พระธรรม
หมวดอดทน (ขันติวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๖ น.

ยํ ขนฺติมา สปฺปุริโส ลเภถ ขนฺติพลสฺสูปสมนฺติ เวรา

ยังขันติมาสับปุริโสละเภถะขันติพลสะสูปะสะมันติเวรา

(เพราะ) เวรทั้งหลายของผู้มีขันติเป็นกำลังนั้น ย่อมสงบระงับ

 

นเหตมตฺถํ มหตีปิ เสนา สราชิกา ยุชฺฌมานา ลเภถ

นะเหตะมัดถังมะหะตีปิเสนาสะราชิกายุชัฌมานาละเภถะ

เสนาแม้หมู่ใหญ่ พร้อมด้วยพระราชารบอยู่ ไม่พึงได้ประโยชน์ที่สัตบุรุษผู้มีขันติพึงได้

 

น เจว ขนฺติ โสรจฺจํ นปิ โส ปรินิพฺพุโต

นะเจวะขันติโสรัจจังนะปิปะรินิดพุโต

จะเป็นผู้เย็นสนิทก็ดี ย่อมไม่มีเพราะการชำระล้าง (ด้วยน้ำ)

 

น สุทฺธิ เสจเนน อตฺถิ นปิ เกวลี พฺราหฺมโณ

นะสุดทิเสจะเนนะอัดทินะปิเกวะลีพราหมโน

ความบริสุทธิ์ก็ดี ผู้ที่จะประเสริฐล้วนก็ดี ขันติและโสรัจจะก็ดี

 

ขนฺติ พลํ ว ยตีนํ ขนฺติ หิตสุขาวหา

ขันติพะลังยะตีนังขันติหิตะสุขาวะหา

ขันติเป็นกำลังของนักพรต ขันตินำประโยชน์สุขมาให้

 

ขนฺติ ธีรสฺส ลงฺกาโร ขนฺติ ตโป ตปสฺสิโน

ขันติทีระสะลังกาโรขันติตะโปตะปัสสิโน

ขันติเป็นเครื่องประดับของนักปราชญ์ ขันติเป็นตบะของผู้พากเพียร

 

สพฺเพปิ กุสลา ธมฺมา ขนฺตฺยาเยว วฑฺฒนฺติ เต

สับเพปิกุสะลาขันตะยาเยวะวัดทุถัมติเต

กุศลธรรมทั้งปวงย่อมเจริญเพราะขันติเท่านั้น

 

สีลสมาธิคุณานํ ขนฺติ ปธานการณํ

สีลสะมาธิคุนานังขันติปะธานะการนัง

ขันติเป็นประธาน เป็นเหตุ แห่งคุณคือศีลและสมาธิ

 

ปรมาย จ ปูชาย ชินํ ปูเชติ ขนฺติโก

ปะระมายะจะปูชายะชินังปูเชติขันติโก

และผู้มีขันติ ชื่อว่าบูชาพระชินเจ้าด้วยบูชาอันยิ่ง

 

สตฺถุโน วจโนวาทํ กโรติเยว ขนฺติโก

สัดถุโนวะจะโนวาทังโรติเยวะขันติโก

ผู้มีขันติ ชื่อว่าทำตามคำสอนของพระศาสดา

 

ปิโย เทวมนุสฺสานํ มนาโป โหติ ขนฺติโก

ปิโยเทวะมะนุดสานังมะนาโปโหติขันติโก

ผู้มีขันติเป็นที่รักที่ชอบใจของเทวดา และมนุษย์ทั้งหลาย

 

ขนฺติโก เมตฺตวา ลาภี ยสสฺสี สุขสีลวา

ขันติโกเมตะวาลาภียะสะสีสุขะสีละวา

ผู้มีขันตินับว่ามีเมตตา มีลาภ มียศ และมีสุขเสมอ

 

ครหกลหาทีนํ มูลํ ขนฺติ ขนฺติโก

คะระหะกะละหาทีนังมูลังขันติโก

ผู้มีขันติชื่อว่าย่อมขุดรากแห่งความติเตียนและการทะเลาะกันได

 

เกวลานํปิ ปาปานํ ขนฺติ มูลํ นิกนฺตติ

เกวะลานังปิปาปานังขันติมูลังนิกันตะติ

ขันติ ย่อมตัดรากแห่งบาปทั้งสิ้น

 

สคฺคโมกฺขคมํ มคฺคํ อารุฬฺโห โหติ ขนฺติโก

สัคคะโมกขะคะมังมัคคังอารุฬโหโหติขันติโก

ผู้มีขันติ ชื่อว่าเป็นผู้ขึ้นสู่ทางไปสวรรค์และนิพพาน

 

อตฺตโนปิ ปเรสญฺจ อตฺถาวโห ว ขนฺติโก

อัดตะโนปิปะเรสัดจะอัตถาวะโหวะขันติโก

ผู้มีขันติ ชื่อว่านำประโยชน์มาให้ ทั้งแก่ตนทั้งแก่ผู้อื่น

 
หมวดจิต (จิตตวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๖ น.

โย ภาตรํ เปตฺติกํ สาปเตยฺย อวญฺจยี ทุกฺกฏกมฺมการี

โยภาตะรังเปตติกังสาปะเตยยะอะวัญจะยีทุกกะฏะกัมมะการี

ผู้นั้นมีจิตชั่วร้าย ย่อมไม่มีความเจริญ แม้เทวดาก็ไม่บูชาเขา

 

ปทุฏฺฐจิตฺตสฺส น ผาติ โหต น จาปิ นํ เทวตา ปูชยนฺติ

ปะทุดฐะจิตตะสะนะผาติโหตะนะจาปินังเทวะตาปูชะยันติ

ผู้ใดทำกรรมชั่ว ล่อลวงเอาทรัพย์สมบัติพี่น้องพ่อแม่

 

จิตฺตสฺส เอกธมฺมสฺส สพฺเพว วสมนฺวคู

จิตตะสะเอกะทัมมะสะสับเพวะสะมันวะคู

สัตว์ทั้งปวงไปสู่อำนาจแห่งจิตอย่างเดียว

 

จิตฺเตน นียติ โลโก จิตฺเตน ปริกสฺสต

จิตเตนะนียะติโลโกจิตเตนะปะริสะตะ

โลกถูกจิตนำไป ถูกจิตชักไป

 

เอวํ นินฺทาปสํสาสุ น สมิญฺชนฺติ ปณฺฑิตา

เอวังนินทาปะสังสาสุนะสะมิดชันติปันทิตา

บัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวในนินทาและสรรเสริญฉันนั้น

 

เสโล ยถา เอกฆโน วาเตน น สมีรติ

เสโลยะถาเอกะฆะโนวาเตนะนะสะมีระติ

ภูเขาหินแท่งทึบ ไม่สั่นสะเทือนเพราะลมฉันใด

 

เอวํ อภาวิตํ จิตฺตํ ราโค สมติวิชฺฌติ

เอวังอะภาวิตังจิตตังราโคสะมะติวิชัฌติ

ราคะย่อมรั่วรดจิตที่ไม่ได้อบรมฉันนั้น

 

ยถา อคารํ ทุจฺฉนฺนํ วุฏฐี สมติวิชฺฌต

ยะถาอะคารังทุจะฉะนะนังวุดฐีสะมะติวิชัฌตะ

ฝนย่อมรั่วรดเรือนที่มุงไม่ดีฉันใด

 

สมฺมาปณิหิตํ จิตฺตํ เสยฺยโส นํ ตโต กเร

สัมมาปะนิหิตังจิตตังเสยยะโสนังตะโตกะเร

ส่วนจิตที่ตั้งไว้ดีแล้ว พึงทำเขาให้ดีกว่านั้น

 

น ตํ มาตา ปิตา กยิรา อญฺเญ วาปิจ ญาตกา

นะตังมาตาปิตากะยิราอัดเยวาปิจะยาตะกา

มารดาบิดาหรือญาติเหล่าอื่น ไม่พึงทำเหตุนั้นให้ได้

 

กาโยปิ อิญฺชิโต โหติ จิตฺตมฺปิ โหติ อิญฺชิตํ

กาโยปิอิญชิโตโหติจิตตะมะปิโหติอิญชิตัง

อันผู้ใดไม่อบรมให้บริบูรณ์ ทั้งกายทั้งจิตของผู้นั้นก็หวั่นไหว

 

อานาปานสฺสติ ยสฺส อปริปุณฺณา อภาวิตา

อานาปานะสะติยะสะอะปะริปุดนาอะภาวิตา

สติกำหนดลมหายใจเข้าออก

 

มิจฺ ฉา ปณิหิตํ จิตตํ ปาปิโย นํ ตโต กเร

มิจฉาปะนิหิตังจิตตังปาปิโยนังตะโตกะเร

ส่วนจิตตั้งไว้ผิด พึงทำให้เขาเสียหายยิ่งกว่านั้น

 

ทิโส ทิสํ ยนฺตํ กยิรา เวริ วา ปน เวรินํ

ทิโสทิสังยันติกะยิราเวริวาปะนะเวรินัง

โจรกับโจรหรือไพรีกับไพรี พึงทำความพินาศให้แก่กัน

 

ปริปฺวลปสาทสฺสุ ปญฺญา น ปริปูรติ

ปะริบวะละปะสาปัญญานะปะริปูระติ

มีความเลื่อมใสเลื่อนลอย ปัญญาย่อมไม่บริบูรณ์

 

อนวัฏฺจิต จิตฺตสฺส สทฺธมฺมํ อวิชานโต

อะนะวัดจิตจิตตะสะสัดทัมมังอะวิชานะโต

เมื่อจิตไม่มั่นคง ไม่รู้พระสัทธรรม

 

ยโต ยโต จ ปาปกํ ตโต ตโต มโน นิวารเย

ยะโตยะโตจะปาปะกังตะโตตะโตมะโนนิวาระเย

ก็บาปเกิดจากอารมณ์ใด ๆ พึงห้ามใจจากอารมณ์นั้น ๆ

 

เตลปตฺตํ ยถา ปริหเรยฺย เอวํ สจิตฺตมนุรกฺเข

เตละปัดตังยะถาปะริหะเรยยะเอวังสะจิตะมะนุรักเข

พึงรักษาจิตของตน เหมือนคนประคองบาตรที่เต็มด้วยน้ำมัน

 

วิหญฺญตี จิตฺตวสานุวตฺตี

วิหัดญะตีจิตตะวะสานุวัดตี

ผู้ประพฤติตามอำนาจจิตย่อมลำบาก

 

จิตฺตํ คุตฺตํ สุขาวหํ

จิตตังคุดตังสุขาวะหัง

จิตที่คุ้มครองแล้วนำสุขมาให้

 

จิตฺตํ ทนฺตํ สุขาวหํ

จิตตังทันติสุขาวะหัง

จิตที่ฝึกแล้วนำสุขมาให้

 
หมวดชนะ (ชยวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๕ น.

สจฺเจนาลิกวาทินํ

สัจเจนาลิกะวาทินัง

พึงชนะคนพูดปดด้วยคำจริง

 

ชิเน กทริยํ ทาเนน

ชิเนกะทะริยังทาเนนะ

พึงชนะคนตระหนี่ด้วยการให้

 

อสาธุ สาธุนา ชิเน

อะสาธุสาธุนาชิเน

พึงชนะคนไม่ดีด้วยความดี

 

อกฺโกเธน ชิเน โกธํ

อักโกเธนะชิเนโกธัง

พึงชนะความโกรธด้วยความไม่โกรธ

 

น ตํ ชิตํ สาธุ ชิตํ ย ํ ชิตํ อวชิยฺยติ

นะตังชิตังสาธุชิตังยังอะวะชิยะติ

ความชนะใดที่ชนะแล้วกลับแพ้ได้ ความชนะนั้นไม่ดี

 

ตณฺหกฺขโย สพฺพทุกฺขํ ชินาติ

ตันหักขะโยสับพะทุกขังชินาติ

ความสิ้นตัณหาย่อมชนะทุกข์ทั้งปวง

 

สพฺพรตึ ธมฺมรติ ชินาติ

สับพะระตึทัมมะระติชินาติ

ความยินดีในธรรมย่อมชนะความยินดีทั้งปวง

 

สพฺพรสํ ธมฺมรโส ชินาติ

สับพะระสังทัมมะระโสชินาติ

รสแห่งธรรมย่อมชนะรสทั้งปวง

 

สพฺพทานํ ธมฺมทานํ ชินาติ

สับพาทานังทัมมะทานังชินาติ

การให้ธรรมย่อมชนะการให้ทั้งปวง

 

ชยํ เวรํ ปสวติ

ชะยังเวรังปะสะวะติ

ผู้ชนะย่อมก่อเวร

 
หมวดทาน (ทานวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๕ น.

อาปาสุ พฺยสนํ ปตฺโต สหายํ อธิคจฺฉติ

อาปาสุพะยะสะนังปัดโตสะหายังอะทิคะจะฉะติ

เมื่อประสบปัญหา ย่อมได้พบผู้ช่วยเหลือ

 

อเทยฺเยสุ อททํ ทานํ เทยฺเยสุ โย ปเวจฺฉติ

อะเทยเยสุอะทะทังทานังเทยเยสุโยปะเวจฉะติ

ผู้ใดไม่ให้ทานในคนที่ไม่ควรให้ แต่ให้ทานในคนที่ควรให้

 

ยานโท สุขโท โหติ ทีปโท โหติ จกฺขุโท

ยานะโทสุขะโทโหติทีปะโทโหติจักขุโท

ผู้ให้ยานพาหนะชื่อว่าให้ความสุข ผู้ให้ประทีปโคมไฟชื่อว่าให้จักษุ

 

อนฺนโท พลโท โหติ วตฺถโท โหติ วณฺณโท

อันนะโทพะละโทโหติวัดถะโทโหติวันนะโท

ผู้ให้ข้าวชื่อว่าให้กำลัง ผู้ให้ผ้าชื่อว่าให้ผิวพรรณ

 

อมตนฺทโท จ โส โหติ ธมฺมมนุสาสติ

อะมะตันทะโทจะโสโหติทัมมะมะนุสาสพติ

ผู้ใดสอนธรรม ผู้นั้นชื่อว่าให้อมตะ

 

โส จ สพฺพทโท โหติ โย ททาติ อุปสฺสยํ

โสจะสับพะทะโทโหติโยทะทาติอุปะสะยัง

ผู้ใดให้ที่พักอาศัย ผู้นั้นชื่อว่าให้สิ่งทั้งปวง

 

เอวเมว อิโต ทินฺนํ เปตานํ อุปกปฺปติ

เอวะเมวะอิโตทินนังเปตานังอุปะกะปะติ

ทานที่ให้แต่โลกนี้ ย่อมสำเร็จแก่ผู้ละไปแล้วฉันนั้น

 

ยถา วาริวหา ปูรา ปริปูเรนฺติ สาคร

ยะทาวาริวะหาปูราปะริปูเรนติสาคะระ

ห้วงน้ำที่เต็ม ย่อมยังสาครให้เต็มได้ฉันใด

 

มูเลว สิญฺจิตํ โหติ อคฺเค จ ผลทายกํ

มูเลวะสินจิตังโหติอัดเคจะผะละทายะกัง

เหมือนรดน้ำที่โคนให้ผลที่ปลาย

 

ปุพฺเพ ทานาทิกํ ทตฺวา อิทานิ ลภตี สุขํ

ปุบเพทานาทิกังทัดวาอิทานิละภะตีสุขัง

ให้ทานเป็นต้นก่อน จึงได้สุขบัดนี้

 

ทีฆายุ ยสวา โหติ ยตฺถ ยตฺถูปปชฺชติ

ทีฆายุยะสะวาโหติยัดถะยัดถูปปะชัดติ

ย่อมเป็นผู้มีอายุยืน มียศ ในภพที่ตนเกิด

 

อคฺคทายี วรทายี เสฏฺฐทายี จ โย นโร

อัดคะทายีวะระทายีเสดทะทายีจะโยนะโร

ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ให้สิ่งที่ดี ให้สิ่งที่ประเสริฐ

 

อคฺคํ อายุ จ วณฺโณ จ ยโส กิตฺติ สุขํ พลํ

อัดคังอายุจะวันโนจะยะโสกิดติสุขังพะลัง

วรรณะ ยศ เกียรติ สุข และ กำลังอันเลิศ ก็เจริญ

 

อคฺคสฺมึ ทานํ ททตํ อคฺคํ ปุญฺญํ ปวทฺฒติ

อัดคะสะมึทานังทะทะตังอัดคังปุดยังปะวัดทุดติ

เมื่อให้ทานในวัตถุอันเลิศ บุญอันเลิศ อายุ

 

เสฏฐนฺทโท เสฏฐมุเปติ ฐานํ

เสดทะนัทโทเสดทะมุเปติฐานัง

ผู้ให้สิ่งประเสริฐ ย่อมถึงฐานะที่ประเสริฐ

 

สุขสฺส ทาตา เมธาวี สุขํ โส อธิคจฺฉติ

สุขะสะทาตาเมธาวีสุขังโสอทิคะจะฉะติ

ปราชญ์ผู้ให้ความสุข ย่อมได้รับความสุข

 

ททมาโน ปิโย โหติ

ทะทะมาโนปิโยโหติ

ผู้ให้ย่อมเป็นที่รัก

 

ททํ มิตฺตานิ คนฺถต

ทะทังมิดตานิคันถะตะ

ผู้ให้ ย่อมผูกไมตรีไว้ได้

 

พาลา หเว นปฺปสํสนฺติ ทานํ

พาลาหะเวนับปะสังสันติทานัง

คนพาลเท่านั้น ย่อมไม่สรรเสริญทาน

 

วิเจยฺย ทานํ สุคตปฺปสตฺถํ

วิเจยยะทานังสุคะตับปะสัดถัง

การเลือกให้ อันพระสุคตทรงสรรเสริญ

 

นตฺถิ จิตฺเต ปสนฺนมฺห อปฺปกา นาม ทกฺขิณา

นัดถิจิตเตปะสันนะนัมหะอัปปะนามะทักขินา

เมื่อจิตเลื่อมใสแล้ว ทักขิณาทานชื่อว่าน้อยย่อมไม่มี

 
หมวดทุกข์ (ทุกขวรรค) PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ผู้ดูแลเว็บไซต์   
วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๔ น.

อปฺปิยานญฺจ ทสฺสนํ ทุกฺขํ

อับปิยานัดจะทัดสะนังทุกขัง

การพบเห็นสิ่งที่ไม่เป็นที่รัก เป็นทุกข์

 

ปิยานํ อทสฺสนํ ทุกฺขํ

ปิยานังอะทะสะนังทุกขัง

การพลัดพรากจากสิ่งที่รัก เป็นทุกข์

 

อกิญฺจนํ นานุปตนฺติ ทุกฺขา

อะกิจจะนังนานุปะตันติทุกขา

ทุกข์ ย่อมไม่ตกถึงผู้หมดกังวล

 

ทุกฺขํ เสติ ปราชิโต

ทุกขังเสติปะราชิโต

ผู้แพ้ ย่อมอยู่เป็นทุกข์

 

ทุกฺขํ อนาโถ วิหรติ

ทุกขังอะนาโถวิหะระติ

คนไม่มีที่พึ่ง อยู่เป็นทุกข์

 

อิณาทานํ ทุกฺขํ โลเก

อินาทานังทุกขังโลเก

การเป็นหนี้ เป็นทุกข์ในโลก

 

ทฬิทฺทิยํ ทุกฺขํ โลเก

ทะฬิททิยังทุกขังโลเก

ความจน เป็นทุกข์ในโลก

 

สงฺขารา ปรมา ทุกฺขา

สังขาราปะระมาทุกขา

สังขาร เป็นทุกข์อย่างยิ่ง

 


หน้า 2 จาก 12