บทสวดมนต์

คำทำวัตรเย็น (พร้อมคำแปล)

คำบูชาพระรัตนตรัย

โย โส ภะคะวา อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ
พระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
สวากขาโต เยนะ ภะคะวะตา ธัมโม
พระธรรม เป็นธรรมอันพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด ตรัสไว้ดีแล้ว
สุปะฏิปันโน ยัสสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า พระองค์ใด ปฏิบัติดีแล้ว
ตัมมะยัง ภะคะวันตัง สะธัมมัง สะสังฆัง
ข้าพเจ้าทั้งหลายขอบูชาอย่างยิ่ง ซึ่งพระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น พร้อมทั้งพระธรรมและพระสงฆ์
อิเมหิ สักกาเรหิ ยะถาระหัง อาโรปิเตหิ อะภิปูชะยามะ
ด้วยเครื่องสักการะทั้งหลายเหล่านี้ ที่ยกขึ้นแล้วตามสมควร
สาธุ โน ภันเต ภะคะวา สุจิระปะรินิพพุโตปิ
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ พระผู้มีพระภาคเจ้าแม้ปรินิพพานนานแล้ว ทรงสร้างคุณอันสำเร็จประโยชน์ไว้แก่ข้าพเจ้าทั้งหลาย
ปัจฉิมา ชะนะตานุกัมปะมานะสา
ทรงมีพระหฤทัยอนุเคราะห์แก่พวกข้าพเจ้า อันเป็นชนรุ่นหลัง
อิเม สักกาเร ทุคคะตะปัณณาการะภูเต ปะฏิคคัณหาตุ
ขอพระผู้มีพระภาคเจ้าจงรับเครื่องสักการะ อันเป็นบรรณาการ ของคนยากทั้งหลายเหล่านี้
อัมหากัง ทีฆะรัตตัง หิตายะ สุขายะ
เพื่อประโยชน์และความสุขแก่พวกข้าพเจ้าทั้งหลาย ตลอดกาลนานเทอญ.
อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน.

อะระหัง สัมมาสัมพุทโธ ภะคะวา
พระผู้มีพระภาคเจ้า เป็นพระอรหันต์ ดับเพลิงกิเลสเพลิงทุกข์สิ้นเชิง ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.
พุทธัง ภะคะวันตัง อะภิวาเทมิ
ข้าพเจ้าอภิวาทพระผู้มีพระภาคเจ้า ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน.

(กราบ)

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม.
พระธรรมเป็นธรรมที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ตรัสไว้ดีแล้ว.
ธัมมัง นะมัสสามิ
ข้าพเจ้านมัสการพระธรรม

(กราบ)

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ.
พระสงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า ปฏิบัติดีแล้ว
สังฆัง นะมามิ.
ข้าพเจ้านอบน้อมพระสงฆ์

(กราบ)

ปุพพภาคนมการ

หันทะ มะยัง พุทธัสสะ ภะคะวะโต ปุพพะภาคะนะมะการัง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความนอบน้อมอันเป็นส่วนเบื้องต้นแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าเถิด.

นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต
ขอนอบน้อมแด่พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น
อะระหะโต
ซึ่งเป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทธัสสะ.
ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง.

(กล่าว ๓ ครั้ง)

พุทธานุสสติ

หันทะ มะยัง พุทธานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระพุทธเจ้าเถิด.

ตัง โข ปะนะ ภะคะวันตัง เอวัง กัลยาโณ กิตติสัทโท อัพภุคคะโต,
ก็กิตติศัพท์อันงามของพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ฟุ้งไปแล้วอย่างนี้ว่า:-
อิติปิ โส ภะคะวา
เพราะเหตุอย่างนี้ ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้านั้น
อะระหัง
เป็นผู้ไกลจากกิเลส
สัมมาสัมพุทโธ,
เป็นผู้ตรัสรู้ชอบได้โดยพระองค์เอง
วิชชาจะระณะสัมปันโน
เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ
สุคะโต
เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี
โลกะวิทู,
เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง
อะนุตตะโร ปุริสะทัมมะสาระถิ
เป็นผู้สามารถฝึกบุรุษที่สมควรฝึกได้อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า
สัตถา เทวะมะนุสสานัง
เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย
พุทโธ
เป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบานด้วยธรรม
ภะคะวา ติ.
เป็นผู้มีความจำเริญ จำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ ดังนี้

พุทธาภิคีติ

หันทะ มะยัง พุทธาภิคีติง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณาเฉพาะพระพุทธเจ้าเถิด.

พุทธะ วาระหัน ตะวะระตาทิคุณาภิยุตโต
พระพุทธเจ้าประกอบด้วยคุณ มีความประเสริฐแห่งอรหันตคุณ เป็นต้น
สุทธาภิญาณะกะรุณาหิ สะมาคะตัตโต
มีพระองค์อันประกอบด้วยพระญาณ และพระกรุณาอันบริสุทธิ์
โพเธสิ โย สุชะนะตัง กะมะลังวะ สูโร
พระองค์ใด ทรงกระทำชนที่ดีให้เบิกบาน ดุจอาทิตย์ทำบัวให้บาน
วันทามะหัง ตะมะระณัง สิระสา ชิเนนทัง.
ข้าพเจ้าไหว้พระชินสีห์ ผู้ไม่มีกิเลสพระองค์นั้น ด้วยเศียรเกล้า.
พุทโธ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
พระพุทธเจ้าพระองค์ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุด ของสัตว์ทั้งหลาย
ปะฐะมานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
ข้าพเจ้าไหว้พระพุทธเจ้าพระองค์นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่หนึ่ง ด้วยเศียรเกล้า
พุทธัสสาหัสมิ ทาโส วะ (สตรีว่า ทาสี วะ) พุทโธ เม สามิกิสสะโร
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระพุทธเจ้า พระพุทธเจ้าเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
พุทโธ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
พระพุทธเจ้าเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
พุทธัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระพุทธเจ้า
วันทันโตหัง (สตรีว่า วันทังตีหัง) จะริสสามิ พุทธัสเสวะ สุโพธิตัง
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความตรัสรู้ดีจริงของพระพุทธเจ้า
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง พุทโธ เม สะระณัง วะรัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี, พระพุทธเจ้าเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
พุทธัง เม วันทะมาเนนะ (สตรีว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระพุทธเจ้า ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบ)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
พุทเธ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระพุทธเจ้า
พุทโธ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
ขอพระพุทธเจ้า จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ พุทเธ.
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระพุทธเจ้า ในกาลต่อไป.

ธัมมานุสสติ

หันทะ มะยัง ธัมมานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระธรรมเถิด.

สวากขาโต ภะคะวะตา ธัมโม,
พระธรรมเป็นสิ่งที่พระผู้มีพระภาคเจ้า ได้ตรัสไว้ดีแล้ว
สันทิฏฐิโก
เป็นสิ่งที่ผู้ศึกษาและปฏิบัติ พึงเห็นได้ด้วยตนเอง
อะกาลิโก
เป็นสิ่งที่ปฏิบัติได้ และให้ผลได้ไม่จำกัดกาล
เอหิปัสสิโก,
เป็นสิ่งที่ควรกล่าวกะผู้อื่นว่า ท่านจงมาดูเถิด
โอปะนะยิโก
เป็นสิ่งที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัว
ปัจจัตตัง เวทิตัพโพ วิญญูหีติ.
เป็นสิ่งที่ผู้รู้ก็รู้ได้เฉพาะตน ดังนี้.

ธัมมาภิคีติ

หันทะ มะยัง ธัมมาภิคีติง กะโรมะเส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณนาเฉพาะพระธรรมเถิด.

สวากขาตะตาทิคุณะโย คะวะเสนะ เสยโย
พระธรรม เป็นสิ่งที่ประเสริฐ เพราะประกอบด้วยคุณ คือ ความที่พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นต้น
โย มัคคะปากะปะริยัตติวิโมกขะเภโท
เป็นธรรมอันจำแนกเป็น มรรค ผล ปริยัติ และนิพพาน
ธัมโม กุโลกะปะตะนา ตะทะธาริธารี
เป็นธรรมทรงไว้ซึ่งผู้ทรงธรรม จากการตกไปสู่โลกที่ชั่ว
วันทามะหัง ตะมะหะรัง วะระธัมมะเมตัง.
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมอันประเสริฐนั้น อันเป็นเครื่องขจัดเสียซึ่งความมืด.
ธัมโม โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
พระธรรมใดเป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
ทุติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
ข้าพเจ้าไหว้พระธรรมนั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึกองค์ที่สอง ด้วยเศียรเกล้า
ธัมมัสสาหัสมิ ทาโส วะ (สตรีว่า ทาสี วะ) ธัมโม เม สามิ กิสสะโร
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระธรรม พระธรรมเป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
ธัมโม ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
พระธรรมเป็นเครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
ธัมมัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระธรรม
วันทันโตหัง (สตรีว่า วันทันตีหัง) จะริสสามิ ธัมมัสเสวะ สุ ธัมมะตัง
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความเป็นธรรมดีของพระธรรม
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง ธัมโม เม สะระณัง วะรัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระธรรมเป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุ สาสะเน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
ธัมมัง เม วันทะมาเนนะ (สตรีว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
ข้าพจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระธรรม ได้ขวนขวายบุญใดในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบ)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
ธัมเม กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้ว ในพระธรรม
ธัมโม ปฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
ขอพระธรรม จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ ธัมเม.
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระธรรม ในกาลต่อไป.

สังฆานุสสติ

หันทะ มะยัง สังฆานุสสะตินะยัง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความตามระลึกถึงพระสงฆ์เถิด.

สุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติดีแล้ว
อุชุปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติตรงแล้ว
ญายะปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติเพื่อรู้ธรรม เป็นเครื่องออกจากทุกข์แล้ว
สามีจิปะฏิปันโน ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ.
สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้าหมู่ใด ปฏิบัติสมควรแล้ว.
ยะทิทัง
ได้แก่บุคคลเหล่านี้ คือ
จัตตาริ ปุริสะยุคานิ อัฏฐะ ปุริสะปุคคะลา,
คู่แห่งบุรุษ ๔ คู่ นับเรียงตัวบุรุษได้ ๘ บุรุษ
เอสะ ภะคะวะโต สาวะกะสังโฆ,
นั่นแหละ สงฆ์สาวกของพระผู้มีพระภาคเจ้า
อาหุเนยโย
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขานำมาบูชา
ปาหุเนยโย
เป็นสงฆ์ควรแก่สักการะที่เขาจัดไว้ต้อนรับ
ทักขิเณยโย
เป็นผู้ควรรับทักษิณาทาน
อัญชะลีกะระณีโย,
เป็นผู้ที่บุคคลทั่วไปควรทำอัญชลี
อะนุตตะรัง ปุญญักเขตตัง โลกัสสาติ.
เป็นเนื้อนาบุญของโลก ไม่มีนาบุญอื่นยิ่งกว่า ดังนี้.

สังฆาภิคีติ

หันทะมะยัง สังฆาภิคีติง กะโรมะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย ทำความขับคาถา พรรณาเฉพาะพระสงฆ์เถิด.

สัทธัมมะโช สุปะฏิปัตติคุณาทิยุตโต
พระสงฆ์ที่เกิดโดยพระสัทธรรม ประกอบด้วยคุณ มีความปฏิบัติดี เป็นต้น
โยฏฐัพพิโธ อะริยะปุคคะละสังฆะเสฏโฐ
เป็นหมู่แห่งพระอริยบุคคลอันประเสริฐ แปดจำพวก
สีลาทิธัมมะปะวะราสะยะกายะจิตโต
มีกายและจิต อันอาศัยธรรมมีศีลเป็นต้น อันบวร
วันทามะหัง ตะมะริยานะ คะณัง สุสุทธัง
ข้าพเจ้าไหว้หมู่แห่งพระอริยเจ้าเหล่านั้น อันบริสุทธิ์ด้วยดี
สังโฆ โย สัพพะปาณีนัง สะระณัง เขมะมุตตะมัง
พระสงฆ์หมู่ใด เป็นสรณะอันเกษมสูงสุดของสัตว์ทั้งหลาย
ตะติยานุสสะติฏฐานัง วันทามิ ตัง สิเรนะหัง
ข้าพเจ้าไหว้พระสงฆ์หมู่นั้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความระลึก องค์ที่สาม ด้วยเศียรเกล้า
สังฆัสสาหัสมิ ทาโส วะ (สตรีว่า ทาสี วะ) สังโฆ เม สามิกิสสะโร
ข้าพเจ้าเป็นทาสของพระสงฆ์ พระสงฆ์เป็นนาย มีอิสระเหนือข้าพเจ้า
สังโฆ ทุกขัสสะ ฆาตา จะ วิธาตา จะ หิตัสสะ เม
พระสงฆ์เป็นครื่องกำจัดทุกข์ และทรงไว้ซึ่งประโยชน์แก่ข้าพเจ้า
สังฆัสสาหัง นิยยาเทมิ สะรีรัญชีวิตัญจิทัง
ข้าพเจ้ามอบกายถวายชีวิตนี้ แด่พระสงฆ์
วันทันโตหัง (สตรีว่า วันทันตีหัง) จะริสสามิ สังฆัสโสปะฏิปันนะตัง
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่จักประพฤติตาม ซึ่งความปฏิบัติดีของพระสงฆ์
นัตถิ เม สะระณัง อัญญัง สังโฆ เม สะระณัง วะรัง
สรณะอื่นของข้าพเจ้าไม่มี พระสงฆ์เป็นสรณะอันประเสริฐของข้าพเจ้า
เอเตนะ สัจจะวัชเชนะ วัฑเฒยยัง สัตถุสาสะเน
ด้วยการกล่าวคำสัตย์นี้ ข้าพเจ้าพึงเจริญในพระศาสนาของพระศาสดา
สังฆัง เม วันทะมาเนนะ (สตรีว่า วันทะมานายะ) ยัง ปุญญัง ปะสุตัง อิธะ
ข้าพเจ้าผู้ไหว้อยู่ซึ่งพระสงฆ์ ได้ขวนขวายบุญใด ในบัดนี้
สัพเพปิ อันตะรายา เม มาเหสุง ตัสสะ เตชะสา.
อันตรายทั้งปวง อย่าได้มีแก่ข้าพเจ้า ด้วยเดชแห่งบุญนั้น.

(หมอบกราบ)

กาเยนะ วาจายะ วะ เจตะสา วา
ด้วยกายก็ดี ด้วยวาจาก็ดี ด้วยใจก็ดี
สังเฆ กุกัมมัง ปะกะตัง มะยา ยัง,
กรรมน่าติเตียนอันใด ที่ข้าพเจ้ากระทำแล้วในพระสงฆ์,
สังโฆ ปะฏิคคัณหะตุ อัจจะยันตัง
ขอพระสงฆ์ จงงดซึ่งโทษล่วงเกินอันนั้น
กาลันตะเร สังวะริตุง วะ สังเฆ.
เพื่อการสำรวมระวัง ในพระสงฆ์ในกาลต่อไป.

(จบคำทำวัตรเย็น)

อภิณหปัจจเวกขณะ

หันทะ มะยัง อะภิณหะปัจจะเวกขะณะปาฐัง ภะณามะ เส.
เชิญเถิดเราทั้งหลาย มาทำความพิจารณาอภิปัจจเวกขณะเถิด.

ชะราธัมโมม๎หิ
เรามีความแก่เป็นธรรมดา
ชะรัง อะนะตีโต (สตรีว่า อะนะตีตา),
เราล่วงพ้นความแก่ไปไม่ได้,
พ๎ยาธิธัมโมม๎หิ
เรามีความเจ็บไข้เป็นธรรมดา
พ๎ยาธิง อะนะตีโต (สตรีว่า อะนะตีตา),
เราล่วงพ้นความเจ็บไข้ไปไม่ได้,
มะระณะธัมโมม๎หิ
เรามีความตายเป็นธรรมดา
มะระณัง อะนะตีโต (สตรีว่า อะนะตีตา),
เราล่วงพ้นความตายไปไม่ได้,
สัพเพหิ เม ปิเยหิ มะนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว,
เรามีความเป็นต่างๆ และมีความละเว้น คือเราจะต้องพลัดพรากจากของรักของชอบใจทั้งสิ้น,
กัมมัสสะโกม๎หิ
เรามีกรรมเป็นของของตน
กัมมะทายาโท (สตรีว่า กัมมะทายาทา)
เราจะต้องรับผลของกรรม
กัมมะโยนิ
เรามีกรรมเป็นกำเกิด
กัมมะพันธุ
เรามีกรรมเป็นเผ่าพันธุ์พวกพ้อง
กัมมะปะฏิสะระโณ (สตรีว่า กัมมะปะฏิสะระณา),
เรามีกรรมเป็นที่พึ่งอาศัย,
ยัง กัมมัง กะริสสามิ
เรากระทำกรรมอันใดไว้
กัล๎ยาณัง วา ปาปะกัง วา
เป็นบุญหรือเป็นบาป
ตัสสะ ทายาโท (สตรีว่า ทายาทา) ภะวิสสามิ.
เราจักต้องรับผลของกรรมนั้น.
อะภิณ๎หัง ปัจจะเวกขิตัพพัง.
พึงพิจารณาเห็นเนืองๆ ดังนี้.
(ผู้นำว่า) อะยัง กาโย
(ทุกคนรับ) กายของเรานี้แล
อะจิรัง วะตะ
ไม่นานหนอ
อะเปตะวิญญาโน
มีวิญญาณไปปราศแล้ว
ฉุฑโฑ
เป็นของสูญเปล่า
อะธิเสสสะติ
จักนอนทับ
ปะฐะวิง
ซึ่งแผ่นดิน
นิรัตถังวะ กะลิงคะรัง.
เปรียบประดุจดังว่าท่อนฟืนอันผุไม่มีประโยชน์เป็นแท้.
(ผู้นำว่า) สังขารา
(ทุกคนรับ) อันว่าสังขารและธรรมทั้งหลาย
อะนิจจา วะตะ
ไม่เที่ยงหนอ
อุปปาทะวะยะธัมมิโน
บังเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมเสื่อมไป
อุปปัชชิต๎วา นิรุชฌันติ
บังเกิดขึ้นแล้วก็ย่อมดับไป
เตสัง วูปะสะโมสุโข.
พระนิพพานเป็นที่ดับเพลิงกิเลสและกองทุกข์เป็นบรมสุขอันใหญ่ยิ่ง.
(ผู้นำว่า) สัพเพ สัตตา
(ทุกคนรับ) สัตว์ทั้งหลายทั้งปวง
มะรันติ จะ มะริงสุ จะ มะริสสะเร
ตายอยู่ด้วย ตายแล้วด้วย จะตายด้วย
ตะเถวาหัง มะริสสามิ
เราก็จักตายอย่างนั้นเหมือนกัน
นัตถิ เม เอตถะ สังสะโย.
ความสงสัยในเรื่องตายนี้ไม่มีแก่เรา.

กรวดน้ำตอนเย็น

อุททิสสนาธิฏฐานคาถา

หันทะ มะยัง อุททิสสะนาธิฏฐานะคาถาโย ภะณามะ เส)
เชิญเถิดเราทั้งหลาย จงสวดคาถาอุทิศและอธิษฐานเถิด.

อิมินา ปุญญะกัมเมนะ
ด้วยบุญนี้ อุทิศให้
อุปัชฌายา คุณุตตะรา
อุปัชฌาย์ ผู้เลิศคุณ
อาจะริยูปะการา จะ
แลอาจารย์ ผู้เกื้อหนุน
มาตา ปิตา จะ ญาตะกา
ทั้งพ่อแม่ แลปวงญาติ
สุริโย จันทิมา ราชา
สูรย์จันทร์ แลราชา
คุณะวันตา นะราปิ จะ
ผู้ทรงคุณ หรือสูงชาติ
พรัหมะมารา จะ อินทา จะ
พรหมมาร และอินทราช
โลกะปาลา จะ เทวะตา
ทั้งทวยเทพ และโลกบาล
ยะโม มิตตา มะนุสสา จะ
ยมราช มนุษย์มิตร
มัชฌัตตา เวริกาปิ จะ
ผู้เป็นกลาง ผู้จองผลาญ
สัพเพ สัตตา สุขี โหนตุ
ขอให้ เป็นสุขศานติ์ ทุกทั่วหน้า อย่าทุกข์ทน
ปุญญานิ ปะกะตานิ เม
บุญผอง ที่ข้าทำจงช่วยอำนวยศุภผล
สุขัง จะ ติวิธัง เทนตุ
ให้สุข สามอย่างล้น
ขิปปัง ปาเปถะ โว มะตัง.
ให้ลุถึง นิพพานพลัน
อิมินา ปุญญะกัมเมนะ
ด้วยบุญนี้ ที่เราทำ
อิมินา อุททิเสนะ จะ
แลอุทิศ ให้ปวงสัตว์
ขิปปาหัง สุละเภ เจวะ
เราพลันได้ ซึ่งการตัด
ตัณหุปาทานะเฉทะนัง
ตัวตัณหา อุปาทาน
เย สันตาเน หินา ธัมมา
สิ่งชั่ว ในดวงใจ
ยาวะ นิพพานะโต มะมัง
กว่าเราจะ ถึงนิพพาน
นัสสันตุ สัพพะทา เยวะ
มลายสิ้น จากสันดาน
ยัตถะ ชาโต ภะเว ภะเว
ทุกๆ ภพ ที่เราเกิด
อุชุจิตตัง สะติปัญญา
มีจิตตรง และสติ ทั้งปัญญาอันประเสริฐ
สัลเลโข วิริยัมหินา
พร้อมทั้ง ความเพียรเลิศเป็นเครื่องขูดกิเลสหาย
มารา ละภันตุ โนกาสัง
โอกาส อย่าพึงมี แก่หมู่มาร สิ้นทั้งหลาย
กาตุญจะ วิริเยสุ เม
เป็นช่องประทุษร้าย ทำลายล้าง ความเพียรจม
พุทธาธิปะวะโร นาโถ
พระพุทธผู้ บวรนาถ
ธัมโม นาโถ วะรุตตะโม
พระธรรมที่ พึ่งอุดม
นาโถ ปัจเจกะพุทโธ จะ
พระปัจเจกะ – พุทธสม –
สังโฆ นาโถตตะโร มะมัง
ทบพระสงฆ์ ที่พึ่งผยอง
เตโสตตะมานุภาเวนะ
ด้วยอานุภาพนั้น
มาโรกาสัง ละภันตุ มา
ขอหมู่มาร อย่าได้ช่อง
ทะสะปุญญานุภาเวนะ
ด้วยเดชบุญ ทั้งสิบป้อง
มาโรกาสัง ละภันตุ มา.
อย่าเปิดโอกาสแก่มาร (เทอญ).

คู่มือพุทธบริษัท บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น บาลี-ไทย-อังกฤษ

ขอบพระคุณ: รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา อ่อนค้อม ที่ได้อนุญาตให้เผยแพร่หนังสือ คู่มือพุทธบริษัท บทสวดมนต์ทำวัตรเช้า-เย็น บาลี-ไทย-อังกฤษ เป็นธรรมทาน.

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น