ประสูติ

พระบรมโพธิสัตว์ผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ผู้บำเพ็ญบารมีโดยตั้งพระทัยว่าจะจุติไปบังเกิดในมนุษย์โลก เพื่อตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แสดงธรรมสั่งสอนเหล่าเวไนยสัตว์ ...

สวรรค์ชั้นดุสิต มีความกว้างใหญ่ไพศาล มี ท้าวสันดุสิต ซึ่งบรรลุเป็นพระโสดาบันแล้วนั้น เป็นผู้ปกครอง ภพที่ตั้งของสวรรค์ชั้นดุสิตอยู่สูงขึ้นไปจากยอดเขาสิเนรุ อยู่ในอากาศเหนือสวรรค์ชั้นยามา ๔๒,๐๐๐ โยชน์ ...

เมื่อพระองค์ได้รับการกราบทูลอัญเชิญจากท้าวมหาพรหมและเหล่าเทวราชในสวรรค์ทั้ง ๖ ชั้น พระองค์ทรงพิจารนา “ปัญจมหาวิโลกนะ” ได้แก่การ “พิจารณาถึงสิ่งสำคัญ  ๕  ประการ” หรือ กาลสมัยอันสมควรทั้ง ๕ ประการ ...

ครั้นพระโพธิสัตว์ทรงเห็นสถานะทั้ง ๕ มีครบบริบูรณ์แล้ว จึงทรงรับอาราธนาจากเหล่าเทวราช เหตุที่จะรู้ว่าพระโพธิสัตว์เทพใกล้จะจุตินั้น เพราะได้เกิด บุพนิมิต ๕ ประการ แก่พระองค์ ...

ซึ่งในคืนวันเพ็ญเดือน ๘ พระนางสิริมหามายาผู้จะได้เป็นพระพุทธมารดา ทรงอธิษฐานสมาทานอุโบสถศีล ในยามใกล้รุ่งได้ทรงสุบินนิมมิตว่า ...

ในหนังสือพระปฐมสมโพธิกถา พระนิพนธ์สมเด็จกรมพระปรมานุชิตชิโนรส กล่าวถึงลางบอกเหตุอัศจรรย์ หรือ บุพนิมิต ๓๒ ประการ เมื่อพระมหาโพธิสัตว์เสด็จปฏิสนธิในครรภ์พระพุทธมารดา  ทรงประสูติ ทรงตรัสรู้ และปรินิพพาน ...

เมื่อพระนางสิริมหามายา พระมเหสีของพระเจ้าสุทโธทนะ แห่งกรุงกบิลพัสดุ์ ทรงพระครรภ์แก่จวนจะประสูติ พระนางได้รับพระบรมราชานุญาตจากพระสวามี ให้แปรพระราชฐานไปประทับ ณ กรุงเทวทหะ ซึ่งเป็นพระนครที่เกิดของพระนาง ...

ในวันที่พระโพธิสัตว์ประสูตินั้นมีผู้ที่เป็นสหชาติ คือ เกิดใน วัน เดือน ปีเดียวกัน กับเจ้าชายสิทธัตถะ มีดังนี้ ๑.  พระนางพิมพา ต่อมาได้เป็นอัครมเหสีของเจ้าชายสิทธัตถะและให้กำเนิดพระราหุลกุมาร๒.  พระกุมารอานนท์ ...

๑.  ทิพยรัตนจักรแก้ว งามบริสุทธิ์ มีมหิทธิฤทธิ์ให้สำเร็จสมความประสงค์ทุกประการ๒.  พญาคชสารหัสดินรัตนสาร คือ ช้างแก้วประเสริฐ๓.  พญาอัสดรรัตนมัย คือ ม้าแก้วสินธพชาติตัวประเสริฐ๔.  ดวงจินดารัตนมณี คือ ...

ในครั้งนั้นมีดาบสผู้หนึ่งนามว่า กาฬเทวิล แต่มหาชนโดยทั่วไปเรียกว่า อสิตะ หรือ อสิตดาบส ผู้ซึ่งบำเพ็ญจนสำเร็จฌานสมาบัติ ๘ มีฤทธิ์มากอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ วันหนึ่งได้เหาะไปยังดาวดึงส์เทวโลก ...

ครั้นครบกำหนด ๕ วันแห่งการประสูติ พระเจ้าสุทโธทนะจึงสั่งให้ประชุมเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิต และเชิญพราหมณ์ผู้เชี่ยวชาญไตรเพท ๑๐๘ ...

เมื่อทำนายลักษณะพระราชกุมารแล้ว พราหมณ์ทั้ง ๘ และเหล่านักปราชญ์ราชบัณฑิตจึงพร้อมใจกันถวายพระนามพระราชกุมารว่า  “สิทธัตถะ” อันหมายถึง ผู้มีความต้องการสำเร็จ หรือ ผู้สำเร็จประโยชน์ที่ประสงค์ ...

เมื่อพระราชกุมาร"สิทธัตถะ"มีพระชนมายุ ๗ พรรษา พระราชบิดาได้เสด็จไปประกอบพิธีวัปปมงคล แรกนาขวัญ และได้นำพระราชกุมารสิทธัตถะตามเสด็จด้วย พระเจ้าสุทโธทนะได้ทรงประกอบพิธีไถ จึงได้พบสมบัติใหญ่ในที่นั้น ...

ครั้นพระชนมายุ  ๑๒  พรรษา ทรงเสด็จประพาสอุทยานพร้อมข้าราชบริพาร ขณะทรงพระสำราญอยู่นั้นได้พบหงส์ตัวหนึ่งถูกธนูยิงตกลงมา จึงทรงนำไปรักษาโดยทรงถอนลูกศรออกแล้วใช้ยาปฐมพยาบาล ซึ่งหงส์ตัวนั้นเป็นหงส์ที่ ...

เมื่อพระราชกุมารเจริญวัย ทรงได้รับการศึกษาศิลปวิทยาการจาก สำนักครู วิศวามิตร วิชาที่ทรงศึกษาคือ ศิลปศาสตร์  ๑๘ ประการ รวมทั้ง ไตรเพท และ ...

เมื่อเจ้าชายสิทธัตถะได้ศึกษาศิลปศาสตร์สำเร็จแล้วและเจริญวัยอายุได้ ๑๖ พรรษา  พระราชบิดาจึงส่งพระราชสานส์ไปยังเหล่าพระประยูรญาติให้ตกแต่งธิดาเพื่อคัดเลือกและทำการราชาภิเษก ...

ครั้นถึงกาลเวลาที่จะได้รับพระบรมราชาภิเษก เพื่อจะได้เสวยราชสมบัติแทนพระราชบิดา จึงได้มีพิธิการเลือกพระชายาแก่พระราชโอรส ซึ่งในวันนั้นเจ้าชายสิทธัตถะเสด็จประทับบนพระราชบัลลังก์ ...

พระเจ้าสุโธทนะ พระราชบิดาทรงสั่งให้สร้างปราสาทอันประณีต ๓ หลังสำหรับใช้เป็นที่ประทับใน ๓ ฤดู ทั้งนี้ก็เนื่องด้วยเมื่อพระองค์ทรงประสูติมาแล้วได้รับการทำนายว่าจะเสด็จออกบวช ...

ส่วนพระราชบิดาพระเจ้าสุทโธทนะนั้น ทรงวิตกกังวลอยู่เสมอว่าวันหนึ่งภายหน้าพระราชโอรสจะทรงออกบวช ...
ดูเพิ่มเติม