อริยมรรคมีองค์ ๘ PDF พิมพ์ อีเมล
วันศุกร์ที่ ๑๘ ธันวาคม ๒๕๕๒ เวลา ๑๑:๐๐ น.

อริยมรรคมีองค์ ๘

     แนวทางดำเนินอันประเสริฐของชีวิตหรือกาย วาจา ใจ เพื่อความหลุดพ้นจากทุกข์
.....เรียกว่า อริยมรรค แปลว่าทางอันประเสริฐ เป็นข้อปฏิบัติที่มีหลักไม่อ่อนแอ จนถึงกับ
.....ตกอยู่ใต้อำนาจ ความอยากแห่งใจ แต่ก็ไม่แข็งตึงจนถึงกับเป็นการทรมานกายให้เหือด
.....แห้งจากความสุขทางกาย เพราะฉะนั้นจึงได้เรียกว่ามัชฌิมาปฏิปทา คือทางดำเนินสาย
.....กลาง ไม่หย่อนไม่ตึง แต่พอเหมาะเช่นสายดนตรีที่เทียบเสียงได้ที่แล้ว

     คำว่า มรรค แปลว่า ทาง ในที่นี้หมายถึง ทางเดินของใจ เป็นการเดินออกจากความทุกข์
     ไปสู่ความเป็นอิสระหลุดพ้นจากทุกข์ซึ่งมนุษย์และเวไนยสัตว์ทั้งหลายหลงยึดถือ
     และประกอบขึ้นใส่ตนด้วยอำนาจของอวิชา คือ ความไม่รู้  ซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘
     หนทางดำเนินไปที่ประกอบพร้อมเพรียงกันเกี่ยวพันกันทุกข้อ ซึ่งย่อลงมาก็คือ
     สติปัฏฐาน ๔ หรือ ศีล สมาธิ ปัญญา  ซึ่งอริยมรรคมีองค์ ๘ ประกอบด้วย..........

              ๑.  สัมมาทิฏฐิ  คือ  ความเห็นชอบ
              ๒.  สัมมาสังกัปปะ  คือ  ความดำริชอบ
              ๓.  สัมมาวาจา  คือ  เจรจาชอบ
              ๔.  สัมมากัมมันตะ  คือ  ทำการงานชอบ
              ๕.  สัมมาอาชีวะ  คือ  เลี้ยงชีพชอบ
              ๖.  สัมมาวายามะ  คือ  มีความเพียรชอบ
              ๗.  สัมมาสติ  คือ  ระลึกชอบ
              ๘.  สัมมาสมาธิ  คือ  ตั้งใจชอบ

              ความหมายของอริยมรรคมีองค์ ๘ ได้แก่

              ๑.  สัมมาทิฏฐิ   คือ  มีปัญญาอันเห็นชอบ ได้แก่ เห็นในอริยสัจ ๔
              ๒.  สัมมาสังกัปปะ คือ ดำริชอบ ได้แก่
                   -  ดำริที่จะออกจากกาม เนกขัมมะหรือการออกบวช รักษาศีล
                   -  ดำริในการไม่พยาบาทปองร้ายผู้อื่น
                   -  ดำริในการไม่เบียดเบียนผู้อื่น
              ๓.  สัมมาวาจา คือ เจรจาชอบ ได้แก่ เว้นจากวจีทุจริต ๔ คือ ไม่ประพฤติชั่วทางวาจา ได้แก่
                   -  มุสาวาทา ไม่พูดเท็จ
                   -  ปิสุณายวาจาย ไม่พูดส่อเสียด ยุยงให้เขาแตกร้าวกัน
                   -  ผรุสายวาจาย ไม่พูดคำหยาบคาย
                   -  สัมผัปปลาปา ไม่พูดเพ้อเจ้อเหลวไหลไร้สาระ        
              ๔.  สัมมากัมมันตะ  คือ ทำการงานชอบ โดยประกอบการงานที่ไม่ผิดประเพณี 
                   ไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม และเว้นจากกายทุจริต ๓ ได้แก่
                   -  ปาณาติบาต เว้นจากการเบียดเบียนฆ่าสัตว์ตัดชีวิต
                   -  อทินนาทาน เว้นจากการลักขโมย และฉ้อฉลคดโกงแกล้งทำลายผู้อื่น
                   -  กาเมสุมิจฉาจาร เว้นจากการประพฤติผิดในกาม
              ๕.  สัมมาอาชีวะ คือ เลี้ยงชีวิตชอบ ได้แก่ เว้นจากการเลี้ยงชีพในทางที่ผิด ประกอบสัมมาอาชีพ คือ
                   -  เว้นจากการค้าขายเครื่องประหารมนุษย์และสัตว์
                   -  เว้นจากการค้าขายมนุษย์ไปเป็นทาส
                   -  เว้นจากการค้าสัตว์สำหรับฆ่าเป็นอาหาร
                   -  เว้นจากการค้าขายน้ำเมา
                   -  เว้นจากการค้าขายยาพิษ
               ๖.  สัมมาวายามะ คือ มีความเพียรชอบ  ๔ ประการ ได้แก่
                   -  เพียรระวังมิให้บาปหรือความชั่วเกิดขึ้น
                   -  เพียรละบาปหรือความชั่วที่เกิดขึ้นแล้ว
                   -  เพียรทำกุศลหรือความดีให้เกิดขึ้น
                   -  เพียรรักษากุศลหรือความดีที่เกิดขึ้นแล้วให้คงอยู่
               ๗.  สัมมาสติ คือ ระลึกชอบ ได้แก่ การระลึกวิปัฏฐาน การระลึกในกาย  
                     เวทนา  จิต และธรรม ๔ ประการคือ
                   -  พิจารณากาย ระลึกได้เมื่อรู้สึกสบายหรือไม่สบายพิจารณาลมหายใจเข้าออก
                   -  พิจารณาเวทนา ระลึกได้เมื่อรู้สึกสุขหรือทุกข์ หรือเฉย ๆ มีราคะ โทสะ โมหะ  หรือไม่ 
                   -  พิจารณาจิต ระลึกได้ว่าจิตกำลังเศร้าหมองหรือผ่องแผ้ว รู้เท่าทันความนึกคิด
                   -  พิจารณาธรรมให้เกิดปัญญา ระลึกได้ว่าอารมณ์อะไรกำลังผ่านเข้ามาในใจ
               ๘.  สัมมาสมาธิ คือ ตั้งใจชอบ ทำจิตให้สงบ ระงับจากกิเลสเครื่องเศร้าหมอง 
                    ให้มีอารมณ์แน่วแน่เป็นอันเดียว เพื่อให้จิตจดจ่อไม่ฟุ้งซ่าน หาอารมณ์อันไม่มีโทษให้จิตมีที่ยึด
                    จะได้ไม่พร่าไปหลายทางได้แก่ การเจริญฌานทั้ง ๔ คือ
                   -  ปฐมฌาน   ฌานที่ ๑
                   -  ทุติยฌาน   ฌานที่ ๒
                   -  ตติยฌาน    ฌานที่ ๓
                   -  จตุตถฌาน ฌานที่ ๔
                สัมมาทิฏฐิ สัมมาสังกัปปะ คือ เห็นชอบ ดำริชอบ สงเคราะห์เข้าในปัญญาสิกขา
                สัมมาวาจา  สัมมากัมมันตะ สัมมาอาชีวะ คือ เจรจาชอบ ทำการงานชอบ การเลี้ยงชีพชอบ
                สงเคราะห์เข้าในศีลสิกขา
                สัมมาวายามะ สัมมาสติ สัมมาสมาธิ คือความเพียรชอบ ตั้งสติระลึกชอบ
                ตั้งจิตใจมั่นสงเคราะห์เข้าในจิตตสิกขา หรือกลุ่ม สมาธิ

แก้ไขล่าสุด ใน วันศุกร์ที่ ๘ มกราคม ๒๕๕๓ เวลา ๑๙:๓๙ น.