| หมวดบุคคล (ปุคคลวรรค) |
|
|
|
| วันพุธที่ ๒ กันยายน ๒๕๕๒ เวลา ๑๘:๑๒ น. | |||
|
อิเธว นํ ปสํสนฺติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ อิเทวะนังปะสังสันติเปจะสัดเคปะโมทะติ บัณฑิตย่อมสรรเสริญผู้นั้นในโลกนี้ เขาละไปแล้ว ย่อมบันเทิงในสวรรค์
โย มาตรํ ปิตรํ วา มจฺโจ ธมฺเมน โปสติ โยมาตะรังปิตะรังวาปิตรังวามัจโจทัมเมนะโปสะติ ผู้ใดย่อมเลี้ยงมารดาบิดาโดยธรรม
น ตสฺส สาขํ ภญฺเชยฺย มิตฺตทุพฺโพ หิ ปาปโก นะตะสะสาขังภัดเชยยะมิดตะทุดโพปาปะโก ไม่ควรรานกิ่งต้นไม้นั้น เพราะผู้ประทุษร้ายมิตร เป็นคนเลวทราม
ยสฺส รุกฺขสฺส ฉายาย นิสีเทยฺย สเยยฺย วา ยะสะรุกขะสะฉายายะนิสีเทยยะสะเยยยะวา บุคคลนั่งหรือนอน (อาศัย) ที่ร่มเงาตันไม้ใด
โสมํ โลกํ ปภาเสติ อพฺภา มุตฺโตว จนฺทิมา โสมังโลกังปะภาเสติอับภามุตะโตวะจันทิมา ผู้นั้นย่อมยังโลกให้สว่าง เหมือนพระจันทร์พ้นจากเมฆ
ยสฺส ปาปํ กตํ กมฺมํ กุสเลน ปิถียติ ยะสะปาปังกะตังกัมมังกุสะเลนะปิถียะติ ผู้ใดทำกรรมชั่วแล้ว ละเสียได้ด้วยกรรมดี
ยทา จ ปจฺจตี ปาปํ อถ ทุกฺขํ นิคจฺฉติ ยะทาจะปะจะตีอะถะทุกขังนิคะจะฉะติ แต่บาปให้ผลเมื่อใด คนเขลาย่อมประสบทุกข์เมื่อนั้น
มธุวา มญฺญตี พาโล ยาว ปาปํ น ปจฺจติ มะทุวามัดยะตีพาโลยาวะปาปังนะปัดจะติ ตราบเท่าที่บาปยังไม่ให้ผล คนเขลายังเข้าใจว่ามีรสหวาน
เตน โส กิตฺตึ ปปฺโปติ เปจฺจ สคฺเค ปโมทติ เตนะโสกิดติปะโปติเปจะสัดเคปะโมทะติ เพราะการสงเคราะห์นั้น เขาย่อมได้เกียรติ ละไปแล้วย่อมบันเทิงในสวรรค์
ธีโร โภเค อธิคมฺม สงฺคณฺหาติ จ ญาตเก ทีโรโภเคอะธิคัมมะสังคันหาติจะยาตะเก ผู้มีปรีชาได้โภคะแล้ว ย่อมสงเคราะห์หมู่ญาติ
อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ รตฺติขิตฺตา ยถา สรา อะสันเตตะถะนะทิดสันติรัดติขิดตายะถาสะรา อสัตบุรุษทั้งหลายถึงในที่นี้ก็ไม่ปรากฎ เหมือนลูกศรที่ยิงไปกลางคืน ฉะนั้น
ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ หิมวนฺโตว ปพฺพโต ทูเรสันโตปะกาเสนติหิมะวันโตวะปะพะโต สัตบุรุษทั้งหลายย่อมปรากฎได้ในที่ใกล เหมือนภูเขาหิมวันต์
นารีนํ วสงฺคโต น ภาสติ ราหุนา อุปหโตว จนฺทิมา นารีนังวะสังคะโตนะภาสะติราหุนาอุปะหะโตวะจันทิมา อยู่ในอำนาจสตรีเสียแล้วย่อมไม่รุ่งเรือง เหมือนพระจันทร์ถูกพระราหูบังฉะนั้น
เตชวาปิ หิ นโร วิจกฺขโณ สกฺกโต พหุชนสฺส ปูชิโต เตชะวาปิหินะโรวิจักขะโนสะกะโตพะหุชะนะสะปูชิโต ถีงเป็นคนมีเดช มีปัญหาเฉียบแหลม อันคนเป็นอันมากสักการบูชา
ปิตริมิจฺฉาจริตฺวาน นิรยํ โส อุปปชฺชติ ปิตะริมิจฉาจะริตวานะนิระยังโสอุบปะชะติ ไม่บำรุงมารดาบิดา ประพฤติผิดในมารดาบิดา ย่อมเข้าถึงนรก
เอวํ กิจฺฉาภโต โปโส ปิตุ อปริจารโก เอวังกิจะฉาภะโตโปโสปิตุอะปะริจาระโก ผู้ที่มีมารดาบิดาเลี้ยงมาได้โดยยากอย่างนี้
โกปนฺตโร โทสครุ ส เวรํ ปฎิมจฺจติ โกปันตะโรโทสะคะรุสะเวรังปะติมะจะติ โกรธจัด ไม่ยอมรับ ผู้นั้นชื่อว่า หมกเวรไว้
อจฺจยํ เทสยนฺตีนํ โย เจ น ปฎิคณฺหติ อะจะยังเทสะยันนังโยเจนะปะติคันหะติ เมื่อเขาขอโทษ ถ้าผู้ใดมีความขุ่นเคือง
คุณวา จาตฺตโน คุณ คุนะวาจาตะโนคุนะ ผู้มีความดี จงรักษาความดีของตนไว้
โย จ ปุตฺตา นมสฺสโว โยจะปุดตานะมัดสะโว บรรดาบุตรทั้งหลาย บุตรผู้เชื่อฟังเป็นผู้ประเสริฐ
สุสฺสูสา เสฏฺฐา ภริยานํ สุสะสูสาเสดฐาภะริยานัง บรรดาภริยาทั้งหลาย ภริยาผู้เชื่อฟัง เป็นผู้ประเสริฐ
ภตฺตา ปญฺญาณมิตฺถิยา ภัดตาปัญญานมิดทิยา สามีเป็นเครื่องปรากฏของสตรี
ปุพพาจริยาติ วุจฺจเร ปุบพาจะริยาติวุจะเร มารดาบิดาท่านว่าเป็นบูรพาจารย์ (ของบุตร)
อาหุเนยฺยา จ ปุตฺตานํ อาหุเนยยาจะปุดตานัง มารดาบิดาเป็นที่นับถือของบุตร
น อุชุภูตา วิตถํ ภณนฺติ นะอุชุภูตาวิดถังภะนะติ คนตรงไม่พูดคลาดความจริง
อติติกฺโข จ เวรวา อะติติกะโขจะเวระวา คนแข็งกระด้างก็มีเวร
นตฺถิ โลเก อนินฺทิโต นัดทิโลเกอะนินทิโต คนไม่ถูกนินทาไม่มีในโลก
เนกาสี ลภเต สุขํ เนกาสีละภะเตสุขัง ผู้กินคนเดียวไม่ได้ความสุข
วนฺทโก ปฎิวนฺทนํ วันทะโกปะติวันทะนัง ผู้ไหว้ย่อมได้รับไหว้ตอบ
ครุ โหติ สคารโว คะรุโหติสะคาระโว ผู้เคารพย่อมมีผู้เคารพตอบ
สุวิชาโน ภวํ โหติ สุวิชาโนภะวังโหติ ผู้รู้ดีเป็นผู้เจริญ
อสนฺโต นิรยํ ยนฺติ อะสันโตนิระยังยันติ อสัตบุรุษย่อมไปนรก
โย พาโล มญฺญติ พาลฺยํ ปณฺฑิโต วาปิ เตน โส โยพาโลมัดยะติพาละยังปันฑิโตวาปิเตนะโส คนซึ่งรู้สึกตนว่าโง่ จะเป็นผู้ฉลาดเพราะเหตุนั้นได้บ้าง
สตญจ คนฺโธ ปฏิวาตเมติ สะตะยะจะคันโทปะติวาตะเมติ กลิ่นของสัตบุรุษย่อมหอนทวนลมได้
สนฺโต สคฺคปรายนา สันโตสัดคะปะรานา สัตบุรุษมีสวรรค์เป็นที่ไปในเบื้องหน้า
สนฺโต สตฺตหิเต รตา สันโตสัดตะหิเตระตา สัตบุรุษยินดีในการเกื้อกูลสัตว์
สนฺโต น เต เย น วทนฺติ ธมฺมํ สันโตนะเตเยนะวะทันติทัมมัง ผู้ใดไม่พูดเป็นธรรม ผู้นั้นไม่ใช่สัตบุรุษ
นยํ นยติ เมธาวี นะยังนะยะติเมธาวี คนมีปัญญา ย่อมแนะนำทางที่ควรแนะนำ
กุสโล จ ชหาติ ปาปกํ กุสะโลจะชะหาติปาปะกัง คนฉลาดย่อมละบาป
มหากรุณิโก นาโถ มะหากะรุนิโกนาโถ ท่านผู้เป็นที่พึ่ง ประกอบด้วยกรุณายิ่งใหญ่
ทนฺโต เสฎฺโฐ มนุสฺเสสุ ทันโตเสดโฐมะนุสะเสสุ ในหมู่มนุษย์ ผู้ฝึกตนแล้วเป็นผู้ประเสริฐสุด
อนตฺถํ ปริวชฺเชติ อตฺถํ คณฺหาติ ปณฺฑิโต อะนัดถังปะริวัดเชติอัดถังคันหาติปันฑิโต บัณฑิตย่อมเว้นสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ ถึงเอาแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์
ปฌฺฑิโต สีลสมฺปนฺโน ชลํ อคฺคีว ภาสติ ปัมฑิโตสีละสัมปันโนชะลังอัดคีวะภาสะติ บัณฑิตผู้สมบูรณ์ด้วยศีล ย่อมรุ่งเรืองเหมือนไฟสว่าง
สาธุ โข ปณฺฑิโต นาม สาธุโขปันฑิโตนามะ ชื่อว่าบัณฑิตย่อมทำประโยชน์ให้สำเร็จได้แล
|



