วันอังคาร ที่ ๖ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๒
 
 
 
รายนามพระสงฆ์

หลวงพ่อเกษม เขมโก

สถิต ณ สำนักสุสานไตรลักษณ์ ลำปาง

หลวงพ่อเกษม เขมโก
นามเดิม
เกษม ณ ลำปาง
ฉายา
เขมโก ภิกขุ
เกิด
วันที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ.๒๔๕๕ ตรงกับวันพุทธ เดือนยี่ (เหนือ) ปีชวด ร.ศ.๑๓๑ จ.ศ. ๑๒๗๔ ค.ศ.๑๙๑๒
อุปสมบท
ปี พ.ศ.๒๔๗๕ ณ พัทธสีมา วัดบุญยืน
ที่มา
หนังสือ ชีวประวัติหลวงปู่เกษม เขมโก สำนักสุสานไตรลักษณ์ จังหวัดลำปาง
ชีวประวัติของหลวงปู่เกษม เขมโก

ชาติ สกุล
ท่านกำเนิดในสกุล ณ ลำปาง
เจ้าหนูน้อย มณีอรุณ เป็นบิดา
เจ้าแม่บัวจ้อน ณ ลำปาง เป็นมารดา
นับถือ พระพุทธศาสนา
เกิด วันพุธ ที่ ๒๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๕๕
ร.ศ. ๑๓๑ จ.ศ. ๑๒๗๔ ค.ศ. ๑๙๑๒
เดือน ยี่เหนือ ปีชวด
ณ บ้านท่าเก้าม่วง (ริมแม่น้ำวัง) เมือง จังหวัดลำปาง
มีพี่น้องร่วมท้องเดียวกัน ๒ คน เป็นบุตรคนแรก
น้องสาวเสียชีวิตตั้งแต่ตอนเล็กๆ
บิดารับราชการเป็นปลัดอำเภอ
สายตระกูล ทั้งบิดาและมารดา เป็นหลานเจ้าบุญวาทย์ วงศ์มานิตย์ เจ้าผู้ครองนคร องค์สุดท้าย

รูปร่าง ลักษณะ และนิสัย
หลวงปู่เป็นคนร่างเล็กผิวขาว แข็งแรงว่องไว สติปัญญาดีมาแต่กำเนิด ฉลาด ซุกซน ไม่ยอมทำในสิ่งที่ผิด

การศึกษาสามัญ
ได้ศึกษาภาษาไทย จากโรงเรียนบุญทวงศ์อนุกุล จบชั้นประโยคประถมปีที่ ๕ สมัยนั้นโรงเรียนบุญทวงค์ เป็นโรงเรียนประจำอำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

การบรรพชา
เมื่อท่านอายุได้ ๑๓ ปี คือเมื่อ พ.ศ. ๒๔๖๘ โดยบวชหน้าศพ (บวชหน้าไฟ) เจ้าอาวาสวัดประถัวะ และต่อมาได้บวชอีกครั้งในงาน ฉลองโรงไฟฟ้าจังหวัดลำปาง พ.ศ. ๒๔๗๐ อายุ ๑๕ ปี ขณะบวชเป็นสามเณรได้จำพรรษาอยู่ วัดบุญยืน ถนนหน้าคุ้ม อำเภอเมือง จังหวัดลำปาง

การฉันอาหาร
หลวงปู่เกษม เขมโก ได้แยกกายออกจากจิต ในเรื่องการฉันอาหารท่านได้ฉันอาหารใจอย่างสม่ำเสมอ จากการภาวนาเจริญกรรมฐาน ส่วนอาหารหลวงปู่ละเลย เพราะอาหารกายนั้นทำให้กายได้รับการหวั่นไหวมีการทรมานกายมิให้ได้รับอาหาร ๑ วัน ๒ วัน ๓ วัน จนสูงสุด ถึง ๑๖ วัน งดฉันอาหารหนักฉันขนมแห้งนิดหน่อย แล้วค่อยๆ ลดลง ฉันน้ำตาลผสมน้ำจนถึงฉันน้ำเปล่าๆ

อาหารของญาติธรรมที่มาถวายทุกชิ้น ถ้าหลวงปู่ยังมิได้แผ่เมตตา ถึงแม้อาหารนั้นจะมีรสเปรี้ยวบูดมีกลิ่นเหม็น ราขึ้น หลวงปู่ก็ยังรับประเคนบาตร แผ่เมตตาให้ญาติธรรมทุกครั้ง ลูกศิษย์คนไหนนำอาหารไปทิ้งโดยไม่ได้รับอนุญาตก่อนไม่ได้ ดังนั้นบริเวณโรงของถวายจึงเต็มไปด้วยอาหารของผู้ศรัทธามากมาย หลวงปู่ได้สั่งให้ลูกศิษย์นำอาหาร ที่แผ่เมตตาแล้ว ไปถวายพระสงฆ์ทั่วไปที่อาพาธ ณ โรงพยาบาล และตลอดจนไปถวายที่วัดวาอารามต่างๆ ทั่วจังหวัดลำปาง

สมาธิ นิมิตร
จากการเล่าให้ผู้ใกล้ชิดฟัง (พ่อหนานติ๊บ นามคุณา) ขณะที่ท่านภาวนา เจริญกรรมฐานอยู่ในป่าช้าศาลาวังทาน
เมื่อรวมจิตลงได้ ก็เจอดี คือมีวิญญาณในนิมิต มาทดลองเป็นรูปลักษณะต่างๆ มากมาย เป็นช้าง เป็นเสือ เป็นคน เป็นฝน เป็นลม หลวงปู่มิได้หวาดหวั่น เพราะได้ตั้งใจแล้วจะปฏิบัติภาวนาธรรม

กิจวัตรประจำวัน
หลวงปู่แผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ ญาติธรรมที่นำของมาถวาย ขณะที่หลวงปู่ออกบิณฑบาต ทุกๆ วัน เมื่อได้อาหารแล้ว จะต้องนำไปถวายแก่อาจารย์ ที่สอนภาษาบาลีและสอนนักธรรมก่อนทุกครั้ง ต่อจากนั้นก็จะเดินออกจากวัดบุญยืน มีสุนัขวิ่งตามเป็นพรวนขณะเดินอุ้มบาตร หลวงปู่ก็ล้วงอาหารในบาตรให้สัตว์ ( สุนัข) ที่วิ่งตามเหลือไว้พอฉันเท่านั้น ทำอย่างนี้เป็นประจำ ต่อมาภายหลังก็ได้ออกจากวัดบุญยืนไปอยู่ป่าช้า ศาลาวังทานอีกหลายป่าช้าก็ยังคงทำเป็นกิจวัตรประจำวันเสมอเพื่อมุ่งปฏิบัติธรรม ให้ปรากฏจนเป็นเลื่องลือว่าหลวงปู่มิใช่ธรรมดาเสียแล้ว ใครนำเงินทองข้าวปลาอาหารมาถวายท่านก็นำแจกแม่เมตตาหมด ยังคงปฏิบัติอย่างนี้อยู่เสมอ

สำนักสุสานไตรลักษณ์
ตามกฏของธรรมชาติ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา คือไตรลักษณ์ ที่หลวงปู่ตั้งชื่อให้กับสุสานประตูม้าเป็นที่ปฏิบัติธรรมเพื่อให้ระลึกถึงเป็นสติให้คำข้อนี้อยู่เสมอ ให้ลูกศิษย์ของหลวงปู่ปฏิบัติโดยทั่วถึงกัน