ธรรมศึกษาชั้นตรี

ธรรมศึกษา ชั้นตรี – โลกธรรม ๘

วิชาธรรม ธรรมศึกษา ชั้นตรี อัฏฐกะ หมวด ๘

โลกธรรม ๘

  1. มีลาภ
  2. ไม่มีลาภ
  3. มียศ
  4. ไม่มียศ
  5. นินทา
  6. สรรเสริญ
  7. สุข
  8. ทุกข์

อธิบาย

โลกธรรม แปลว่า ธรรมที่ครอบงําสัตว์โลก หมายถึง หลักธรรมดาของโลก มีอยู่คู่กับโลก ซึ่งมนุษย์ในโลกจําต้องประสบด้วยกันทุกคน ไม่มีใครหนีพ้นไปได้ ไม่ว่าจะต้องการหรือไม่ต้องการก็ตาม มี ๘ อย่าง คือ

๑. มีลาภ หมายถึง การได้ทรัพย์สินสิ่งของตามที่ปรารถนา

๒. ไม่มีลาภ หมายถึง การไม่ได้สิ่งที่ต้องการ หรือการเสื่อมจากสิ่งที่ได้มาแล้ว

๓. มียศ หมายถึง การมีตําแหน่งหน้าที่ที่ชอบใจ มี ๓ อย่างคือ (๑) อิสริยยศ ได้แก่ ความเป็นใหญ่มีอํานาจเหนือผู้อื่น (๒) เกียรติยศ ได้แก่ การมีชื่อเสียงดีงาม (๓) บริวารยศ ได้แก่ การมีบริวารแวดล้อม

๔. ไม่มียศ หมายถึง การไม่ได้ตําแหน่งหน้าที่หรือการเสื่อมจากตําแหน่งหน้าที่ ที่ได้แล้ว

๕. นินทา หมายถึง การถูกตําหนิติเตียน การถูกนินทาว่าร้ายลับหลัง

๖. สรรเสริญ หมายถึง การได้รับคําพรรณนาคุณความดี การได้รับยกย่องเชิดชู เกียรติคุณ

๗. สุข หมายถึง ความสบายกายและสบายใจ เช่น มีร่างกายแข็งแรงมีสุขภาพจิตดี เป็นต้น

๔. ทุกข์ หมายถึง ความไม่สบายกายและไม่สบายใจ เช่น มีสุขภาพกายทรุดโทรม มีจิตใจเศร้าหมอง เป็นต้น

โลกธรรมนั้น แบ่งออกเป็น ๒ ฝ่าย คือ

๑. อิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่น่าปรารถนา ที่คนทั่วไปต้องการ ได้แก่ มีลาภ มียศ สรรเสริญ และสุข

๒. อนิฏฐารมณ์ อารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา ที่คนทั่วไปไม่ต้องการ ได้แก่ ไม่มีลาภ ไม่มียศ นินทา และทุกข์

โลกธรรมทั้ง ๘ อย่างนี้ ย่อมเกิดขึ้นแก่ปุถุชนและอริยชน แต่ที่แตกต่างกัน คือ ปุถุชนเมื่อประสบโลกธรรม ย่อมไม่เข้าใจสภาพตามความเป็นจริง จึงลุ่มหลงเพลิดเพลิน ยินดียินร้าย ปล่อยให้โลกธรรมเข้าครอบงําย่ำยีจิตใจ ฟูยุบเรื่อยไปตามโลกธรรมทั้งที่เป็นอิฏฐารมณ์ และอนิฏฐารมณ์ จึงไม่พ้นจากความทุกข์ ความโศกเศร้าเสียใจ ส่วนอริยชนเมื่อประสบโลกธรรม ย่อมพิจารณาเห็นว่า โลกธรรมเหล่านี้เกิดขึ้นแล้ว ล้วนไม่เที่ยง เป็น ทุกข์ มีความเปลี่ยนแปรเป็นธรรมดา จึงไม่ลุ่มหลงมัวเมาในอิฏฐารมณ์ และไม่เศร้าโศก เสียใจในอนิฏฐารมณ์ เพราะมีสติรู้เท่าทันตามความเป็นจริง

ผู้ประสบโลกธรรม ๘ อย่างนี้ แล้วไม่ยินดีในฝ่ายอิฏฐารมณ์ และไม่ยินร้ายในฝ่ายอนิฏฐารมณ์ ย่อมถึงความเจริญงอกงามไพบูลย์ในธรรม เป็นมงคลแห่งชีวิตอันสูงสุด ดังที่พระพุทธองค์ตรัสไว้ในมงคลสูตรว่า “จิตของผู้ถูกโลกธรรม ๘ ครอบงําแล้ว ย่อมไม่ หวั่นไหว ไม่เศร้าโศก ปราศจากกิเลสธุลี ปลอดโปร่ง นับเป็นมงคลสูงสุด”

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น