วันอังคาร ที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒
 
 
 

วันเทโวโรหนะ

หมวดวันสำคัญทางพระพุทธศาสนา

ในวันออกพรรษา ตามประวัติกล่าวว่า เป็นวันที่พระพุทธเจ้าเสด็จลงจากสวรรค์ชั้น ดาวดึงส์ หลังจากที่เสด็จไปเพื่อแสดงธรรมโปรดพุทธมารดาในดาวดึงส์พิภพ ครั้นจวนถึงวันออกพรรษาเหล่ามหาชนผู้เฝ้าคอยรับเสด็จทราบจาก พระโมคคัลลานะเถระ เมื่อครั้งแสดงฤทธิ์เหาะไปเข้าเฝ้าพระพุทธองค์ ณ ดาวดึงส์พิภพว่า พระบรมศาสดาจะเสด็จสู่โลกมนุษย์ ณ ประตูเมือง สังกัสสะนคร อันเป็นเมืองที่พระสารีบุตรเถระจำพรรษาอยู่ มหาชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันออกเดินทางไปสู่เมืองดังกล่าว

ฝ่ายท้าวสักเทวราช (พระอินทร์) เมื่อทราบพุทธประสงค์ดังนั้น จึงนิรมิตบันไดทิพย์ทั้ง ๓ คือ บันไดแก้วให้อยู่ตรงกลาง สำหรับส่งเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าลงจากดาวดึงส์ เบื้องขวาเป็นบันไดทองสำหรับท้าวสักกเทวราชและเทพยดาทั้งหลาย เบื้องซ้ายเป็นบันไดเงินสำหรับหมู่พรหมทั้งหลายที่ตามส่งเสด็จ เชิงบันได้ทิพย์ทั้ง ๓ นี้ได้ทอดจากยอดเขาสิเนรุราช หรือ เขาพระสุเมรุอันเป็นที่ตั้งแห่งสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ ลงสู่เมืองสังกัสสะนคร เมื่อได้เวลาเสด็จพระบรมศาสดาทรงประทับยืนท่ามกลางหมู่เทพยดา พระอินทร์ และพรหมทั้งหลาย แล้วทรงทำ “โลกวิวรณปาฏิหาริย์” คือ “ทรงเปิดโลก” ทั้ง ๓ อันได้แก่ เทวโลก ยมโลก และมนุษย์โลก ให้มองเห็นถึงกันหมด ด้วยพุทธานุภาพ โดยทอดพระเนตรไปในทิศต่าง ๆ ทั้งเบื้องบน เบื้องล่าง ทั้ง ๑๐ ทิศ พร้อมกับเปล่งพระฉัพพรรณรังสี ๖ ประการ (รัศมีที่ออกมาจากพระวรกาย)

ในเวลานั้น ทุกหนทุกแห่งสามารถมองทะลุเห็นกันได้โดยตลอด เหล่าเทพยดาในสวรรค์มองเห็นมนุษย์และสัตว์นรก มนุษย์มองเห็นเทพยดาและสัตว์นรก สัตว์นรกมองเห็นเทพยดาและมนุษย์ เมื่อทรงทำปาฏิหาริย์เปิดโลกแล้ว พระบรมศาสดาจึงเสด็จลีลาลงจากดาวดึงส์สวรรค์สู่เมืองสังกัสสะนคร ในวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑และในการเสด็จลงจากเทวโลกในวันนั้น พระพุทธองค์ได้ทรงแสดงธรรมโปรดเทวดาและมนุษย์ โดยตลอด เวลานั้นทรงตรัสถามปัญหาแก่บุคคลตั้งแต่ภูมิชั้นต้น ชั้นต่ำ จนถึงภูมิชั้นสูง เมื่อทรงตั้งปัญหาถามในภูมิชั้นใด บุคคลผู้ได้ภูมิชั้นนั้นก็ตอบปัญหานั้นได้ แต่ก็ไม่อาจจะตอบปัญหาที่สูงกว่าภูมิของตนได้ ได้ตรัสถามเรื่อยมาจนถึงภูมิของพระอัครสาวกเบื้องขวาคือพระสารีบุตร พระสารีบุตรก็ตอบได้ แต่เมื่อทรงได้ตั้งปัญหาถามในชั้นพุทธภูมิที่สูงกว่าภูมิของพระสารีบุตร พระสารีบุตรก็ตอบไม่ได้ ที่ตอบไม่ได้นั้น ก็เพราะไม่ทราบพระพุทธอัธยาศัยว่า จะมีพุทธอัธยาศัยให้ตอบโดยนัยไหน ท่านยกตัวอย่างปัญหาที่ถามในพุทธภูมิว่า “บุคคลผู้ที่มีธรรมะอันนับ คือพิจารณารู้ตลอดแล้ว (หมายถึงพระอเสขบุคคล คือพระอรหันต์) กับบุคคลผู้ที่ยังเป็นเสขะ (คือยังต้องศึกษา หมายถึง ท่านผู้บรรลุภูมิพระโสดาบันขึ้นมา จนถึงภูมิของพระอนาคามี) บุคคลสองจำพวกนี้มีความประพฤติเป็นอย่างไร”

ปัญหานี้พระสารีบุตรไม่ทราบพระพุทธอัธยาศัยว่า มุ่งจะให้ตอบในนัยไหน แต่เมื่อพระพุทธเจ้าได้ประทานนัย มุ่งจะให้ตอบในนัยขันธ์ พระสารีบุตรก็เกิดปฏิภาณขึ้นจึงตอบได้ ในการตอบปัญหานั้นจำจะต้องรู้ นัย คือ ความประสงค์ของปัญหาหรือของผู้ถาม เมื่อตอบให้ถูกตามประสงค์ก็เป็นอันใช้ได้ ดั่งปัญหาธรรมะว่า คนดีคือคนอย่างไร ก็กว้างมาก ถ้าจะตอบยกเอาธรรมะในนวโกวาทมาก็ได้เกือบจะทุกข้อ เมื่อเป็นเช่นนี้ก็ต้องพิจารณาให้รู้ความประสงค์ของผู้ถามหรือของปัญหาว่า มุ่งจะให้ยกเอาธรรมข้อไหนขึ้นมาตอบ และเมื่อตอบให้ถูกความประสงค์ได้ก็เป็นอันใช้ได้ ตอบนิดเดียวก็ใช้ได้ แต่ถ้าตอบผอดความประสงค์ยกเอาธรรมะมาตอบทั้งเล่ม บางทีก็ไม่ได้เหมือนกัน เพราะฉะนั้นเมื่อมาถึงปัญหาที่เป็นพุทธภูมิ พระสารีบุตรก็จำจะต้องได้นัย และเมื่อได้นัยแล้วก็ตอบได้

ทางบันไดสวรรค์ที่ลงสู่ประตูเมืองสังกัสสะนคร ที่ตั้งอยู่เหนือกรุงสาวัตถี และสถานที่นั้นประชาชนถือว่าเป็น ศุภนิมิต จึงสร้างพระเจดีย์ขึ้นเป็น “พุทธบูชานุสาวรีย์” เรียกว่า “อจลเจดีย์”

ในวันที่พระพุทธองค์เสด็จลงจากดาวดึงส์พิภพนั้น พุทธบริษัทจึงพร้อมใจกันใส่บาตรแด่พระพุทธองค์ พร้อมทั้งพระสงฆ์ทั้งหมดที่อยู่ ณ ที่นั้น ซึ่งพุทธบริษัทที่มาร่วมในพิธีดังกล่าว ก็ไม่ได้นัดหมายกันก่อนล่วงหน้า แต่ปรากฏว่าการใส่บาตรในวันนั้นเนืองแน่นไปด้วยผู้คน ผู้คนเข้าไม่ถึงพระที่มารับบิณฑบาต ประชาชนจึงนำเอาข้าวสาลีของตนห่อ หรือทำเป็นปั้น ๆ แล้วโยนเข้าไปถวายพระ ซึ่งเป็นเหตุหนึ่งที่นิยมทำข้าวต้มลูกโยน ตลอดจนเป็นส่วนสำคัญของการตักบาตรเทโวโรหณะ และเป็นประเพณีสืบต่อมา เพื่อรักษาจารีตที่ปรากฏขึ้นในวันนั้น พุทธบริษัทในภายหลังจึงนิยมสืบ ๆ กันมา จนเป็นประเพณีว่าถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ของทุกปี ควรทำบุญตักบาตร ให้เหมือนครั้งดั้งเดิม ซึ่งเรียกกันว่า “ตักบาตรเทโวโรหณะ” จนทุกวันนี้

สำหรับพิธีตักบาตรเทโวโรหณะที่นิยมกันทั่วไปในปัจจุบันนี้ นิยมจัดทำ ขึ้นในวัด และถือเป็นหน้าที่ของทางวัดนั้น ๆ และทายก ทายิการ่วมกันจัด โดยมีวิธีการปฏิบัติดังต่อไปนี้

๑. ก่อนถึงวันแรม ๑ ค่ำ เดือน ๑๑ ซึ่งเป็นกำหนดวันทำบุญตักบาตรทางวัดจะจัดให้มีงานทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ โดยสิ่งที่ต้องเตรียม คือ
ก. รถทรงพระพุทธรูป หรือคานหามพระพุทธรูป เพื่อชักหรือหามนำหน้า พระสงฆ์ในการรับบาตร มีที่ตั้งพระพุทธรูปทรงกลางประทับรถ หรือคานหาม ด้วยราชวัติ ฉัตร ธงโดยรอบพอสมควร มีที่ตั้งบาตรสำหรับรับบิณฑบาต ตรงหน้าพระพุทธรูป ส่วนตัวรถ หรือคานหามก็ประดับประดาให้งดงาม ได้ตามกำลัง และศรัทธา สามารถใช้อุบาสกเป็นผู้เชิญพระพุทธรูปก็ได้ และมีผู้ถือบาตรตามสำหรับบิณฑบาต

ข. พระพุทธรูปยืน ๑ องค์ จะเป็นขนาดเล็กหรือใหญ่ก็ได้ ถ้าได้พระปางอุ้มบาตร ถือว่าเหมาะกับเหตุการณ์ที่สุด แต่ถ้าไม่มีพระปางอุ้มบาตร สามารถใช้ พระปางห้ามญาติ ปางห้ามสมุทร ปางรำพึง ปางถวายเนตร หรือปางลีลา ปางใดปางหนึ่งก็ได้ เพียงแต่ขอแต่ให้เป็นพระพุทธรูปยืนเท่านั้น ทั้งนี้ ไว้สำหรับเชิญขึ้นประดิษฐานบนรถทรง หรือคานหาม แล้วชักหรือหามนำขบวนรับบาตรเทโวโรหณะ โดยพระพุทธรูปนี้เป็นองค์แทนสมเด็จ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ค. เตรียมสถานที่ให้ทายก ทายิกาตั้งเครื่องใส่บาตร โดยจะจัดลานวัด หรือบริเวณรอบ ๆ โรงอุโบสถ เป็นที่กลางแจ้งแห่งใดแห่งหนึ่งก็ได้ จัดให้ตั้ง เป็นแถวเป็นแนวเรียงรายติดต่อกันไปเป็นลำดับ ๆ ถ้าทายก ทายิกาไม่มากนัก ก็จัดแถวเดียวให้นั่งใส่อยู่ด้านเดียวกันทั้งหมด แต่ถ้ามากก็ให้จัดเป็น ๒ แถว โดยนั่งหันหน้าเข้าหากัน เว้นช่องกลางระหว่างแถวทั้ง ๒ ไว้สำหรับ พระเดินรับบิณฑบาตพอสมควรก็ได้

ง. แจ้งกำหนดการต่าง ๆ ให้ทายก ทายิกาทราบล่วงหน้าก่อนว่าจะกำหนด ให้ทำบุญตักบาตรพร้อมกันเวลา ใด ซึ่งวัดบางแห่งจัดให้มีพระธรรมเทศนา อนุโมทนาทาน หลังจากพระรับบาตรและฉันเสร็จแล้ว ๑ กัณฑ์ด้วย และ วัดบางแห่งทายก ทายิกามีศรัทธาแรงกล้าก็จะขอให้ทางวัดจัดให้มีเทศน์ปุจฉาวิสัชนาในตอนบ่ายอีก ๑ กัณฑ์ แต่อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญคือ ต่อ จากทำบุญตักบาตรนี้แล้วจะมีพิธีอะไรต่อไป ก็ต้องแจ้งกำหนดให้ทราบทั่วกัน ก่อนวันงาน

๒. สำหรับทายกทายิกาผู้ศรัทธาจะทำบุญตักบาตรเทโวโรหณะ เมื่อทราบกำหนดจากทางวัดแล้ว จะต้องตระเตรียมและดำเนินการดังนี้

ก. เตรียมภัตตาหารสำหรับใส่บาตรตามศรัทธา ของใส่บาตรนอกจาก ข้าว เครื่องคาวหวานจัดเป็นห่อสำหรับใส่บาตรพระรูปหนึ่ง ๆ ตามธรรมเนียม แล้ว ยังมีสิ่งหนึ่งซึ่งถือเป็นประเพณีจะขาดเสียมิได้ในงานทำบุญตักบาตรเทโว โรหณะ นั่นคือ ข้าวต้มลูกโยน เพราะถือกันว่าเป็นสัญลักษณ์ของงานนี้โดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องเตรียมของสิ่งนี้ไว้ใส่บาตรด้วย

ข. เมื่อถึงกำหนดวันตักบาตรเทโวโรหณะ ก็นำเครื่องใส่บาตรทั้งหมดไปตั้งวาง ยังสถานที่ที่ทางวัดจัดเตรียมให้ รอจนขบวนพระมาถึงตรงหน้าตน จึงใส่บาตร โดยให้ใส่ตั้งแต่พระพุทธรูปในรถ หรือคานหามที่นำหน้าพระสงฆ์ ไปเป็นลำดับ จนหมดพระสงฆ์ที่รับบิณฑบาตร หรือหมดของที่เตรียมมา

ค. เมื่อใส่บาตรแล้วก็เป็นอันเสร็จพิธี แต่ถ้าทางวัดจัดให้มีเทศน์ด้วย และพุทธบริษัท ผู้ศรัทธาจะแสวงบุญจากการฟังธรรมต่อ ก็ให้รออยู่ที่วัดจนถึงเวลาเทศน์ หรือจะกลับบ้านก่อน แล้วมาฟังเทศน์เมื่อถึงเวลาเทศน์ก็ได้ตามแต่อัธยาศัย
การร่วมพิธีทำบุญ ตักบาตรเทโวนี้พุทธศาสนิกชน จะได้พร้อมใจกันกระทำบุญกุศลต่าง ๆ ตามคติประเพณีที่เคยประพฤติปฏิบัติสืบ ๆ กันมาแต่โบราณกาล ซึ่งนอกจากจะได้บุญกุศล จากการทำบุญแล้ว ยังก่อให้เกิด ความสามัคคีภายในชุมชน เพราะคนทั้งหลายเหล่านั้นย่อมจะมาร่วมแรงร่วมใจกันจัดการ เตรียมงาน และดำเนินพิธีตักบาตรเทโวโรหณะให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี
&nbps;