| ปัญจมหาสุบินนิมิต ๕ ประการ |
|
|
|
| วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๑๙ น. | |||
|
ปัญจมหาสุบินนิมิต ๕ ประการ หลังจากที่พระบรมโพธิสัตว์มหาบุรุษ ทรงเห็นว่าการแสวงหาหนทางตรัสรู้ ๒ ทางแรกนั้น คือ การศึกษาเรียนรู้จากสำนักอาฬารดาบส กาลามโคตร กับอุทกดาบส รามบุตร และ การกระทำทุกรกิริยา มิใช่หนทางแห่งพระโพธิญาณ จึงเปลี่ยนมาใช่หนทางที่ ๓ คือ มัชฌิมาปฏิปทา หรือ การบำเพ็ญเพียรทางจิตปฏิบัติ โดยทางสายกลาง แต่ทรงเห็นว่าสภาพร่างกายในตอนนี้ย่อมไม่สามารถที่จะปฏิบัติธรรมดังกล่าวได้ จึงเสด็จโคจรบิณฑบาตดุจกาลก่อน ฝ่ายปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ ต่างปรึกษากันว่า แม้พระโพธิสัตว์ได้บำเพ็ญทุกรกิริยามาเป็นระยะเวลาถึง ๖ปี ก็ยังไม่อาจบรรลุสู่หนทางตรัสรู้ บัดนี้ได้ละเลิกหันมาเที่ยวบิณฑบาตและบริโภคอาหารเหมือนเดิมไหนเลยจะพบธรรมวิเศษได้ มีประโยชน์อันใดที่จะอยู่อุปัฏฐากพระองค์ต่อไป ปัญจวัคคีย์ทั้ง ๕ จึงพากันเดินทางไปยังป่า อิสิปตนมฤคทายวัน ใกล้กรุงพาราณสีและเข้าอาศัยอยู่ในป่าแห่งนั้นซึ่งอยู่ห่างจากตำบลอุรุเวลาเสนานิคมประมาณ ๑๕ โยชน์ พระบรมโพธิสัตว์มหาบุรุษ ทรงบำเพ็ญเพียรทางใจตามลำพังมาโดยตลอด จนถึงราตรี วันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๖ เมื่อบรรทมหลับพระองค์ทรง “ปัญจมหาสุบิน” เป็นบุพนิมิตมหามงคล ๕ ประการ อันเป็นการฝันในลักษณะลางบอกเหตุสำคัญล่วงหน้า ๑. ทรงพระสุบินว่า พระองค์เสด็จบรรทมหงายเหนือพื้นปฐพี พระเศียรหนุนภูเขาหิมพานต์ต่างพระเขนย เมื่อพระบรมโพธิสัตว์ตื่นบรรทม ทรงทำนายมหาสุบินนิมิตด้วยพระองค์เอง ครั้นทราบด้วยปัญญาว่าจะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงทรงเบิกบานพระทัย เมื่อทรงปฏิบัติภารกิจส่วนพระองค์ สระสรงพระวรกายหมดจดดีแล้ว จึงเสด็จไปประทับ ณ ร่มไม้นิโครธพฤกษ์ (ต้นไทร) ในยามเช้าแห่งวันเพ็ญวิสาขปรุณมีดิถี หรือวันเพ็ญ ๑๕ ค่ำกลางเดือน ๖ ซึ่งบางตำราบอกว่าตรงกับปีระกา บรรดาบูรพาจารย์ได้ให้คำอรรถาธิบายเกี่ยวกับปัญจมหาสุบินไว้ว่า เป็นบุพนิมิตมหามงคล ๕ ประการ คือ ๑. พระบรมโพธิสัตว์มหาบุรุษ จะได้ตรัสรู้เป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นผู้เลิศในโลก ทั้ง ๓ อัน
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันอาทิตย์ที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:๐๐ น. |


