พระสงฆ์ (93)
คำปรารภและอนุมานสันนิษฐานว่าประวัติเรื่องความเป็นไปของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) ครั้งในรัชกาลที่ ๔ กรุงเทพฯ นั้น มีความเป็นมาประการใด เพราะเจ้าพระคุณองค์นี้ เป็นที่ฤๅชาปรากฏ เกียรติศักดิ์เกียรติคุณเกียรติยศ ขจรขจายไปหลายทิศหลายแคว มหาชนพากันสรรเสริญออกเซ็งแซร่กึกก้องสาธุการ บางคนก็บ่นร่ำรำพรรณ ประสานขานประกาศกรุ่นกล่าวถึงบุญคุณสมบัติ จริยสมบัติของท่านเป็นนิตยกาลนานมา ทุกทิวาราตรีมิรู้มีความจืดจาง
อนึ่ง พระพุทธรูปของท่านที่สร้างไว้ในวัดเกตุไชโย ใหญ่ก็ใหญ่ โตก็โต วัดหน้าตักกว้างถึงแปดวาเศษนิ้ว เป็นพระก่อที่สูงลิ่ว เป็นพระนั่งที่ศักดิ์สิทธิ์ ดูรุ่งเรืองกระเดื่องฤทธิ์มหิศรเดชานุภาพ พระองค์นี้เป็นที่ทราบทั่วกันตลอดประเทศแล้วว่า เป็นพระที่มีคุณพิเศษสามารถอาจจะดลบันดาลดับระงับทุกข์ภัยไข้ป่วยช่วย ป้องกันอันตรายได้ จึงเป็นที่ดลอกดลใจให้ประชาชนคนเป็นอันมาก หากมาอภิวิวันทนาการ สักการบูชาพลีกรรม บรรณาการเส้นสรวงบวงบล บางคนมาเผดียงเสี่ยงสัตย์อธิษฐาน ก็อาจสำเร็จสมปณิธานที่มุ่งมาตร์ปรารถนา จึงเป็นเหตุให้มีสวะนะเจตนาแก่มหาชนจำนวนมากว่าร้อยคน คิดใคร่รู้ประวัติของสมเด็จพระพุฒาจารย์ (โต) วัดระฆังโฆษิตารามสมเด็จพระพุฒาจารย์
ชีวประวัติของหลวงปู่เกษม เขมโก
ชาติ สกุล
ท่านกำเนิดในสกุล ณ ลำปาง
เจ้าหนูน้อย มณีอรุณ เป็นบิดา
เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง เป็นมารดา
นับถือ พระพุทธศาสนา
เกิด วันพุธ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕
ร.ศ. ๑๓๑ จ.ศ. ๑๒๗๔ ค.ศ. ๑๙๑๒
เดือน ยี่เหนือ ปีชวด
ณ บ้านท่าเก้าม่วง (ริมแม่น้ำวัง) เมือง จังหวัดลำปาง
มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๒ คน เป็นบุตรคนแรก
น้องสาวเสียชีวิตตั้งแต่ตอนเล็กๆ
บิดารับราชการเป็นปลัดอำเภอ
สายตระกูล ทั้งบิดาและมารดา เป็นหลานเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนคร องค์สุดท้าย
หลวง พ่อคูณ ถือกำเนิดที่บ้านไร่ ม.๖ ต.กุดพิมาน อ.อ่านขุนทด จ.นครราชสีมา ในครอบครัวของชาวไร่ชาวนาที่อยู่ห่างไกลความเจริญ บิดาชื่อ นายบุญ ฉัตรพลกรัง มารดาชื่อ นางทองขาว ฉัตรพลกรัง เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ ๑๔ ตุลาคม พ.ศ. ๒๔๖๖ (บางตำราว่าวันที่ ๔ ตุลาคม)
หลวงพ่อ คูณ ปริสุทฺโธ
วัดบ้านไร่ ตำบล กุดพิมาน อำเภอ ด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา