๑๘๐๕๒๕๕๕

๑๘ ธ.ค. ๒๕๕๒

หลักอปริหานิยธรรม หรือ ลิจฉวีอปริหานิยธรรม

ให้คะแนนเนื้อหานี้
(3 คะแนนเสียง)

ภาพพุทธประวัติจากวัดพระรามเก้า
“ลิจฉวีอปริหานิยธรรม หลักอปริหานิยธรรม"

หลักอปริหานิยธรรม คือ ข้อปฏิบัติหรือธรรมอันเป็นเหตุไม่ให้เกิดความเสื่อมมี  ๗  ข้อ เป็นหลักธรรมที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสสั่งสอนทั้งฝ่ายคฤหัสถ์ โดยตรัสสั่งสอนเหล่ากษัตริย์ลิจฉวี เมืองเวสาลี แคว้นวัชชี และตรัสสั่งสอนเหล่าภิกษุที่เมืองราชคฤห์ แคว้นมคธ

หลักอปริหานิยธรรมสำหรับฝ่ายคฤหัสถ์ มีดังนี้

๑.  หมั่นประชุมกันเนือง ๆ
๒.  ประชุมหรือเลิกประชุม และทำกิจของส่วนรวมอย่างพร้อมเพรียงกัน
๓.  ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ไม่ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้วยึดถือปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๔.  เคารพนับถือเชื่อฟังและให้เกียรติแก่ผู้เป็นประธาน ผู้บริหารหมู่คณะ และปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๕. ให้เกียรติ ให้ความปลอดภัยแก่สตรีเพศ ไม่ข่มเหงฉุดคร่า
๖.   เคารพนับถือบูชาพระเจดีย์ทั้งหลายทั้งภายในและภายนอกเมือง
และไม่บั่นทอนผลประโยชน์ที่เคยอุปถัมภ์บำรุงพระเจดีย์เหล่านั้น
๗.  จัดการอารักขาโดยธรรมแก่พระอริยะ ด้วยตั้งความปรารถนาว่า
พระอริยะเหล่านี้ที่ยังไม่มาสู่บ้านนี้เมืองนี้ขอให้มา ส่วนที่มาแล้วขอให้ท่านอยู่ผาสุก

หลักอปริหานิยธรรมสำหรับฝ่ายศาสนจักร หรือฝ่ายภิกษุสงฆ์

ที่ตรัสสั่งสอนเหล่าภิกษุสงฆ์ใน  ๔  ข้อแรกนั้นเหมือนกับที่ตรัสแก่เจ้าลิจฉวี มีแตกต่างกัน  ๓ ข้อสุดท้าย
ซึ่งอปริหานิยธรรมสำหรับพระภิกษุนั้นมี ๒ นัย

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๑
๑.  หมั่นประชุมกันเนือง ๆ
๒.  ประชุมหรือเลิกประชุม และทำกิจของส่วนรวมอย่างพร้อมเพรียงกัน
๓.  ไม่บัญญัติสิ่งที่มิได้บัญญัติ ไม่ถอนสิ่งที่ได้บัญญัติไว้แล้วยึดถือปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๔.  เคารพนับถือเชื่อฟังและให้เกียรติแก่ผู้เป็นประธาน ผู้บริหารหมู่คณะ และปฏิบัติตามหลักธรรมที่บัญญัติไว้
๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น คือไม่ลุแก่ตัณหาอันจะก่อให้เกิดภพใหม่
๖.  ยินดีในความสงบ สันโดษ หมายถึงการยินดีในการอยู่ป่า
๗. ตั้งใจอยู่เสมอว่า พระภิกษุสามเณรผู้มีศีลที่ยังไม่มาสู่อาวาสขอให้มา ที่มาแล้วขอให้อยู่ผาสุก

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๒
๑.  ไม่เป็นผู้ชอบการงาน ไม่ยินดีแล้วในการงาน
๒.  ไม่เป็นผู้ชอบการคุย ไม่ยินดีแล้วในการคุย
๓.  ไม่เป็นผู้ชอบการนอนหลับ ไม่ยินดีแล้วในการนอนหลับ
๔.  ไม่เป็นผู้ชอบการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ ไม่ยินดีแล้วในการคลุกคลีด้วยหมู่คณะ
๕.  ไม่เป็นผู้มีความปรารถนาลามก ไม่ลุอำนาจแก่ความปรารถนาลามก
๖.  เป็นผู้ไม่มีมิตรชั่ว สหายชั่ว หรือคบคนชั่ว
๗.  ไม่ถึงความนอนใจในระหว่าง เพราะการบรรลุคุณวิเศษเพียงขั้นต่ำ

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๓
๑.  เป็นผู้มีศรัทธา
๒.  เป็นผู้มีใจประกอบด้วยหิริ
๓.  เป็นผู้มีโอตัปปะ
๔.  เป็นพหูสูต
๕.  เป็นผู้ปรารถนาความเพียร
๖.  เป็นผู้มีสติตั้งมั่น
๗.  เป็นผู้มีปัญญา

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๔
๑.  เจริญสติสัมโพชฌงค์
๒.  เจริญวิริยสัมโพชฌงค์
๓.  เจริญวิริยสัมโพชฌงค์
๔.  เจริญปิติสัมโพชฌงค์
๕.  เจริญปัสสัทธิสัมโพชฌงค์
๖.  เจริญสมาธิสัมโพชฌงค์
๗.  เจริญอุเบกขาสัมโพชฌงค์

อปริหานิยธรรม ๗ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๕
๑.  เจริญอนิจจสัญญา
๒.  เจริญอนัตตสัญญา
๓.  เจริญอสุภสัญญา
๔.  เจริญอาทีนวสัญญา
๕.  เจริญปหานสัญญา
๖.  เจริญวิราคสัญญา
๗.  เจริญนิโรธสัญญา

อปริหานิยธรรม ๖ สำหรับพระภิกษุ นัยที่ ๕
๑.  เข้าไปตั้งกายกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๒.  เข้าไปตั้งวจีกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๓.  เข้าไปตั้งมโนกรรมประกอบด้วยเมตตาในเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง
๔.  แบ่งปันลาภอันเป็นธรรมที่ได้มาโดยธรรม แก่เพื่อนพรหมจรรย์
๕.  มีศีลเสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ
๖.  มีทิฐีเสมอกันกับเพื่อนพรหมจรรย์ ทั้งในที่แจ้งและที่ลับ

ข้อมูลเพิ่มเติมจากวาระสุดท้ายของพระพุทธเจ้า, สำนักพิมพ์มติชน
ท่านอาจารย์เสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต

แสดงความคิดเห็น