ปกิณกธรรม

โอวาทวันมาฆบูชา ๒๕๖๑ หลวงพ่อกัณหา สุขกาโม

วันนี้เป็นวันมาฆปุณมีประจำปีพุทธศักราช ๒๕๖๑ พุทธบริษัททั้งในประเทศต่างประเทศได้เอ่วันนี้เป็นวันระลึกถึงองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า วันมาฆบูชาเป็นวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ มีเหตุการณ์อัศจรรย์ที่มีองค์ประกอบสำคัญ ๔ ประการ เรียกว่า วันจาตุรงคสันนิบาต คือมีเหตุการณ์พิเศษที่เกิดขึ้นพร้อมกันในวันนี้ ๔ อย่างด้วยกัน คือ

  1. ๑. เป็นวันที่พระสงฆ์สาวกของพระพุทธเจ้า จำนวน ๑,๒๕๐ รูป มาประชุมพร้อมกันที่เวฬุวันวิหารในกรุงราชคฤห์ โดยมิได้นัดหมาย
  2. ๒. พระภิกษุสงฆ์เหล่านี้ล้วนเป็น “เอหิภิกขุอุปสัมปทา” คือเป็นผู้ที่ได้รับการอุปสมบทโดยตรงจากพระพุทธเจ้าทั้งสิ้น
  3. ๓. พระภิกษุสงฆ์ทุกองค์ที่ได้มาประชุมในครั้งนี้ ล้วนแต่เป็นผู้ได้บรรลุพระอรหันต์แล้วทุกๆองค์
  4. ๔. เป็นวันที่พระจันทร์เต็มดวงกำลังเสวยมาฆฤกษ์

วันนี้ที่วัดป่าทรัพย์ทวีธรรมาราม อำเภอวังน้ำเขียว จังหวัดนครราชสีมา ช่วงเวลาเช้าก็มีการบิณฑบาต ตักบาตร ไหว้พระ รับศีล ฟังธรรม ถวายภัตตาหาร รับพร ช่วงเวลาเย็นก็จะมีไหว้พระสวดมนต์ นั่งสมาธิ ฟังธรรม ทำพิธีเวียนเทียน เริ่มตั้งแต่เวลา ๑๘ นาฬิกา เข้านั่งสมาธิ เวลาหนึ่งทุ่มก็ทำวัตรสวดมนต์ ทำวัตรสวดมนต์เสร็จก็แสดงธรรมและเวียนเทียน ใครไม่ติดธุระที่จำเป็นก็พ่อแม่ครูบาอาจารย์ท่านเชิญทุกท่านทุกคนบำเพ็ญกุศลเพื่อถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา

พระพุทธเจ้าคือผู้ที่ประเสริฐ ท่านบำเพ็ญพุทธบารมีสี่อสงไขย แสนมหากัปเป็นเวลาอันยาวนานมาก ได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าอรหันตสัมมาสัมโพธิญาณเป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย ไม่มีอะไรที่จะประเสริฐยิ่งไปกว่า เพียงแต่เราได้ยินชื่อว่าพระพุทธเจ้า ก็เป็นบุญเป็นกุศลอย่างหาที่สุดหาประมาณมิได้ ถ้าเราได้ประพฤติปฏิบัติตามก็ยิ่งเป็นบุญเป็นกุศล

มนุษย์เราคือผู้ที่ประเสริฐที่เราทุกคนทุกท่านที่ได้เกิดมาเป็นมนุษย์มีโอกาสมีเสลา มีบุญ มีวาสนาที่จะได้ประพฤติปฏิบัติธรรม เดินตามรอยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

พระพุทธเจ้าท่านบำเพ็ญพุทธบารมียาวนาน เราทุกท่านทุกคนน่ะเพียงแต่ประพฤติปฏิบัติตามพระธรรมคำสั่งสอนของท่านที่ตรัสสั่งสอน ทุกท่านทุกคนก็จะเข้าถึงความสุข ความดับทุกข์ หยุดจากการเวียนว่ายตายเกิด

พระพุทธเจ้าเป็นผู้บอก เป็นผู้สอน เราเป็นผู้ประพฤติผู้ปฏิบัติตาม เราหยุดตัวเอง เราประพฤติปฏิบัติตามพระพุทธเจ้า เพราะธรรมะของพระพุทธเจ้านั้นเป็นสิ่งที่อมตะ ทางวิทยาศาสตร์ก็ตรวจสอบได้ ธรรมะมัรเป็นสิ่งที่ทุกๆคนจะต้องประพฤติปฏบัติ ไม่ว่าเราจะเป็นคนพุทธ คนคริสต์ คนอิสลาม ซิกส์ ฮินดู ศาสนาต่างๆ หรือว่าไม่ได้ถือพระศาสนา ทุกๆคนก็ต้องปฏิบัติธรรมเหมือนกัน ทุกๆคนน่ะไม่มีใครยกเว้น เปรียบเสมือทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ก็ต้องทานอาหาร พักผ่อน ทำธุรกิจหน้าที่การงานเพื่อดำรงชีพ ก็ต้องปฏิบัติเหมือนๆกันหมดทุกคน

พระธรรมคำสั่งสอนทุกๆศาสนาน่ะ สอนให้เราละความเห็นแก่ตัว เป็นคนเสียสละ เป็นผู้ให้ เป็นผู้ที่มีเมตตามีกรุณาต่อคนอื่น สัตว์อื่น ทุกๆศาสนาก็ต้องทำเหมือนกัน หรือผู้ที่ไม่ได้ถือศาสนาก็เหมือนกันหมด ทุกคนต้องปฏิบัติอย่างนี้

พระพุทธเจ้าตรัสโอวาทพระปาฏิโมกข์ว่า คือการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่บุญ ทำแต่กุศล เป็นคนไม่พูดร้าย เป็นคนที่ไม่ทำร้าย เป็นผู้ที่อดทน ทำจิตทำใจให้ผ่องใส ทำจิตทำใจให้สงบ ทำใจให้มีสติให้มีปัญญา

บารมีที่พระพุทธเจ้าบำเพ็ญนั้นน่ะ ได้แก่บารมีสามสิบทัศสำหรับพระพุทธเจ้าจะพอสังเขปได้ดังนี้ ๑. ทานบารมี ๒. ศีลบารมี ๓. เนกขัมมบารมี ๔. ปัญญาบารมี ๕. วิริยบารมี ๖. ขันติบารมี ๗. อธิษฐานบารมี ๘. สัจจบารมี ๙. เมตตาบารมี ๑๐. อุเบกขาบารมี

เราปฏิบัติเดินจามรอยพระพุทธเจ้าก็ต้องบำเพ็ญบารมี ๑๐ ทัศ เหมือนกับท่าน ท่านบำเพ็ญหลายร้อยหลายพันหลายหมื่นหลายแสนชาติ

เราทุกๆคนเดี๋ยวนี้ส่วนใหญ่ไม่ได้บำเพ็ญบารมี ปล่อยจิตปล่อยใจตามกิเลส ตามความโลภ ความโกรธ ความหลงอย่างสุดเหวี่ยง เรียกว่า “โมหะบารมี” ความโลภ ความโกรธ ความหลงบารมี ทุกๆท่านทุกคนนั้นไม่รู้ทุกข์ ไม่รู้เหตุดับทุกข์ ไม่รู้ข้อปฏิบัติถึงความดับทุกข์ แล้วก็พากันปล่อยตามใจตามอารมณ์ พากันไปทิ้งที่ดีๆน่ะ ร่างกายของเราทุกๆคนที่เป็นมนุษย์แต่จิตใจของเรานั้นไม่ได้เป็นมนุษย์ จิตใจของเราเป็นเปรต เป็นผี เป็นยักษ์ เป็นมาร เป็นอสุรกาย เป็นสัตว์เดรัจฉาน ถ้าเราประพฤติปฏิบัติตามพระพุทธเจ้าจิตใจของเราถึงจะเป็นมนุษย์ ถึงจะเป็นเทวดา เป็นพรหม เป็นพระอริยเจ้า เป็นพระขีณาสพ หยุดการเวียนว่ายตายเกิด

พระพุทธเจ้าสอนเราทุกๆคน แม้แต่พระพุทธเจ้าจะเสด็จขันธ์สู่ปรินิพพานแล้ว พระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านั่นแหละเป็นตัวแทนขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถึงจะกี่ร้อยกี่พันกี่หมื่นกี่แสนกี่ล้านปีธรรมะนี้ก็จะไม่ล้าสมัย จะใช้ได้ตลอดไปตลอดกาล

ทุกท่านทุกคนต้องพากันประพฤติปฏิบัติพากันปฏิบัติเอง ช่วยเหลือตัวเองด้วยการประพฤติการปฏิบัติ ความรู้ความเข้าใจนี้เปรียบเสมือนแผนที่สำหรับเดินทาง ถ้าเราไม่ได้เดินทางหรือว่าเราไม่ได้ประพฤติปฏิบัติ ทุกท่านทุกคนก็จะเป็นโมฆะบุรุษ ชีวิตที่เกิดมาแล้วก็ไม่ได้รับสื่งที่ประเสริฐที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์

พระพุทธเจ้านั้นท่านสงสารเรา เมตตาเรา กรุณาเรา แม้ท่านจะเสด็จดับขันธสู่ปรินิพพานท่านยังได้ตรัสโอวาทครั้งสุดท้ายไว้ว่า สังขารทั้งหลายทั้งปวงมีความเสื่อมสิ้นเป็นธรรมดา ท่านทั้งหลายจงยังความไม่ประมาทให้ถึงพร้อมเถิด

ทุกท่านทุกคนน่ะตั้งอยู่ในโมหะจริต มีความหลง มีความเพลิดเพลินในเรื่องอยู่เรื่องกิน ในรูปในเสียง ลาภยศสรรเสริญ ข้าวของเงินทอง ลูกหลานวงศ์ตระกูล ตั้งอยู่ในความเพลิดเพลิน

คนเราทุกๆคนนั้น่ะเมื่อเป็นคนแก่แล้วมันก็กลับคืนเป็นเด็กไม่ได้ เมื่อตายแล้วเค้าก็เอาไปฌาปนกิจ มันเอากลับคืนมาไม่ได้ สื่องที่เป็นอดีตนั้นย่อมเอาคืนมาไม่ได้ ในปัจจุบันนี้พระพุทธเจ้าให้เราตั้งอยู่ในศีล ในธรรม ในคุณธรรมอย่างเต็มที่เต็มร้อย

เราเค้นเอาศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ของเราออกมาใช้งาน เราจำเป็นต้องประพฤติปฏิบัติธรรมน่ะ เอาความเสียสละออกมาใช้ เอาความอดทนออกมาใช้ เอาความขยันรับผิดชอบออกมาใช้ เอาสติ เอาปัญญาออกมาใช้ เอาสมาธิ เอาอุเบกขาออกมาใช้ ทุกอย่างมารวมกันเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน เปรียบเสมือนมีดเล่มหนึ่งอย่างนี้แหละ มันมีทั้งตัวมีด คมมีด แล้วก็ด้ามมีด มันถึงจะใช้งานได้ เพราะเราทุกๆคนน่ะ ไม่ได้เอาศักยภาพแห่งความเป็นมนุษย์ออกมาใช้งานเลย ถ้าเราทำทุกวันปฏิบัติทุกวันอินทรีย์บารมีของเราต้องแกร่งกล้าแน่นอน เราเลยมีความหลงผิดเข้าใจผิด พากันทิ้งศีลทิ้งธรรม ไปเอาตั้งแต่ธุรกิจหน้าที่การงานกันไปหมดน่ะ ไปเอาความสุขตั้งแต่ร่างกาย เอาความสุขที่สนองความโลภ ความโกรธ ความหลงน่ะ มันผิดทาง มันไม่ถูกต้อง

พระพุทธเจ้าสอนเราทุกธุรกิจหน้าที่การงานที่เราพากันทำทุกวันนี้ เราต้องเอามาประพฤติมาปฏิบัติให้เป็นการปฏิบัติธรรมไปพร้อม ๆ กัน เพราะการทำงานคือความสุขที่สุดในโลก งานคือความเสียสละรับผิดชอบ อดทน มีสติสัมปชัญญะ มีสมาธิ มีอุเบกขา มีอธิษฐาน มีสัจจะ มีความไม่หลง

คนเราทุกคนนะ… ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ ใจของเราอยู่กับเนื้อกับตัว ความทุกข์ ทางจิตใจมันก็เกิดมีแก่เราไม่ได้ถ้าเรามีสติมีสัมปชัญญะ ที่เรามีความทุกข์จากจิตใจ เพราะเราไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะ สิ่งที่เป็นอดีตมันก็มาเผาเรา สิ่งที่เป็นอนาคตมันก็มาเผาเรา เพราะปัจจุบันเราไม่มีสติไม่มีสัมปชัญญะ

การประพฤติการปฏิบัติธรรมนี้ท่านให้เน้นอยู่ในสภาวธรรม อยู่ในปัจจุบัน ปรับปรุง ทั้งกายทั้งวาจาทั้งความคิด ให้มันตั้งอยู่ในศีลในธรรม ในโอวาทพระปาฏิโมกข์ คือการไม่ทำบาปทั้งปวง ทำแต่บุญแต่กุศลให้ถึงพร้อม คือการทำจิตใจให้ผ่อง ทำจิตใจ ไม่ให้มีทุกข์ ใจมีทั้งสติมีทั้งปัญญาทุก ๆ ท่านทุกคนก็จะเข้าถึงความสุขความดับทุกข์ ในชีวิตประจำวัน ผู้ที่เป็นฆราวาสก็สมควรที่จะเป็นพระอริยเจ้าในบ้าน เช่น พระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามีเป็นต้น ผู้ที่ออกบวชก็จะเป็นพระอริยเจ้า เป็นพระโสดาบัน พระสกิทาคามี พระอนาคามี พระอรหันต์ เป็นพระขีณาสพเป็นต้น

เป็นพระนี้ดีมาก ประเสริฐมากน่ะ มีโอกาสมีเวลาประพฤติปฏิบัติเพื่อมรรคผล เพื่อพระนิพพาน

พระเรามีความสุขอยู่ที่รักษาศีลให้บริสุทธิ์น่ะ มีสมาธิ มีจิตใจที่แข็งแรง มีอุเบกขาบารมี บ้านก็ไม่ได้เช่า ข้าวก็ไม่ได้ซื้อ เค้าเอาของมาถวายมาให้แล้วก็ยังมากราบมาไหว้อีก แล้วก็ได้ประพฤติปฏิบัติธรรมเพื่อมรรคเพื่อผลเพื่อพระนิพพานเต็มที่

ฆราวาสที่อยู่ทางบ้านก็มีโอกาสมีเวลาได้ประพฤติปฏิบัติได้เต็มที่ ศีล ๕ วันปกติ ทุก ๆ คน ศีลแปด ศีลอุโบสถ วันพระวันสิบห้าค่ำ นี้คือสิ่งที่ประเสริฐที่เราได้เกิดมาเป็นมนุษย์ พระพุทธเจ้าบอกเราสอนเราอย่าไปทิ้งศีลทิ้งธรรมเอาแต่ธุรกิจหน้าที่การงาน ท่านให้ยกระดับจิตใจของเราจากห้วงมหาสมุทรสู่ศีลสู่ธรรม ไม่ให้จมดิ่งอยู่ในความลุ่มความหลง ไม่มีอะไร ที่จะประเสริฐเท่ากับพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เพียงแต่เรานึกถึงพระพุทธเจ้า ก็เป็นบุญเป็นกุศลหาประมาณมิได้

วันนี้เราได้พากันระลึกถึงพระพุทธเจ้า ปฏิบัติด้วยอามิสบูชาแล้วก็ปฏิบัติบูชา ว่าข้าพเจ้าทั้งหลายขอเอาพระพุทธ พระธรรม พระอริยสงฆ์เป็นที่พึ่ง เป็นสิ่งที่ดำเนินชีวิตตราบลมหายใจสุดท้ายแห่งชีวิต

ขออำนวยอวยพรเอาคุณพระศรีรัตนตรัย คือคุณพระพุทธเจ้า พระธรรม พระอริยสงฆ์ ให้ทุกท่านทุกคนที่ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรมในวันมาฆบูชาจงเจริญงอกงาม คือ ตั้งอยู่ในคุณธรรม คือ มนุษย์สมบัติ สวรรค์สมบัติ นิพพานสมบัติ ด้วยกันทุกท่านทุกคน ณ โอกาสนี้ด้วยเทอญ…

โอวาทของหลวงพ่อกัณหา สุขกาโม เมตตาให้ไว้ ณ วันพฤหัสบดีที่ ๑ มีนาคม พุทธศักราช ๒๕๖๑

แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็น