ข้อมูลจำเป็น
พระมณฑป : ชื่อเรียกงานสถาปัตยกรรมไทยประเภทหนึ่ง ที่เอื้อให้สำหรับประโยชน์ใช้สอยซึ่งเกี่ยวกับพุทธศาสนา โดยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูป หรือพระไตรปิฎก หรือรอยพระพุทธบาทจำลอง พระมณฑปโดยทั่วไปมักเป็นอาคารรูป ๔ เหลี่ยมจัตุรัส มีหลังคาเป็นเรือนยอดแหลมอย่างทรงปิรามิดซ้อนเป็นชั้นๆเรียกว่า “หลังคาทรงบุษบก” เนื่องด้วยบุษบก บุษบกกับพระมณฑปใช้รูปแบบ สัดส่วน และองค์ประกอบที่เป็นแบบแผนเดียวกัน แตกต่างกันในบางส่วนและการใช้สอยที่ไม่เหมือนกัน กล่าวคือ บุษบกใช้สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดเล็ก หรือขยายใหญ่ขึ้นขนาดสำหรับคนเข้าไปนั่งได้ ๑ คน อย่างเช่นให้พระเข้าไปนั่งเทศน์ ซึ่งจะเรียกชื่อใหม่ว่า “ธรรมาสบุษบก” หรือสำหรับให้พระมหากษัตริย์เสด็จขึ้นประทับ ในพระราชพิธีบางอย่างก็เรียกว่า “พระที่นั่ง” ลักษณะสำคัญของบุษบกก็คือจะเปิดโล่งทุกด้านไม่ทำฝาผนังกั้นและมีฐานสูง ส่วนพระมณฑปนั้นเป็นอาคารขนาดใหญ่ประมาณ ๔.๐๐ x ๔.๐๐ เมตรขึ้นไป ตั้งบนฐานทึบไม่สูงมากเมื่อเทียบกับส่วนเรือน ที่สำคัญพระมณฑปจะก่อหรือกั้นเป็นฝาผนังทึบทุกด้าน อาจมีหรือไม่มีหน้าต่างก็ได้
ในทางสถาปัตยกรรมไทยแล้วอาคารที่เป็นเรือนยอดหรือมีเครื่องยอดนั้นถือ เป็นอาคารที่มีฐานานุศักดิ์สูงสุด ไม่ว่าจะเป็นอาคารทางศาสนาหรืออาคารที่เกี่ยวเนื่องกับสถาบันพระมหากษัตริย์ สำหรับพระมหากษัตริย์แล้วถ้าเป็นอาคารเครื่องยอด มักจะใช้เป็นพระที่นั่งที่สำคัญๆต่างๆ เครื่องยอดที่ใช้ก็มีทั้งอย่างปราสาทยอดบุษบกและยอดปรางค์ เช่น พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระที่นั่งไอศวรรค์ทิพยอาสน์ (บางปะอิน) ซึ่งเป็นยอดบุษบก ส่วนพระที่นั่งเวชยันต์วิเชียรปราสาท (เขาวัง) พระที่นั่งวิหารสมเด็จ (อยุธยา) ในพระราชวังหลวงกรุงเก่าจะมียอดเป็นปรางค์ ฯลฯ
พระมณฑปมีการสร้างขึ้นตั้งแต่สมัยสุโขทัย สำหรับประดิษฐานพระพุทธรูปขนาดค่อนข้างโตที่เรียกกันว่า “ปฏิมาฆระ” จึงทำให้ภายในอาคารดูคับแคบมาก ซึ่งความจริงแล้วแนวความคิดในการออกแบบเช่นนี้ ก็เพราะไม่ได้มุ่งหวังจะให้พระมณฑปใช้เป็นสถานที่ประกอบศาสนกิจพิธีแต่อย่าง ใด หากแต่สร้างขึ้นเพื่อเป็นเสมือนหนึ่งการจำลอง “พระคันธกุฎี” อันเป็นที่ประทับ (กุฏิ) ของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
ต่อมาพระมณฑปได้เปลี่ยนบทบาทหน้าที่หลักจากเดิมซึ่งเป็นที่ตั้งพระพุทธ รูปไปเป็นที่ประดิษฐานสิ่งต่างๆแทน เช่น พระมณฑปพระพุทธบาท สระบุรี ในสมัยอยุธยา หรือประดิษฐานพระไตรปิฎกในวัดพระศรีรัตนศาสดารามและประดิษฐานพระบรมธาตุใน วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤกษดิ์ในสมัยรัตนโกสินทร์
ในงานสถาปัตยกรรมไทย มีการใช้รูปแบบลักษณะของพระมณฑปในลักษณะที่แตกต่างกันไปตามความคิดและค่า นิยมในแต่ละยุคสมัย แต่จะมีลักษณะร่วมประการหนึ่งก็คือ มักมีผังอาคารเป็นรูป ๔ เหลี่ยมจัตุรัส ภายใต้รูปทรงหลังคาที่แตกต่างกันดังนี้