พระอานนท์ทูลถามถึงวิธีปฏิบัติต่อพระพุทธสรีระ

ในเวลานั้น พระอานนท์ได้กราบทูลถามว่า

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ! เมื่อพระองค์ปรินิพพานไปแล้วจะปฏิบัติเกี่ยวกับพระพุทธ สรีระอย่างไร”

พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า

อย่าเลยอานนท์ เธออย่ากังวลกับเรื่องนี้เลย หน้าที่ของพวกเธอคือคุ้มครองตนด้วยดีจงพยายามทำความเพียรเผาบาปให้เร่าร้อนอยู่ทุกอิริยาบถเถิด สำหรับเรื่องสรีระของเรานั้น เป็นหน้าที่ของคฤหัสถ์ที่จะพึงทำกัน กษัตริย์ พราหมณ์ และ คหบดีเป็นจำนวนมากที่เลื่อมใสตถาคตก็มีอยู่ไม่น้อย เขาคงทำกันเองเรียบร้อย”

พระอานนท์ทูลว่า

พระเจ้าข้า” เรื่องนี้เป็น หน้าที่ของคฤหัสถ์ก็จริงอยู่ แต่ถ้าเขาถามข้าพระองค์ ข้าพระองค์จะพึงบอกเขาอย่างไร”

พระองค์ทรงตรัสว่า

อานนท์ ! ชนทั้งหลายปฏิบัติต่อสรีระแห่งพระเจ้าจักรพรรดิอย่างไร ก็พึงปฏิบัติต่อสรีระแห่งตถาคตอย่างนั้นเถิด”

พระอานนท์ทูลถามว่า

“ทำอย่างไรเล่า พระเจ้าข้า”

พระองค์ทรงตรัสว่า

“อานนท์ ! คืออย่างนี้ เขาจะพันสรีระแห่งพระเจ้าจักรพรรดิด้วยผ้าใหม่ แล้วซับด้วยสำลี แล้วพันด้วยผ้าใหม่อีก ทำอย่างนี้ถึง  ๕๐๐ คู่ หรือ  ๕๐๐  ชั้น แล้วบรรจุในหีบทอง อันเต็มไปด้วยน้ำมันหอมเชิญขึ้นบนจิตกาธาน คือเชิงตะกอนที่เผาศพ อันทำด้วยไม้จันทน์หอม แล้วปิดครอบด้วยรางเหล็กเป็นฝา เพื่อถวายพระเพลิง แล้วอัญเชิญพระอัฐิธาตุไปทำพระสถูปบรรจุได้ ณ ที่ประชุมแห่งถนนใหญ่ ๔ ทิศ สี่แพร่ง และสรีระแห่งตถาคตก็พึงทำเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นที่สักการะแก่เหล่ามหาชนตราบสิ้นกาลนาน  ด้วยบุคคลผู้ควรแก่การประดิษฐานในสถูป"

ถูปารหบุคคล

แล้วพระตถาคตทรงแสดง ถูปารหบุคคล คือ บุคคลผู้ควรบรรจุอัฐิธาตุไว้ในพระสถูป ๔ จำพวก คือ

  • ๑. พระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า
  • ๒. พระปัจเจกพุทธเจ้า
  • ๓. พระอรหันตสาวก และ
  • ๔. พระเจ้าจักรพรรดิ

ด้วยสามารถเป็นพลวปัจจัย คือปัจจัยอันมีกำลัง ให้ผู้เคารพกราบไหว้ถึงสุคติโลกสวรรค์ได้ตามกำลังศรัทธาเลื่อมใส และเป็นประโยชน์สุขแก่เขาตลอดกาลนาน”