|
วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๑๘ น. |
|
นางสุชาดาถวายข้าวมธุปายาส
ครั้นถึงเช้าวันเพ็ญวิสาขะ หรือ วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ อันเป็นวันครบรอบพระชันษา ๓๕ พรรษาของพระบรม โพธิสัตว์มหาบุรุษ นางสุชาดาได้สั่งให้บ่าวไพร่ช่วยกันจัดแจงหุงข้าวมธุปายาส คือ หุงข้าวด้วยนมโค ซึ่ง ข้าวมธุปายาสที่นางสุชาดาได้ทำนั้น นางได้จัดเตรียมด้วยความปราณีตพิถีพิถัน ด้วยการเลี้ยงแม่โคไว้รีดนม จำนวน ๖๐ ตัว และนำน้ำนมของแม่โคทั้ง ๖๐ ตัวนั้น ใช้เลี้ยงแม่โคอื่นอีก ๕๐ ตัว และน้ำนมแห่งโคทั้ง ๕๐ ตัวนี้ เลี้ยงแม่โคตัวอื่นอีก ๒๕ ตัว แล้วนำน้ำนมแม่โค ๒๕ ตัวนี้เลี้ยงแม่โคอื่นอีก ๑๒ ตัว ในที่สุดนำน้ำนมแห่งแม่โค ๑๒ ตัวนี้ใช้เลี้ยงแม่โค ๖ ตัว แล้วคัดสรรแม่โคว่างามยิ่ง ๑ ตัว แล้วนำน้ำนมแม่โค ๑ ตัวนี้ ไปผสมกับแก่นจันทร์ และเครื่องเทศอันละเอียด แล้วเติมข้าวที่ได้จากการเก็บเกี่ยวคัดเลือกเมล็ดที่งดงามที่สุดในนาทุกแปลงนำมาผสม เป็นข้าวมธุปายาส ข้าวยาคู หรือ ข้าวที่หุงด้วยน้ำนมโค เมื่อเสร็จแล้วจึงจัดใส่ถาดทองนำไปยังต้นนิโครธพฤกษ์ หรือต้นไทร ครั้นเห็นพระบรมโพธิสัตว์ที่ประทับอยู่มีรัศมีออกจากพระวรกายแผ่ซ่านไปทั่วปริมณฑล นางเข้าใจว่า เป็นรุกขเทวดาจึงนำข้าวมธุปายาสน้อมเข้าไปถวายด้วยความโสมนัส ในเวลานั้นบาตรของพระบรมโพธิสัตว์ที่ ฆฏิกาพรหมถวายเมื่อครั้งเสด็จออกบรรพชา ได้อันตรธานหายไป พระองค์จึงทรงเหยียดพระหัตถ์ทั้งสองข้าง ออกรับถาดข้าวมธุปายาสแล้วทอดพระเนตรแลดูนาง
นางสุชาดาจึงทูลถวายว่า
“ข้าแต่พระเป็นเจ้า ข้าพเจ้าขอถวายมธุปายาสกับทั้งภาชนะทองอันรองใส่ ขอพระองค์จงรับโดยควรแก่พระหฤทัยปรารถนา”
เมื่อถวายแล้วนางจึงทูลลากลับไปยังที่อยู่แห่งตนด้วยจิตใจอันปีติเบิกบาน ข้าวมธุปายาสของนางสุชาดา ถือเป็น ภัตตาหารมื้อแรก หรือ การถวายอันสำคัญ ก่อนที่พระบรมโพธิสัตว์จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
เมื่อนางสุชาดาทูลลากลับไปแล้ว พระบรมโพธิสัตว์จึงเสด็จจากร่มนิโครธพฤกษ์ ทรงถือถาดมธุปายาสนั้นเสด็จ สู่ฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เมื่อทรงพระวรกายแล้วจึงประทับนั่งริมฝั่งแม่น้ำนั้น บ่ายพระพักตร์สู่ถิ่นบรูพา คือตะวันออก ทรงปั้นข้าวปธุปายาสเป็นปั้น ๆ ได้ ๔๙ ปั้น แล้วเสวยจนหมด ซึ่งถือเป็นอาหารทิพย์อันจะคุ้มได้ถึง ๔๙ วัน ในการเสวยวิมุตติสุขภายหลังการตรัสรู้
|
|
แก้ไขล่าสุด ใน วันพุธที่ ๖ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙:๒๘ น. |