| หมอชีวกโกมารภัจจ์ และนางสิริมา |
|
|
|
| วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๐:๕๗ น. | |||
|
หมอชีวกโกมารภัจจ์ และนางสิริมา หมอชีวกโกมารภัจจ์ และ นางสิริมา เป็นบุตรของนางสาลวดี หญิงนครโสเภณีประจำเมืองราชคฤห์ แห่งแคว้น มคธ ในสมัยโบราณหญิงนครโสเภณีเป็นตำแหน่งที่มีเกียรติ ทรงแต่งตั้งโดยพระมหากษัตริย์เหมือนตำแหน่งเศรษฐีประจำเมือง เช่น ท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐี เป็นต้น เมื่อนางสาลวดีตั้งครรภ์โดยบังเอิญ ทารกที่เป็นชายจะถูกนำไปทิ้งนอกเมือง ถ้าเป็นหญิงจะเลี้ยงไว้เพื่อให้สืบทอดอาชีพหญิงโสเภณี บุตรคนแรกของนางสาลวดีเป็นชาย เมื่อนางให้สาวใช้นำไปทิ้งไว้ที่นอกเมือง บังเอิญพระราชโอรสของพระเจ้าพิมพิสารพระองค์หนึ่งนามว่า อภัยราชกุมาร ได้มาพบเห็นจึงนำไปเลี้ยงไว้เป็นบุตรบุญธรรมและตั้งชื่อให้ตามคำกราบทูลมหาดเล็กว่า “ชีวก ยังมีชีวิตอยู่ ส่วนคำว่า “โกมารภัจจ์ แปลว่า กุมารที่ได้รับการเลี้ยงดู หรือกุมารในราชสำนัก” อันหมายถึง “บุตรบุญธรรม” นั่นเองส่วนน้องสาวของชีวกโกมารภัจจ์ คือ นางสิริมา ชีวกโกมารภัจจ์มักถูกล้อเลียนจากเพื่อน ๆ ว่าเป็นลูกไม่มีพ่อจึงหนีไปเรียนวิชาการแพทย์อยู่กับอาจารย์ที่เมืองตักกศิลาเป็นเวลา ๗ ปี โดยอาสาปรนนิบัติรับใช้เนื่องจากไม่มีเงินค่าเล่าเรียน จนเป็นที่รักใคร่จึงได้รับการถ่ายทอดวิชาการแพทย์ให้ทั้งหมดโดยไม่ปิดบัง เมื่ออาจารย์ทดสอบโดยให้ชีวกโกมารภัจจ์ไปสำรวจต้นไม้ในป่าว่าต้นไหนที่สามารถใช้เป็นตัวยาได้ ชีวกโกมารภัจจ์หาไม่พบเพราะต้นไม้ทุกต้นนำมาประกอบเป็นยาได้ทั้งสิ้น อาจารย์จึงบอกว่าได้เรียนรู้จบหลักสูตรแล้วให้กลับสู่บ้านเมืองเพื่นนำวิชาความรู้ช่วยเหลือคนเจ็บป่วยทุกข์ยาก มื่อกลับสู่เมืองราชคฤห์หมอชีวกโกมารภัจจ์ได้รักษาพระอาการประชวรด้วยพระโรค “ภคันทลาพาธ” หรือโรคริดสีดวงทวาร ของพระเจ้าพิมพิสารจนหายขาดจึงได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหมอหลวงพร้อมพระราชทานสวนมะม่วงให้ ต่อมาสวนมะม่วงแห่งนี้หมอชีวกได้ถวายเป็นวัดที่ประทับของพระพุทธเจ้าและพระภิกษุสงฆ์ทั้งหลาย ในภายหลังเมื่อพระเจ้าพิมพิสารสวรรคตเพราะถูกพระเจ้าอชาตศัตรูพระราชบุตรองค์หนึ่งชิงราชบัลลังก์ตามคำยุยงของพระเทวทัต หมอชีวก ก็ได้ทำหน้าที่เป็นแพทย์หลวงประจำพระองค์ และเป็นผู้ชักนำพระเจ้าอชาตศัตรูให้มาเฝ้าพระพุทธเจ้าเพื่อฟังธรรมจนเกิดความศรัทธาในพระรัตนตรัย
|
|||
| แก้ไขล่าสุด ใน วันจันทร์ที่ ๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๒๐:๑๕ น. |


