ปกิณกธรรม

ต้องรู้ ตื่น เบิกบานอยู่ตลอดเวลา

ถ้าเราแยกใจออกจากกาย แยกกายออกจากใจของเรานั้น เราจะมีปัญญานะ กามคุณจะมาครอบงําใจของเรานั้นไม่ได้

ให้ทุกท่านทุกคนเข้าใจนะ ว่าร่างกายของมนุษย์นี้ประกอบด้วยรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ รวมกันเรียกว่าขันธ์ห้า ขันธ์ห้ามีอยู่ประจํากายของเรา ให้พากันเข้าใจนะ… ว่าขันธ์ทั้งห้านี้ มันเป็นคนละอย่างกับใจของเรานะ เราต้องเอาใจของเรามาประพฤติมาปฏิบัติธรรม เพื่ออบรมบ่มอินทรีย์ สร้างบารมี สร้างคุณธรรมให้แก่กล้า

พระพุทธเจ้านั้นบําเพ็ญพุทธบารมีสี่อสงไขย แสนมหากัป ตั้งหลายล้านชาติ เพื่อมาบอกมาสอนให้พวกเราประพฤติปฏิบัติตาม เพื่อใจจะได้เกิดสติเกิดปัญญา แยกใจออกจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เพื่อจะไม่ได้เวียนว่ายตายเกิด

มนุษย์เราทุก ๆ คนอยู่ในโลกนี้ ถ้าใครหลงอยู่ในรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้น จะไม่มีใครเลยที่ไม่มีความทุกข์ ต้องมีความทุกข์อย่างแน่นอน ทุก ๆ คนไม่มีใครยกเว้น เพราะว่ามันเป็นกฎของธรรมชาติที่ตายตัว สําหรับผู้ที่หลงอยู่

ครั้งพุทธกาลโน้น พระพุทธเจ้าท่านสอนว่า รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณนั้น ไม่เที่ยง ไม่ใช่ตัว ไม่ใช่ตน ไม่ใช่เรา ไม่ใช่เขา ท่านแสดงให้เห็นว่า ขันธ์ห้านั้นคือขันธ์ห้า มันเป็นคนละอย่างกับใจของเรานะ

ภพภูมิมนุษย์นี้ดีมาก ที่มีรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณเราจะได้ฝึกใจ เพราะว่า มันจะได้เป็นเกมส์ในการฝึกใจ เกมส์ในการฝึกใจมันต้องอาศัยศีล อาศัยข้อวัตรกิจวัตร การประพฤติ

การปฏิบัติของเราต้องรู้ ตื่น เบิกบานอยู่ตลอดเวลา
อย่าได้พากันติดสุข ติดความสะดวกความสบาย

มันต้องรู้ ตื่น เบิกบานอยู่ตลอดเวลา ถ้าเราไปจมอยู่ในความสุข ความสะดวกสบายนั้น การบวชของเรานั้นมันจะกลายเป็นพระภิกษุสามเณรอลัชชี พระภิกษุ

สามเณรอลัชชีนั้นคือผู้ที่ไม่ละอายต่อบาป เกรงกลัวต่อบาป ยินดีในกามคุณ ตั้งอยู่ในความ ประมาท เขาเรียกว่าพระภิกษุสามเณรอลัชชี

พระที่บวชมาหลายปี ถ้าไม่ตั้งมั่นในอุดมการณ์อุดมธรรมนั้น ส่วนใหญ่จะกลายเป็น พระอลัชชี พระภิกษุสามเณรน่ะบวชมาส่วนใหญ่จะไปหลงอยู่ จมอยู่ หลงอยู่ในเรื่องกามคุณ กลายเป็นพระภิกษุสามเณรอลัชชีไปโดยไม่รู้ตัวเอง

พระภิกษุสามเณรทุกรูปต้องกลับมาสํารวจตัวเองนะ ว่าตัวเองยินดีในกามคุณมั๊ย ยังชอบ ยังหลง ยังเพลิดเพลินมั๊ย ถ้ายังชอบ ยังหลง ยังเพลิดเพลินนั้นแหละ ตัวเรายังเป็น พระภิกษุสามเณรอลัชชี ให้รู้ตัวเองนะ ที่เราหลง เราเพลิดเพลินในกามคุณน่ะ มันแสดงว่า เรายังไม่ได้แยกกายออกจากใจ ไม่ได้แยกใจออกจากรูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ เรายังไม่ได้แยกนะ ให้เราแยกใจออกจากขันธ์ห้า แยกขันธ์ห้าออกจากใจ

พระภิกษุสามเณรทุกรูปมีความจําเป็นนะที่ต้องประพฤติปฏิบัติ เราจะมาเอาแค่ฉันแล้ว นอน พักผ่อน พูดคุย อย่างนี้มันไม่ได้นะ ไม่ถูกต้องนะ เพราะว่าพระภิกษุสามเณรเราน่ะ คือผู้ที่บริโภคปัจจัยสี่ของประชาชน เรามานุ่งห่มจีวรให้เขากราบไหว้นั้น มันไม่เหมาะสม มันไม่สมควร ประชาชนคนรุ่นพ่อรุ่นแม่ ปู่ย่าตายาย เค้าพากันมากราบมาไหว้เรา เวลาเค้าพูด กับเราเค้าต้องประนมมือ เราต้องยกจิตยกใจขึ้นให้เราเป็นพระทั้งทางกายทางใจ เหมือนพระพุทธเจ้า เหมือนพระอรหันต์ทั้งหลาย

โอวาทขององค์หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

เมตตามอบให้ ณ วันที่ ๒๙ กันยายน พุทธศักราช ๒๕๖๑ งานสวดอภิธรรมบําเพ็ญกุศลพิเศษคืนที่ ๒ ให้กับหลวงพ่อลายที่ได้ลาละสังขารวายชนม์

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็น