อมไม่เห็นธรรม

 

วิเวกทสฺสี ผสฺเสสุ ทิฏฺฐีสุ จ น นิยฺยติ

วิเวกะทัสสีผัดสะเสสุทิทิดฐีสุจะนะนิยะติ

ผู้เห็นความสงัดในผัสสะทั้งหลาย ย่อมไม่ถูกชักนำไปนทิฏฐิทั้งหลาย

 

นิราสตฺตี อนาคเต อตีตํ นานุโสจติ

นิราสัตตีอนาคตอะตีตังนานุโสจะติ

ผู้ไม่คำนึงถึงสิ่งที่ยังมาไม่ถึง ย่อมไม่เศร้าโศกถึงสิ่งที่ล่วงไปแล้ว

 

ตณฺหาย อุฑทิโต โลโก ชราย ปริวาริโต มจฺจนา ปิหิโต โลโก ทุกฺเข โลโก ปติฏฺฐิโต

ตันหายะอุฑทิโตโลโกชรายะปะริวาริโต มัจจะนาปิติโตโลโกปะติทิทิดฐี

โลกถูกตัณหาก่อขึ้น ถูกชราล้อมไว้ ถูกมฤตยูปิดไว้ จึงตั้งอยู่ในความทุกข์

 

วิสุทฺธิ สพฺพเกฺลเสหิ โหติ ทุกฺเขหิ นิพฺพุติ

วิสุดธิสัพพะเกลเสหิดโหติทุกเขหินิพะพุติ

ความหมดจดจากกิเลสทั้งปวง เป็นทางดับทุกข์ทั้งหลาย

 

น วิเสสี น นีเจยฺโย ตสฺส โน สนฺติ อุสฺสทา

นะวิเสสีนะนีเจยโยตัสสะโนสันติโนสันติอุสะทา

หรือต่ำกว่าเขาในโลก ผู้นั้นชื่อว่า ไม่มีกิเลสเฟื่องฟูขึ้น

 

อุเปกฺขโก สทา สโต น โลเก มญฺญตี สมํ

อุเปกขะโกสะทาสะโตนะโลเกมัญยะติสะมัง

ผู้วางเฉยมีสติทุกเมื่อ ไม่สำคัญตนว่าเสมอเขาดีกว่าเขา

 

อิจฺฉาพุทฺธา ปุถู สตฺตา ปาเสน สกุณี ยถา

อิจฉาพุดทาปุถูสัดตาปาเสนสะกุนียะถา

สัตว์เป็นอันมากถูกความอยากผูกมัดไว้ ดุจนางนกถูกบ่วงรัดไว้ ฉะนั้น

 

อิจฺฉา นรํ ปริกสฺสติ อิจฺฉา โลกสฺมิ ทุชชหา

อิจฉานะรังปะริสะติอิจฉาโลกสะมิทุชะหา

ความอยากย่อมชักลากนรชนไป ความอยากละได้ยากในโลก

 

อิจฺฉาย วิปฺปหาเนน สพฺพํ ฉินฺทติ พนฺธนํ

อิจฉายะวิปปะหาเนนะสัพพังฉินัดติพันธะนัง

เพราะละความอยากเสียได้ จึงชื่อว่าตัดเครื่องผูกทั้งปวงได้

 

อิจฺฉาย พชฺฌตี โลโก อิจฺฉาวินยายุ มุจฺจต

อิจฉายะพัดฌะติโลโกอิจฉาวินะยายุมุจะตะ

โลกถูกความอยากผูกพันไว้ จะหลุดได้เพราะกำจัดความอยาก

 

ตณฺหา ชเนติ ปุริสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ กมฺมํ ตสฺส ปรายนํ

ตัญหาชะเนติปุระสังจิตะมัดสะวิทาวะติสัดโตสังสะระมาปาทิกัมมังตัสสะปะรายะนัง

ตัณหายังให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไปจึงยังมีกรรมนำหน้า

 

ตญฺหา ชเนติ ปุรสํ จิตฺตมสฺส วิธาวติ สตฺโต สํสารมาปาทิ ทุกฺขา น ปริมุจฺจติ

ตัญหาชะเนติปุระสังจิตะมัดสะวิทาวะติสัดโตสังสะระมาปาทิทุกขานะปะริมุจจะติ

ตัณหายังคนให้เกิด จิตของเขาย่อมวิ่งพล่าน สัตว์ยังท่องเที่ยวไปจึงไม่พ้นจากทุกข์

 

ตนฺนามรูปสฺมึ อสชฺชมานํ อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา

ตันนามะรูปะสะมึอะสะชะมานังอะกิจจะนังนานุปะตันติทุกขา

ย่อมไม่ติดตามผู้ไม่ข้องอยู่ในนามรูป ไม่มีกังวลนั้น

 

โกธํ ชเห วิปฺปชเหยฺย มานํ สญฺโยชนํ สพฺพมติกฺกเมยฺย

โกธังชะเหวิปปะชะเหยยะมานังสัญโยชะนังสัมพะมะติกะเมยยะ

บุคคลพึงละความโกรธ พึงเลิกถือตัว พึงก้าวล่วงสังโยชน์ทั้งปวง(เพราะ)ทุกข์ทั้งหลาย

 

โลโภ โทโส จ โมโห จ ปุริสํ ปาปเจตสํ หึสนฺติ อตฺตสมฺภูตา ตจสารํว สมฺผลํ

โลโภโทโสจะโมโหจะปุริสังปาปะเจตะสังหึสันติอัดตะสัมภูตาตะจะสารังวะสัมพะลัง

โลภะ โทสะ โมสะ เกิดจากตัวเอง ย่อมเบียดเบียนผู้ใจชั่ว ดุจขุยไผ่ฆ่าไผ่ ฉะนั้น

 

วธํ อริยา ปสํสนฺติ ตญฺหิ เฉตฺวา น โสจติ

วะธังอะริยาปะสังสันติตัญหิเฉตะวานะโสจะติ

ปลายหวาน เพราะคนตัดความโกรธนั้นได้แล้ว ย่อมไม่เศร้าโศก

 

โกธสฺส วิสมูลสฺส มธุรคฺคสฺส พฺราหฺมณ

โกทะสะวิสะมูลสะมะธุระคะสะพราหมณ

พราหมณ์ พระอริยเจ้าย่อมสรรเสริญผู้ฆ่าความโกรธ ซึ่งมีโคนเป็นพิธ

 

น เต ธมฺเม วิรูหนฺติ สมฺมาสมฺพุทฺธเทสิเต

นะเตทัมเมวิรูหันติสัมมาสัมพุดทะเทสิเต

ย่อมไม่งอกงามในธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าทรงแสดงแล้ว

 

กุหา ถทฺธา ลปา สิงฺคี อุนฺนฬา จาสมาหิตา

กุหาถัดธาละปาสิงคีอุนะฬาจาสะมาหิตา

ผู้คนหลอกหลวง เย่อหยิ่ง เพ้อเจ้อขี้โอ่ อวดดี และไม่ตั้งมั่น

 

ตนฺทึ มายํ หสฺสํ ขิฑฺฑํ เมถุนํ วิปฺปชเห สวิภูสํ

ตันทึมายังหัดสะสังขิดฑังเมถุนังวิบปะชะเหสะวิภูสัง

ความร่าเริง การเล่น และเมถุนพร้อทั้งเครื่องประดับเสีย

 

นิทฺทํ น พหุลีกเรยฺย ชาคริยํ ภเชยฺย อาดาปี

นิททังนะพะหุลีกเรยยะชาคะริยังภะเชยยะอาดาปี

ผู้มีความเพียรไม่พึงนอนมาก พึงเสพธรรมเครื่องตื่น พึงละความเกียจคร้าน มายา

 

ปรวชฺชานุปสฺสิสฺส นิจฺจ ํ อุชฺฌานสญฺญิโน อาสวา ตสฺส วฑฺฒนฺติ อารา โส อาสวกฺขยา

ปะระวัดชานุปะสินสะนิจจังอุชฌานสันยิโนอาสะวาตัสสะวะทุดนะติอาราโสอาสะวักขะยา

คนที่เห็นแต่โทษผู้อื่น คอยแต่แพ่งโทษนั้น อาสวะก็เพิ่มพูน เขายังไกลจากความสิ้นอาสวะ

 

ยา กาจิมา ทุคฺคติโย อสฺมึ โลเก ปรมฺหิ จ อวิชฺชา มูลกา สพฺพา อิจฺฉาโลภสมุสฺสยา

ยากาจิมาทุคคะติโยอัสมึโลเกปะรัมหิจะอะวิชชามูลกาสับพาอิจฉาโลภสมุดสะยา

ทุคติในโลกนี้และโลกหน้า ล้วนมีอวิชชาเป็นราก มีอิจฉาและโภภเป็นลำต้น

 

เยน สลฺเลน โอติณฺโณ ทิสา สพฺพา วิธาวต ตเมว สลฺลํ อพฺพุยฺห น ธาวติ น สีทติ

เยนสัดเลนโอตินโนทิสาสับพาวิธาวะตะตะเมวะสัดลังอับพุยหะนะธาวะตินะสีทะติ

บุคคลถูกลูกศรใดแทงแล้ว ย่อมแล่นไปทั่วทิศ ถอนลูกศรนั้นแล้ว ย่อมไม่แล่นและไม่จม

 
หมวดโกรธ (โกธวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๗ น.

โกธํ ทเมน อุจฺฉินฺเท

โกธังทะเมนะอุจฉินเท

พึงตัดความโกรธด้วยความข่มใจ

 

ปจฺฉา โส วิคเต โกเธ อคฺคิทฑฺโฒว ตปฺปติ

ปัจฉาโสวิคะเตโกเธอัดคิททะโฒวะตับปะติ

ภายหลังเมื่อความโกรธหายแล้ว เขาย่อมเดือดร้อนเหมือนถูกไฟไหม้

 

กุทฺโธ ธมฺมํ น ปสฺสติ

กุทะโธทัมมังนะปะสะติ

ผู้โกรธ ย่อมไม่เห็นธรรม

 

ญาติมิตฺตา สุหชฺชา จ ปริวชฺเชนฺติ โกธนํ

ญาติมิดตาสุหัดชาจะปะริวะชะเชนติโกทะนัง

ญาติมิตรและสหาย ย่อมหลีกเลี่ยงคนมักโกรธ

 

ทุกฺขํ สยติ โกธโน

ทุกขังสะยะติโกทะโน

คนมักโกรธ ย่อมอยู่เป็นทุกข์

 

โกธาภิภูโต กุสลํ ชหาติ

โกทาภิภูโตกุสะลังชะหาติ

ผู้ถูกความโกรธครอบงำ ย่อมละกุศลเสีย

 

โกธํ ฆตฺวา สุขํ เสติ

โกธังฆะตะวาสุขังเสติ

ฆ่าความโกรธได้ อยู่เป็นสุข

 

โกโธ จิตฺตปฺปโกปโน

โกโธจิตตะปะโกปะโน

ความโกรธทำจิตให้กำเริบ

 

อนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โกโธ สหเต นรํ

อันธะตะมังตะทาโหติยังโกโธสะหะเตนะรัง

ความโกรธครอบงำนรชนเมื่อใด ความมืดมนย่อมมีขึ้นเมื่อนั้น

 

อนตฺถชนโน โกโธ

อะนัดทะชนโนโกโธ

ความโกรธก่อความพินาศ

 

โกโธ สตฺถมลํ โลเก

โกโธสัตถะมะลังโลเก

ความโกรธเป็นดังสนิมในโลก

 


หน้า 1 จาก 12