พุทธะดอทคอม

วันอังคาร, ที่ ๐๙ มิถุนายน ๒๕๕๒ ๑๗:๒๕ น.

พระมณฑป

พระมณฑป : ชื่อเรียกงานสถาปัตยกรรมไทยประเภทหนึ่ง ที่เอื้อให้สำหรับประโยชน์ใช้สอยซึ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนา โดยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือพระไตรปิฎก หรือรอยพระพุทธบาทจำลอง พระมณฑปโดยทั่วไปมักเป็นอาคารรูป ๔ เหลี่ยมจัตุรัส มีหลังคาเป็นเรือนยอดแหลมอย่างทรงปิรามิดซ้อนเป็นชั้นๆเรียกว่า “หลังคาทรงบุษบก” เนื่องด้วยบุษบก บุษบกกับพระมณฑปใช้รูปแบบ สัดส่วน และองค์ประกอบที่เป็นแบบแผนเดียวกัน แตกต่างกันในบางส่วนและการใช้สอยที่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ บุษบกใช้สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็ก หรือขยายใหญ่ขึ้นขนาดสำหรับคนเข้าไปนั่งได้ ๑ คน อย่างเช่นให้พระเข้าไปนั่งเทศน์ ซึ่งจะเรียกชื่อใหม่ว่า “ธรรมาสบุษบก” หรือสำหรับให้พระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นประทับ ในพระราชพิธีบางอย่างก็เรียกว่า “พระที่นั่ง” ลักษณะสำคัญของบุษบกก็คือจะเปิดโล่งทุกด้านไม่ทำฝาผนังกั้นและมีฐานสูง ส่วนพระมณฑปนั้นเป็นอาคารขนาดใหญ่ประมาณ ๔.๐๐ x ๔.๐๐ เมตรขึ้นไป ตั้งบนฐานทึบไม่สูงมากเมื่อเทียบกับส่วนเรือน ที่สำคัญพระมณฑปจะก่อหรือกั้นเป็นฝาผนังทึบทุกด้าน อาจมีหรือไม่มีหน้าต่างก็ได้

 

ในทางสถาปัตยกรรมไทยแล้วอาคารที่เป็นเรือนยอดหรือมีเครื่องยอดนั้นถือ เป็นอาคารที่มีฐานานุศักดิ์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นอาคารทางศาสนาหรืออาคารที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สำหรับพระมหากษัตริย์แล้วถ้าเป็นอาคารเครื่องยอด มักจะใช้เป็นพระที่นั่งที่สำคัญๆต่างๆ เครื่องยอดที่ใช้ก็มีทั้งอย่างปราสาทยอดบุษบกและยอดปรางค์ เช่น พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งไอศวรรค์ทิพยอาสน์ (บางปะอิน) ซึ่งเป็นยอดบุษบก ส่วนพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท (เขาวัง) พระที่นั่งวิหารสมเด็จ (อยุธยา) ในพระราชวังหลวงกรุงเก่าจะมียอดเป็นปรางค์ ฯลฯ

 

ตำแหน่งที่ตั้งอาคาร

 

พระมณฑปมีการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดค่อนข้างโตที่เรียกกันว่า “ปฏิมาฆระ” จึงทำให้ภายในอาคารดูคับแคบมาก ซึ่งความจริงแล้วแนวความคิดในการออกแบบเช่นนี้ ก็เพราะไม่ได้มุ่งหวังจะให้พระมณฑปใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจพิธีแต่อย่าง ใด หากแต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเสมือนหนึ่งการจำลอง “พระคันธกุฎี” อันเป็นที่ประทับ (กุฏิ) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

 

ต่อมาพระมณฑปได้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่หลักจากเดิมซึ่งเป็นที่ตั้งพระพุทธ รูปไปเป็นที่ประดิษฐานสิ่งต่างๆแทน เช่น พระมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี ในสมัยอยุธยา หรือประดิษฐานพระไตรปิฎกในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและประดิษฐานพระบรมธาตุใน วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤกษดิ์ในสมัยรัตนโกสินทร์

 

ประเภทของพระมณฑป

 

  1. ๑. มณฑปหลวง หมายถึงพระมณฑปที่ใช้เป็นหลักประธานของวัด โดยทั่วไปเรียกสั้นๆว่า พระมณฑป หรือ มณฑป เช่น วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพมหานคร, วัดตระพังทองหลาง สุโขทัย

  2. ๒. มณฑปน้อย หมายถึง พระมณฑปขนาดย่อมที่ใช้ประกอบอาคารประธาน เช่น วัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพ , วัดตระพังทองหลาง สุโขทัย, วัดพระศรีสรรเพชญ์ อยุธยา, วัดพุทไธสวรรค์ อยุธยา

  3. ๓. มณฑปทิศ หมายถึง พระมณฑป ๔ หลังที่มีขนาดและสัดส่วนเดียวกัน วางประกอบลงในตำแหน่งของผังประธานที่มุมทั้ง ๔ ทิศประกอบพระพุทธปรางค์ประธาน ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางต่างๆ เช่น มณฑปทิศวัดอรุณฯ ธนบุรี

 

ลักษณะและรูปแบบทางสถาปัตยกรรม

 

ในงานสถาปัตยกรรมไทย มีการใช้รูปแบบลักษณะของพระมณฑปในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามความคิดและค่า นิยมในแต่ละยุคสมัย แต่จะมีลักษณะร่วมประการหนึ่งก็คือ มักมีผังอาคารเป็นรูป ๔ เหลี่ยมจัตุรัส ภายใต้รูปทรงหลังคาที่แตกต่างกันดังนี้

 

  1. ๑. แบบทรงคฤห์ ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาเป็นจั่วแหลมอย่างหลังคาเรือนพักอาศัย โดยการก่อศิลาแลงซ้อนเหลื่อมขึ้นไปบรรจบกันตรงกลางสันหลังคา เป็นแบบที่นิยมในสมัยปลายกรุงสุโขทัย เช่น พระมณฑปวัดกุฎีราย จ.สุโขทัย

  2. ๒. แบบทรงโรง ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาจั่ว โครงสร้างไม้ หลังคามุงกระเบื้อง มีปีกนกชักคลุมโดยรอบ เช่น พระมณฑปวัดมหาธาตุ กรุงเทพฯ

  3. ๓. แบบทรงจัตุรมุข ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาจั่วเชื่อมต่อกันอย่างรูปกากบาทตามลักษณะผัง มีโครงสร้างไม้ หลังคามุงกระเบื้อง เช่น พระมณฑปวัดพระเชตุพน สุโขทัย

  4. ๔.​ แบบทรงกรวยเหลี่ยม ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาเป็นยอดแหลมอย่างทรงปิรามิด มีตับหลังคาแต่ละด้านซ้อนกัน ๓-๔ ชั้น แทบจะไม่มีการประดับตกแต่งด้วยองค์ประกอบพิเศษใดๆบนส่วนหลังคานี้ เว้นแต่ปลายยอดอาจปั้นเป็นรูปบัวตูมประดับ โครงหลังคาอาคารใช้เครื่องไม้มุงกระเบื้องดินเผา เช่น พรมณฑปวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ จ.พิษณุโลก,พระมณฑปวัดพระศรีรัตนมหาธาตุ ศรีสัชนาลัย สุโขทัย

  5. ๕. แบบทรงบุษบก ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาที่มีลักษณะและองค์ประกอบเหมือนกันทุกอย่างกับ แบบแผนของหลังคาบุษบก ใช้โครงสร้างไม้ หลังคามุงกระเบื้องดินเผาเคลือบหรือหุ้มดีบุก แบบอย่างนี้นิยมกันนับแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเป็นต้นมา เช่น พระมณฑปวัดพระพุทธบาท จ.สระบุรี

  6. ๖. แบบทรงมงกุฎ ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาที่มีลักษณะและองค์ประกอบคล้ายกับแบบแผนของยอด มงกุฎ โดยมีโครงสร้างเป็นอาคารเครื่องก่อ ปั้นปูนประดับลายภายนอก เช่น พระมณฑปวัดพระงาม จ.อยุธยา
    แบบทรงปราสาทยอดมงกุฎ ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาอย่างจัตุรมุขตั้งรับเครื่องยอดก่ออิฐเป็นทรงพระ มหามงกุฎ เช่น พระมณฑปวัดพระเชตุพนฯ กรุงเทพฯ

  7. ๗. แบบทรงปราสาทยอดปรางค์ ได้แก่การใช้รูปทรงหลังคาอย่างจัตุรมุข โครงสร้างไม้ รับยอดปรางค์อิฐก่อ เช่น พระมณฑปวัดพิชัยญาติการาม ธนบุรี

  8. ๘. แบบทรงเจดีย์ ๕ ยอด ได้แก่การก่อรูปหลังคาด้วยอิฐก่อเป็นอย่างทรงเจดีย์ โดยกึ่งกลางของแต่ละด้านทั้ง ๔ เหนือหลังคาซุ้มทิศ ก่อรูปเจดีย์ขนาดเล็กประดับอีกด้านละองค์ เช่น พระมณฑปวัดพระฉาย จ.สระบุรี

อ่านเพิ่มเติม ...

วิดิทัศน์ธรรม

ธรรมประพันธ์

เสียงอ่านธรรม

พระธรรมเทศนา