ธรรมศึกษาชั้นตรี

ธรรมศึกษา ชั้นตรี – ทุจริต ๓

วิชาธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี ติกะ หมวด ๓

ทุจริต ๓

  1. ประพฤติชั่วด้วยกาย เรียกกายทุจริต
  2. ประพฤติชั่วด้วยวาจา เรียกวจีทุจริต
  3. ประพฤติชั่วด้วยใจ เรียกมโนทุจริต

กายทุจริต ๓

ฆ่าสัตว์ ๑ ลักทรัพย์ ๑ ประพฤติผิดในกาม ๑

วจีทุจริต ๔

พูดเท็จ ๑ พูดส่อเสียด ๑ พูดคําหยาบ ๑ พูดเพ้อเจ้อ ๑

มโนทุจริต ๓

โลภอยากได้ของเขา ๑ พยาบาทปองร้ายเขา ๑ เห็นผิดจากคลองธรรม ๑

อธิบาย

ทุจริต แปลว่า การประพฤติชั่ว หมายถึงการทําความชั่ว การทําความผิด การทํา สิ่งที่ไม่ดีไม่งาม จัดเป็น ๓ อย่าง คือ

๑. กายทุจริต

การทําความชั่วทางกาย มี ๓ อย่าง คือ

  1. ปาณาติบาต ฆ่าสัตว์ หมายถึง การฆ่าสัตว์ทุกประเภท รวมทั้งการทําร้าย เบียดเบียน ทรมาน ผู้อื่นสัตว์อื่นให้ได้รับบาดเจ็บหรือความลําบาก
  2. อทินนาทาน ลักฉ้อ หมายถึง การถือเอาสิ่งของของคนอื่นโดยที่เขาไม่ ยินยอมให้ รวมทั้งการแสวงหารายได้โดยทางทุจริต เช่น ลัก ขโมย ปล้น ชิง ฉ้อราษฎร์ บังหลวง รับสินบน ฉ้อโกง เบียดบังเอาทรัพย์สินของราชการ เป็นต้น
  3. กาเมสุ มิจฉาจาร ประพฤติผิดในกาม หมายถึง การล่วงเกินสมสู่ในคู่ครองของ ผู้อื่น หรือในบุคคลที่เขาหวงห้าม เช่น บุตรธิดาที่อยู่ในการปกครองของบิดามารดา เป็นต้น

๒. วจีทุจริต

การทําความชั่วทางวาจา หรือการพูดชั่ว มี ๔ อย่าง คือ

  1. มุสาวาท พูดเท็จ หมายถึง พูดโกหกหลอกลวง พูดให้คลาดเคลื่อนจากความ เป็นจริง โดยมุ่งจะให้ผู้ฟังเข้าใจผิดจากความจริง รวมทั้งการเขียนหนังสือโกหกหลอกลวง ก็จัดเป็นพูดเท็จเหมือนกัน
  2. ปิสุณวาจา พูดส่อเสียด หมายถึง พูดยุยง นําความฝ่ายนี้ไปบอกฝ่ายโน้น นําความฝ่ายโน้นมาบอกฝ่ายนี้ ด้วยเจตนาจะให้เขาแตกสามัคคีกัน หรือให้เขามารักชอบตน
  3. ผรุสวาจา พูดคําหยาบ หมายถึง พูดเสียดแทง พูดด่าว่า พูดประชด พูด กระทบกระทั่ง พูดคําไม่สุภาพ โดยมุ่งจะให้ผู้ฟังเกิดความเจ็บใจ บันดาลโทสะและได้รับ ความอัปยศอดสูระคายหูไม่พอใจ
  4. สัมผัปปลาปะ พูดเพ้อเจ้อ หมายถึง พูดเหลวไหลไร้สาระ พูดตลกคะนอง พูดเล่นไม่รู้กาลเทศะ หาประโยชน์แก่ผู้ฟังมิได้

๓. มโนทุจริต

การทําความชั่วทางใจ หรือความคิดชั่ว มี ๓ อย่าง คือ

  1. อภิชฌา โลภอยากได้ของเขา หมายถึง คิดอยากได้ของคนอื่นมาเป็นของตนเองโดยวิธีทุจริต
  2. พยาบาท ปองร้ายเขา หมายถึง ความผูกใจเจ็บ คิดมุ่งร้ายทําลายเขาให้พินาศ
  3. มิจฉาทิฏฐิ เห็นผิดจากคลองธรรม หมายถึงมีความคิดเห็นขัดแย้งกับหลักธรรมหลักความเป็นจริง เช่น เห็นว่าบาปบุญไม่มี ความดีความชั่วไม่มีเหตุ คนจะดีหรือชั่ว ก็ดี เองชั่วเอง ไม่ใช่เพราะการกระทํา บิดามารดาไม่มีคุณจริง เป็นต้น

ในทุจริตทั้ง ๓ อย่างนี้ มโนทุจริตสําคัญที่สุด เพราะสิ่งทั้งหลายขึ้นอยู่ที่ใจ เมื่อใจคิดชั่วแล้ว พฤติกรรมทางกายและวาจา ก็เป็นไปในทางชั่วทั้งสิ้น

ทุจริตทั้ง ๓ อย่างนี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า อกุศลกรรมบถ แปลว่า ทางทํากรรมชั่วหรือทางทํากรรมไม่ดี ควรละเสีย ไม่ควรประพฤติ เพราะทําให้เกิดความทุกข์เดือดร้อนเสียหาย ผู้ประพฤติทุจริตทั้ง ๓ นี้ย่อมได้รับโทษ ๕ อย่าง คือ (๑) ตนติเตียนตนเองได้ (๒) ผู้รู้ใคร่ครวญแล้วติเตียนได้ (๓) ชื่อเสียงไม่ดี ย่อมฟุ้งขจรไป (๔) ตายอย่างหลงลืมสติ (๕) ตายแล้วไปเกิดในอบายภูมิ



แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น