ครั้นพระชนมายุ  ๑๒  พรรษา ทรงเสด็จประพาสอุทยานพร้อมข้าราชบริพาร ขณะทรงพระสำราญอยู่นั้นได้พบหงส์ตัวหนึ่งถูกธนูยิงตกลงมา จึงทรงนำไปรักษาโดยทรงถอนลูกศรออกแล้วใช้ยาปฐมพยาบาล ซึ่งหงส์ตัวนั้นเป็นหงส์ที่ เจ้าชายเทวทัตต์ เป็นผู้ยิงตก จึงเกิดเหตุแย่งชิงความเป็นเจ้าของหงส์นั้น ครั้นตัดสินไม่ได้จึงนำเรื่องนี้ไปขอให้พราหมณ์ผู้ใหญ่เป็นผู้ตัดสิน ซึ่งในครั้งนี้เจ้าชายสิทธัตถะได้ตรัสว่า

การให้ชีวิตจึงได้ชื่อว่ามีสิทธิ์เป็นเจ้าของชีวิตของสัตว์นั้น
ส่วนผู้ประสงค์ฆ่าทำลายชีวิต มิสมควรได้สิทธิ์ความเป็นเจ้าของชีวิตนั้น”
เมื่อพราหมณ์ได้ฟังดังนั้นก็ได้ตัดสินตามความมีเหตุผลในหลักคุณธรรมว่า
“ผู้ใดทำลายชีวิตก็ไม่สมควรจะเป็นเจ้าของชีวิต สิ่งมีชีวิตควรจะได้รับการคุ้มครอง
จากผู้มีความเมตตาปราณี เพราะฉะนั้นเมื่อต้องการให้หงส์นี้มีชีวิตอยู่ต่อไป
ก็ควรยกหงส์ตัวนี้ให้แก่เจ้าชายสิทธัตถะเป็นเจ้าของ”

นั่นจึงเป็นสาเหตุหนึ่งที่ในอนาคตเบื้องหน้านั้น เจ้าชายเทวทัตต์ จึงได้กลับกลายมาเป็นศรัตตรูที่คอยทำลายพระองค์ท่านถึงขนาดทำอนันตริยกรรมแก่พระพุทธเจ้า