พุทธศาสนสุภาษิต (23)
อตฺตานเมว ปฐมํ ปฏิรูเป นิเวสเย อถญฺญมนุสาเสยฺย น กิลิสฺเสยฺย ปณฺฑิโต
อัตตานะเมวะปะฐะมังปะฏิรูเปนิเวสะเย อะถัญญะมะนุสาเสยยะนะกิลิสเสยยะ ปัณฑิโต
บัณฑิตพึงตั้งตนไว้ในคุณอันสมควรก่อน สอนผู้อื่นภายหลัง จึงไม่มัวหมอง
สญฺญตสฺส จ ธมฺมชีวิโน อปฺปมตฺตสฺส ยโสภิวฑฺฒติ
สัญญะตัดสะจะทัมมะชีวิโนอับปะมัดตะสะยะโสภิวะทุดติ
มีการงานสะอาด ใคร่ครวญแล้วทำ ระวังดีแล้ว เป็นอยู่โดยธรรม และไม่ประมาทอตฺตโน สุขเมสาโน เปจฺจ โส ลภเต สุขํ
อัดตาโนสุขเมสาโนเปจะโสละภะเตสุขัง
ไม่เบียดเบียนเขาด้วยอาชญา ผู้นั้นละไปแล้ว ย่อมได้สุขอนฺธตมํ ตทา โหติ ยํ โลโภ สหเต นรํ
อันทะตะมังตะทาโหติยังโลโภสะหะเตนะรัง
ความโลภเข้าครอบงำคนเมื่อใด ความมืดมิดย่อมมีเมื่อนั้นยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถ ขนฺติพลสฺสูปสมนฺติ เวรา
ยังขันติมาสับปุริโสละเภถะขันติพลสะสูปะสะมันติเวรา
(เพราะ) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลังนั้น ย่อมสงบระงับโย ภาตรํ เปตฺติกํ สาปเตยฺย อวญฺจยี ทุกฺกฏกมฺมการี
โยภาตะรังเปตติกังสาปะเตยยะอะวัญจะยีทุกกะฏะกัมมะการี
ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขาอาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต สหายํ อธิคจฺฉติ
อาปาสุพะยะสะนังปัดโตสะหายังอะทิคะจะฉะติ
เมื่อประสบปัญหา ย่อมได้พบผู้ช่วยเหลืออปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ ทุกฺขํ
อับปิยานัดจะทัดสะนังทุกขัง
การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์