ธรรมอำนวยพรปีใหม่ ๒๕๕๔ โดย พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) ธรรมอำนวยพรปีใหม่ ๒๕๕๔ โดย พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร)

เนื่องในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ ๒๕๕๓ นี้ พระครูจันทนิภากร (หลวงพ่อถวิล จนฺทสโร) เจ้าอาวาสวัดถ้ำพระบำเพ็ญบุญ ประธานศูนย์พัฒนาจิตเฉลิมพระเกียรติ ได้เมตตาให้ธรรมอำนวยพรปีใหม่ แก่ญาติธรรมในพระพุทธศาสนา โดยได้น้อมนำเอาธรรมะขององค์สมเด็จพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้า "ฆราวาสธรรม ๔" ได้แก่ ๑. ขันติ ให้มีความอดทน ๒. ทมะ คือความข่มใจต่อกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ๓. สัจจะ ความจริงใจ ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อหน้าที่การงาน ๔. จาคะ เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อช่วยงานสังคม ช่วยงานชาติ ช่วยงานพระศาสนา ช่วยงานพระมหากษัตริย์ ให้ประเทศไทยเราอยู่ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป

การรับชมวิดิทัศน์ธรรมบนหน้าเว็บไซต์ ควรเชื่อมต่อด้วยอินเตอร์เน็ทความเร็วสูง เนื่องจากไฟล์มีขนาดใหญ่ พิจารณาเลือกดาวน์โหลดไฟล์แทนโดยคลิกลิงก์ตามแนบท้ายมานี้

ขออำนวยอวยพรให้คณะศรัทธาญาติโยมทุกท่านทุกคน จงเป็นผู้ที่เจริญในทาน เจริญในศีล เจริญในสมาธิ เจริญในปัญญา ในปีใหม่นี้ พุทธศักราช ๒๕๕๔ อย่างน้อยก็ให้ประชาชนคนไทยทุกคน ยึดหลักฆราวาสธรรม คือธรรมของฆราวาสที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้ว ในปีใหม่นี้ถ้าสาธุชนคนดีทั้งหลายน้อมนำเอาฆราวาสธรรมไปปฏิบัติ ชีวิตของเราท่านทั้งหลายก็จะประสบพบกับความสุขความเจริญ

ข้อที่หนึ่งพระองค์บอกว่า ต้องมีขันติ คือความอดทน เกิดเป็นคนก็ต้องมีความอดทน ความอดทนเป็นสมบัติของนักต่อสู้ ความรู้เป็นสมบัติของนักปราชญ์ ความสามารถเป็นสมบัติของนักธุรกิจ กฏระเบียบวินัยทุกชนิดเป็นสมบัติของคนดี ฉะนั้นขันติคืออดทน ทนต่อความทุกข์ยากลำบากที่ต้องหาเลี้ยงชีวิต โบราณว่า ต้องเอาหลังสู้ฟ้าหน้าสู้ดิน คือเราทนทำทุกสิ่งทุกอย่างเพื่อความเป็นอยู่ที่ดี ครอบครัวที่ดี บ้านที่ดี สังคมที่ดี ก็ต้องมีธรรมะประจำใจ เรียกว่ามีขันติ เรียกว่างานหนักก็เอา งานเบาก็สู้ งานก็คือเงิน เงินก็คืองานบันดาลสุข อย่าขี้เกียจทำงาน ให้ขยันทำงาน พอเห็นงานแล้วคันไม้คันมืออยากจะทำงาน ทำไปเพื่อหน้าที่ เพื่อไม่หวังไม่เป็น แต่ผลมันก็จะได้ คือความสุขใจ จงพยายาม โดยเฉพาะคนที่เขานินทาว่าร้ายเรา ต้องอดทน ไม่มีใครในโลกนี้ที่จะพ้นไปจากการนินทาสรรเสริญ เป็นเรื่องของโลก เป็นเรื่องของธรรมดา มีได้ลาภก็ต้องเสื่อมลาภ มีได้ยศก็ต้องเสื่อมยศ มีนินทาก็มีสรรเสริญ มีสุขก็ต้องมีทุกข์ คือเป็นของคู่กัน เช่นมีมืดก็มีสว่างแก้ เช่นมีร้อนก็มีเย็นแก้ เช่นมีทุกข์ก็มีความสุขแก้ อันนี้เราจะต้องหาวิธีแก้ รู้เท่าเอาไว้ทัน รู้กันเอาไว้แก้ ถ้าไม่รู้มันจะแย่ ชีวิตเราเกิดทุกข์ แก้ไม่ทัน ฉะนั้นปีใหม่นี้ให้เราน้อมนำเอาธรรมะที่พระพุทธองค์ทรงตรัสไว้ดีแล้วไปปฏิบัติ ข้อที่หนึ่งคืออดทน

ข้อที่สองก็คือ ทมะ คือข่มใจ ต้องข่มใจ บางทีใจมันเกิดความโลภ ก็ต้องข่มมันไว้ อย่าให้โลภมากนัก บางทีใจมันเกิดความโกรธ ก็ต้องข่มใจอย่าให้มันโกรธมากนัก บางทีใจมันเกิดความลุ่มหลงมัวเมาหมักหม่มอยู่ในโลกีย์วิสัยมากนัก เราก็ต้องข่มใจ ต้องข่มใจ เรียกว่าดำเนินชีวิตไปให้ถูกต้องถูกธรรม โลกก็ไม่ให้ช้ำ ธรรมก็ไม่ให้เสีย เราอยู่ในโลก เราก็ต้องฉลาดอยู่กับโลก เราอาศัยโลก โลกก็อาศัยเราเหมือนกัน เรียกว่าต่างคนต่างอาศัยกัน เราเกิดมาแล้วมันก็ต้องมีสุข มีทุกข์ มีดี มีชั่ว แต่เราพยายามข่มใจในสิ่งชั่วที่จะเกิดกับใจ ไม่ให้มันเกิด ไม่ให้มันกำเริบเยอะ ไม่ให้มันเกิดมาก ให้มันเบาบาง ความโลภ ความโกรธ ความหลง ความอิจฉา ความริษยา ความกลั่นแกล้ง สังคมเราแตกแยกก็เพราะขาดความสมัครสมานสามัคคี ขอให้ทำตัวเป็นน้ำ น้ำเข้าที่ไหนก็ได้ เข้าในขวดก็ได้ เป็นน้ำในขวด เข้าในแก้วก็ได้ เป็นน้ำในแก้ว เข้าในหอยสังข์ก็ได้ เป็นน้ำรดมือคู่บ่าวสาว รดมือก็เย็นกาย มีน้ำใจ ใจก็เย็น น้ำหนอง น้ำคลอง น้ำบึง น้ำทะเล ก็สู้มีน้ำใจไม่ได้ น้ำใจนี่สำคัญ มีน้ำใจเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อครอบครัว สามีภรรยาบุตรธิดา ปีใหม่นี้ให้เป็นครอบครัวเทวดา พ่อก็เป็นพระ แม่ก็เป็นพระ ลูกก็เป็นเทวดา ให้อยู่กันแบบพ่อๆแม่ๆ อยู่กันแบบเทวบุตรเทวดา อย่างน้อยก็ให้มีศีลห้าประจำครอบครัว งดเว้นจากการฆ่าสัตว์ งดเว้นจากการลักทรัพย์ งดเว้นจากการเป็นชู้กับสามีภรรยาคนอื่น งดเว้นจากการพูดโกหก พูดส่อเสียด พูดเพ้อเจ้อ พูดคำหยาบ พูดไม่จริง งดเว้นจากการเสพติดทุกชนิด ถ้าใครงดเว้นได้ในปีใหม่นี้ เรียกว่าเป็นหลักประกันชีวิต เป็นหลักประกันครอบครัว เป็นหลักประกันสังคม ชีวิตครอบครัวของท่านก็จะอยู่ดีมีสุข

ข้อที่สามก็คือ สัจจะ คือจริงใจ สามีก็ดี ภรรยาก็ดี บุตรก็ดี ลูกก็ดี หรือเพื่อนร่วมงานก็ดี ขอให้มีสัจจะต่อกัน อย่าไปโกหก หลอกลวง ตลบแตลงซึ่งกันและกัน คือพูดจริง สัจจะนี่คือความจริง ความจริงนั้นไม่ตาย หมายถึงไม่ตายจากคุณงามความดี เราพูดจริงเราก็จะมีคุณงามความดีประจำกายประจำใจอยู่เสมอ อย่าไปโกหกหลอกลวง โดยเฉพาะการหยิบยืมเงินคนอื่นเค้าเนี่ย นัดเป็นสัปดาห์ก็ต้องให้เค้าเป็นสัปดาห์ นัดเป็นเดือนก็ต้องให้เค้าเป็นเดือน นัดเป็นปีก็ต้องให้เค้าเป็นปี เค้าเรียกว่าเครดิต คนมีเครดิตดีเนี่ยยืมเงินใครก็ได้ กี่พันกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านก็ได้ แต่ถ้าคนมีเครดิตไม่ได้ คือไม่มีสัจจะ แม้แต่บาทเดียวเค้าก็ไม่ให้ ฉะนั้นเราก็ต้องเอาธรรมะของพระพุทธองค์เนี่ยไปใช้ไปปฏิบัติให้เกิดมีขึ้น

ข้อสุดท้ายคือ จาคะ คือ สละ สละความเห็นแก่ตัว อย่าถือตัวถือตน ถือเขาถือเรา ถือพวกถือพ้อง ถือหมู่ถือคณะ ให้ถือธรรม ให้เอาธรรมเป็นใหญ่ เอาความถูกต้องเป็นใหญ่ เราจะร่ำรวยสวยหล่อ มีเงินมีทอง มีข้าวมีของ มียศมีตำแหน่งหน้าที่การงานที่ดี ก็ดี แต่สู้มีธรรมะประจำใจไม่ได้ ท่านผู้รู้ท่านกล่าวไว้ว่า มีอะไรก็ไม่ดีเท่ามีธรรม มีค่าล้ำดีเลิศประเสริฐศรี มีอะไรเท่าไหร่ในโลกนี้ ก็ไม่ดีเท่ามีธรรมประจำใจ ฉะนั้นในปีใหม่นี้ขอให้ท่านจงสละความเห็นแก่ตัวออกไปบ้าง สละความสุขส่วนตัวช่วยงานสังคมบ้าง เพื่อประเทศชาติ เพื่อชาติ เพื่อศาสนา เพื่อพระมหากษัตริย์ จะได้อยู่ร่มเย็นเป็นสุข ฉะนั้นในปีใหม่นี้ หลวงพ่อก็ขออำนวยอวยพรให้ท่านผู้ฟังทุกท่าน จงยึดเอาหลักธรรมะฆราวาสธรรม

  • ๑. ให้มีความอดทน คือขันติบารมี
  • ๒. ให้มีทมะ คือความข่มใจต่อกิเลสทั้งหลายทั้งปวง ที่มันจะมายั่วยุให้เกิดขึ้น
  • ๓. ให้มีสัจจะความจริงใจ ต่อครอบครัว ต่อสังคม ต่อหน้าที่การงาน
  • ๔. ให้มีจาคะ เสียสละความสุขส่วนตัว เพื่อช่วยงานสังคม ช่วยงานชาติ ช่วยงานพระศาสนา ช่วยงานพระมหากษัตริย์ ให้ประเทศไทยเราอยู่ร่มเย็นเป็นสุขสืบไป

และขออำนาจแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย คือคุณพระพุทธ คุณพระธรรม คุณพระสงฆ์ และคุณงามความดีที่ท่านสาธุชนทั้งหลายได้ทำแล้วในปีใหม่นี้ จงปกปักรักษาครอบครัวของท่าน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากโศก ปราศจากโรค ปราศจากภัย ความทุกข์ใดๆอย่าได้บังเกิดขึ้นกับครอบครัวของท่าน ขอให้ครอบครัวของท่านจงประสบพบแต่โชคลาภ จงประสบพบแต่ความร่ำรวย จงประสบพบแต่ความสุขความเจริญ โดยทั่วหน้ากันทุกท่านทุกคน เทอญ.