| ทรงประทานพระเกศาธาตุแก่ปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา |
|
|
|
| วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑:๐๑ น. | |||
|
ทรงประทานพระเกศาธาตุแก่ปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา เมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเสร็จการเสวยภัตกิจแล้ว วาณิชสองพี่น้องคือ ตปุสสะ กับ ภัลลิกะ จึงกราบทูลว่า ในกาลนั้นสมเด็จพระศาสดาผู้ทรงมหากรุณา จึงยกพระหัตถ์เบื้องขวาขึ้นลูบพระเศียรเกล้า ได้พระเกศาธาตุ หรือเส้นผม จำนวน ๘ เส้น ประทานแก่ตปุสสะและภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้องน้อมรับด้วยความโสมนัสปลื้มปิติ เมื่อกราบบังคมลากลับไปสู่บ้านเมืองของตนแล้ว ได้สร้างพระสถูปบรรจุไว้เพื่อเป็นที่สักการบูชาแก่มหาชนทั่วไป ตปุสสะ และ ภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้อง ได้เป็นปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา ตั้งมั่นอยู่ในเทววาจิกสรรณคม คือ ถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมทั้งสองเป็นสรณะ คือเป็นที่พึ่ง ด้วยในขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์บังเกิดขึ้นในโลก เมื่อตปุสสะ และ ภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้องกราบทูลลาไปแล้วพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเสด็จจากร่มไม้ราชายตนะ ต้นเกด ไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้อัชปาลนิโครธ ต้นไทร อีกครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เจ้าทรงบำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเข้าถึงความเป็นพระพุทธเจ้า ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เองในวันรุ่งเดือน ๖ ณ ใต้ร่มมหาโพธิบัลลังก์ ทรงหมดสิ้นซึ่งอาสวะกิเลส เมื่อพระพุทธองค์ทรงบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ทรงเสวยวิมุตติสุขเนิ่นนานอยู่ ทรงรำพึงถึงธรรมที่ได้ตรัสรู้ว่าเป็นธรรมอันประณีตละเอียดสุขุมคัมภีรภาพยากที่บุคคลจะรู้และปฏิบัติได้ ทำให้พระพุทธองค์ทรงท้อพระทัยดำริว่าจะไม่แสดงธรรมแก่มหาชน
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๑๓ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙:๕๓ น. |



