|
วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๑๗ น. |
|
ทรงรับหญ้าคา
พระบรมโพธิสัตว์มหาบุรุษ ทอดพระเนตรเห็นถาดทองลอยทวนกระแสชลเป็นนิมิตเหมือนดังอธิษฐานจึงทรงโสมนัส เสด็จสู่ร่มสาลพฤกษ์ ต้นสาละหรือต้นรัง อันร่มรื่น ครั้นถึงเวลาบ่ายจึงเสด็จออกจากสาลพฤกษ์เพื่อดำเนินไปสู่ร่มไม้อสัตถโพธิฤกษ์มณฑล ใต้ร่มโพธิ์ ในเวลานั้นโสตถิตพราหมณ์ ถือหญ้าคา ๘ กำเดินสวนทางมา เมื่อพบพระองค์ผู้มีพระสิริงามสง่าดุจพญาไกรสรสีหราชเกิดศรัทธาเลื่อมใสจึงนำหญ้าคาทั้ง ๘ กำนั้นน้อมเข้าไปถวาย
เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ทรงรับหญ้าคาจากโสตถิตพราหมณ์แล้วจึงเสด็จบทจรไปสู่ร่มโพธิพฤกษ์ทางด้านทิศบรูพา หรือทิศตะวันออก พระองค์ทรงปูลาดหญ้าคาต่างบัลลังก์ ณ ควงไม้อสัตถโพธิพฤกษ์ แล้วประทับนั่งขัดสมาธิ อธิษฐานในพระหฤทัยว่า
“ถ้ากมลสันดานแห่งอาตมะภาพนี้ ยังไม้พ้นจากอาสวกิเลสกามคุณตราบใด ถึงแม้นมาตรว่าหฤทัยแลเนื้อหนังทั้งเอ็นสมองอัฐิ ตลอดถึงเลือดแลมันข้นจนทั่วสรีรกายก็ดีจะแห้งเหือด เหลือแต่กระดูกและเส้นเอ็นก็ตาม ตราบใดที่ยังมิได้บรรลุพระสัมมาสัมโพธิญาณ ตราบนั้นอาตมะจะไม่ลุกขึ้นทำลายสมาธิบัลลังก์นี้เลยเป็นนขาด" ในหนังสือพระปฐมสมโพธิกถา กล่าวว่าเมื่อทรงปูลาดหญ้าคาทั้ง ๘ กำ ณ ควงไม้มหาโพธิ์ พระบรมโพธิสัตว์มหาบุรุษได้ทรงตั้งสัตยาธิษฐาน ว่า “ถ้าจะตรัสรู้พระสัพพัญญุตญาณ ขอจงบังเกิดเป็นรัตนบัลลังก์ปรากฏในที่นี้” พลันวชิรอาสน์รัตนบัลลังก์ คือบัลลังก์แก้ว อันวิจิตรงามตระการสูง ๑๔ ศอกโดยประมาณก็พลันอุบัติขึ้นแทนบัลลังก์หญ้าคาด้วยบุญญานุภาพแห่งพระบรมโพธิสัตว์ นั่นจึงเป็นปฐมเหตุในการนำหญ้าคามาทำเป็นอุปกรณ์ในการรดน้ำพระพุทธมนต์
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพฤหัสบดีที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๗:๒๓ น. |