ธรรมศึกษาชั้นตรี

ธรรมศึกษา ชั้นตรี – สัปปุริสธรรม ๗

วิชาธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี สัตตกะ หมวด ๗

สัปปุริสธรรม ๗

  1. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ เช่น รู้จักว่า สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งสุข สิ่งนี้เป็นเหตุแห่งทุกข์
  2. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล เช่น รู้จักว่า สุขเป็นผลแห่งเหตุอันนี้ ทุกข์เป็นผลแห่งเหตุอันนี้
  3. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตนว่า โดยชาติตระกูล ยศศักดิ์ สมบัติ บริวาร ความรู้ และคุณธรรมเพียงเท่านี้ๆ แล้วประพฤติตนให้สมควรแก่ที่เป็นอยู่อย่างไร
  4. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ ในการแสวงหาเครื่องเลี้ยงชีวิตแต่โดยทางที่ชอบ และรู้จักประมาณในการบริโภคแต่พอควร
  5. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลาอันสมควรในอันประกอบกิจนั้นๆ
  6. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประชุมชน และกิริยาที่จะต้องประพฤติต่อประชุมชนนั้นๆ ว่า หมู่นี้เมื่อเข้าไปหา จะต้องทํากิริยาอย่างนี้ จะต้องพูดอย่างนี้ เป็นต้น
  7. บุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคลว่า ผู้นี้เป็นคนดี ควรคบ ผู้นี้เป็นคนไม่ดี ไม่ควรคบ เป็นต้น

อธิบาย

สัปปุริสธรรม แปลว่า ธรรมของสัตบุรุษ หรือธรรมที่ทําให้เป็นสัตบุรุษ คําว่า สัตบุรุษ หมายถึงคนดี คนที่มีความประพฤติทางกายวาจาใจถูกต้องตามทํานองคลองธรรม เรียบร้อยดีไม่มีโทษ สัตบุรุษสูงสุดคือ พระพุทธเจ้า ธรรมของสัตบุรุษ หมายถึง หลักธรรมที่ปฏิบัติแล้วทําให้เป็นคนดี มีศีลธรรม เป็นที่เคารพยําเกรงของคนทั่วไป มี ๗ อย่าง คือ

๑. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุ หมายถึง รู้หลักความจริงที่จะทําให้เกิดผล เช่นรู้ว่าการกระทําความดีเป็นเหตุแห่งความสุข การกระทําความชั่วเป็นเหตุแห่งความทุกข์ รู้ว่าอะไรเป็นเหตุแห่งความชั่ว ความเสื่อม อะไรเป็นเหตุแห่งความดี ความเจริญ เป็นต้น ก็จักคาดคะเนผลล่วงหน้าได้ แล้วเลือกทําแต่ความดี ละเว้นความชั่วเสีย

๒. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักผล หมายถึง รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ รู้จักผลที่สืบเนื่องมาจากเหตุสามารถสาวไปหาเหตุได้ถูกต้องเช่นรู้ว่าสุขเป็นผลมาจากเหตุนี้ ทุกข์เป็นผลมาจากเหตุนี้ รู้ว่าได้ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ ก็เป็นผลมาจากประพฤติสุจริต เป็นต้น

๓. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน หมายถึง รู้สถานะของตนว่า มีชาติตระกูล ยศศักดิ์ สมบัติ บริวาร ความรู้ ความสามารถ และคุณธรรม เป็นต้น เท่าไร อย่างไรแล้ว ประพฤติให้เหมาะสมและรู้ที่จะแก้ไขปรับปรุงต่อไป เช่น เป็นผู้ใหญ่ต้องปฏิบัติต่อผู้น้อยด้วยพรหมวิหารธรรม ส่วนผู้น้อยก็ต้องมีความเคารพ อ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้ใหญ่ เป็นต้น

๔. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณ หมายถึง รู้จักความพอดี ไม่มากหรือน้อยจนเกินไปในทุกเรื่อง เช่น ในการแสวงหา การรับ การใช้จ่าย เป็นต้น ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายจนเกินฐานะของตน มีรายได้ มีรายจ่าย แต่ก็ต้องมีรายเหลือ หากเป็นบรรพชิตต้องรู้จักประมาณในการรับและบริโภคปัจจัย ๔ ส่วนคฤหัสถ์ ต้องรู้จักประมาณในการใช้จ่ายโภคทรัพย์ในการเลี้ยงชีพ โดยปฏิบัติตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง

๕. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาล หมายถึง รู้จักกาลเวลาอันเหมาะสม รู้จักระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการประกอบกิจการงานต่างๆ รู้ว่าสิ่งไหนควรทําก่อน สิ่งไหนควรทําหลัง รู้ถึงคุณค่าของเวลาและใช้เวลาที่ล่วงเลยไปอย่างคุ้มค่ามีประโยชน์ที่สุด เพื่อให้ตรงเวลา ให้ทันเวลา ผู้รู้จักกาลจึงเป็นคนตรงต่อเวลา

๖. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประชุมชน หมายถึง รู้จักชุมชน สังคม องค์กร และสถานที่ที่ตนต้องติดต่อปฏิสัมพันธ์ รู้หลักการปฏิบัติ กฎกติกา กิริยามารยาทในสถานที่นั้นๆ แล้วปรับตัวให้เข้ากับชุมชน สังคม องค์กร ได้อย่างถูกต้องเหมาะสม เช่น รู้จักว่าสังคมนี้ต้องปฏิบัติอย่างนี้ ต้องพูดอย่างนี้ เป็นต้น ผู้รู้จักชุมชนเช่นนี้จึงเป็นผู้ไม่ เก้อเขิน มีความองอาจแกล้วกล้าในที่ทุกสถาน ในกาลทุกเมื่อ

๗. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคล หมายถึง รู้จักการเลือกคบคน รู้จักเลือกเฟ้นพิจารณาถึงอุปนิสัยใจคอ ความแตกต่างแห่งบุคคล เป็นต้นว่า ผู้นี้เป็นคนดีมีศีลธรรม ควรคบ ผู้นี้เป็นคนไม่ดีไร้ศีลธรรม ไม่ควรคบ เป็นต้น ในที่บางแห่งใช้คําว่า ปุคคลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักบุคคล ก็มี

สัปปุริสธรรม ๗ อย่างนี้ เป็นคุณธรรมเครื่องกําหนดให้รู้ว่าเป็นคนดี ทําให้ผู้ปฏิบัติตามฉลาดรอบรู้เท่าทันทุกเหตุการณ์ ควรแก่การยกย่องนับถือของคนทั่วไป แม้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าและพระเจ้าจักรพรรดิ ก็ทรงประกอบด้วยสัปปุริสธรรมนี้ จึงทรงสามารถประกาศหลักพุทธธรรมและปกครองอาณาจักรให้เป็นไปด้วยดี ในสัปปุริสธรรม ๗ อย่างนี้ ข้อว่า ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเหตุสําคัญที่สุด เพราะธรรมทั้งหลายทั้งปวงล้วนเกิดจากเหตุ จะดับก็เพราะเหตุดับก่อน ผู้รู้จักเหตุสามารถคาดคะเนผลข้างหน้าได้ถูกต้อง จะปฏิบัติกิจการใดก็ไม่ผิดพลาดเสียหาย

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น