อติเรกทสกะ - หมวดเกิน ๑๐

[๓๕๖] จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑

[๓๕๖] จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ (ธรรมชาติที่รู้อารมณ์, สภาพที่นึกคิด, ความคิด, ใจ, วิญญาณ — Citta: mind; thought; consciousness; a state of consciousness)

จิต มีไวพจน์ คือ คำที่ต่างเพียงรูป แต่มีความหมายเหมือนกันหรือคล้ายกัน ใช้แทนกันได้หลายคำเช่น มโน มานัส หทัย บัณฑร มนายตนะ มนินทรีย์ และ วิญญาณ เป็นต้น (อภิ.สํ.๓๔/๒๑/๑๐; ฯลฯ) คำเหล่านี้มีความหมายเกยกัน มิใช่ตรงกันโดยสมบูรณ์ ใช้แทนกันได้ในบางโอกาส มิใช่เสมอไป

เมื่อจัดแบ่งสภาวธรรมทั้งหลายเป็นประเภทๆ ที่เรียกว่า ขันธ์ ๕ จิตได้แก่ วิญญาณขันธ์ แต่ในคัมภีร์อภิธรรมยุคต่อมา นิยมประมวลสภาวธรรมเข้าเป็น ๔ อย่าง เรียกว่า ปรมัตถธรรม ๔ จิตเป็นปรมัตถธรรมอย่างที่ ๑; ดู [๑๕๗] ปรมัตถธรรม ๔; [๒๑๖] ขันธ์ ๕.

คัมภีร์อภิธรรมรุ่นอรรถกถา ประมวลเรื่องจิตที่แสดงไว้ในพระอภิธรรมปิฎกแล้ว แจงนับสภาพจิตทั้งหลายไว้ว่ามีจำนวน ๘๙ หรือโดยพิสดารมี ๑๒๑ เรียกว่า จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑

เบื้องต้นนี้ จะประมวลจิตทั้งหมดไว้เป็นหมวดหมู่ใหญ่ๆ ก่อน เพื่อสะดวกในการศึกษากำหนดจดจำและทบทวนต่อไป ในที่นี้ พึงทราบวิธีจำแนกประเภท ๒ แบบ เปรียบเทียบกัน ดังนี้[๑]

ก. โดยชาติประเภท
  1. ๑. อกุศลจิต ๑๒
    1. – โลภมูลจิต ๘
    2. – โทสมูลจิต ๒
    3. – โมหมูลจิต ๒
  2. ๒. กุศลจิต ๒๑ (๓๗)
    1. – มหากุศลจิต ๘
    2. – รูปาวจรกุศลจิต ๕
    3. – อรูปาวจรกุศลจิต ๔
    4. – โลกุตตรกุศลจิต ๔ (๒๐)
  3. ๓. วิปากจิต ๓๖ (๕๒)
    1. – อกุศลวิบากจิต ๗
    2. – กุศลวิบากอเหตุกจิต ๘
    3. – มหาวิบากจิต ๘
    4. – รูปาวจรวิบากจิต ๕
    5. – อรูปาวจรวิบากจิต ๔
    6. – โลกุตตรวิบากจิต ๔ (๒๐)
  4. ๔. กิริยาจิต ๒๐
    1. – อเหตุกกิริยาจิต ๓
    2. – มหากิริยาจิต ๘
    3. – รูปาวจรกิริยาจิต ๕
    4. – อรูปาวจรกิริยาจิต ๔
ข. โดยภูมิประเภท
  1. ๑. กามาวจรจิต ๕๔
    1. ๑) อกุศลจิต ๑๒
      1. – โลภมูลจิต ๘
      2. – โทสมูลจิต ๒
      3. – โมหมูลจิต ๒
    2. ๒) อเหตุกจิต ๑๘
      1. – อกุศลวิบากจิต ๗
      2. – กุศลวิบากอเหตุกจิต ๘
      3. – อเหตุกกิริยาจิต ๓
    3. ๓) กามาวจรโสภณจิต ๒๔
      1. – มหากุศลจิต ๘
      2. – มหาวิบากจิต ๘
      3. – มหากิริยาจิต ๘
  2. ๒. รูปาวจรจิต ๑๕
    1. ๑) รูปาวจรกุศลจิต ๕
    2. ๒) รูปาวจรวิบากจิต ๕
    3. ๓) รูปาวจรกิริยาจิต ๕
  3. ๓. อรูปาวจรจิต ๑๒
    1. ๑) อรูปาวจรกุศลจิต ๔
    2. ๒) อรูปาวจรวิบากจิต ๔
    3. ๓) อรูปาวจรกิริยาจิต ๔
  4. ๔. โลกุตตรจิต ๘ (× ฌาน ๕ = ๔๐)
    1. ๑) โลกุตตรกุศลจิต ๔ (๒๐)
    2. ๒) โลกุตตรวิบากจิต ๔ (๒๐)

ฌานจิต ๖๗ = รูปาวจรจิต ๑๕ + อรูปาวจรจิต ๑๒ +โลกุตตรจิต ๘ (× ฌาน ๕ = ๔๐)

โสภณจิต ๕๙ (๙๑) = ฌานจิต ๖๗ + กามาวจรโสภณจิต ๒๔

หมายเหตุ: ตัวเลขในวงเล็บ ( ) หมายถึงจำนวนอย่างพิสดาร เมื่อนับจิตเป็น ๑๒๑ (พึงสังเกตว่าจำนวนจะเพิ่มเฉพาะ โลกุตตรจิต อย่างเดียว คือ โลกุตตรจิตอย่างย่อมี ๘ อย่างพิสดารจำแนกออกไปตามฌานทั้ง ๕ เป็น ๔๐)

ต่อไปจะแสดง จิต ๘๙ หรือ ๑๒๑ ตามแบบภูมิประเภท (แบบชาติประเภทพึงกำหนดเอาจากแบบภูมิประเภทนี้ ตามหัวข้อที่แสดงไว้แล้ว)

  1. ๑. กามาวจรจิต ๕๔ (จิตที่เป็นไปในกามภูมิ — Kāmāvacara-citta: consciousness of the Sense Sphere)
    1. ๑) อกุศลจิต ๑๒ (จิตอันเป็นอกุศล — Akusala-citta: immoral consciousness) อกุศลจิตมีแต่ที่เป็นกามาวจรนี้เท่านั้น คือ
      1. • โลภมูลจิต ๘ (จิตมีโลภะเป็นมูล — Lobhamūla-citta: consc rooted in greed)
        1. ๑. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺิคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        2. ๒. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺิคตสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        3. ๓. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺิคตวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        4. ๔. โสมนสฺสสหคตํ ทิฏฺิคตวิปฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        5. ๕. อุเปกฺขาสหคตํ ทิฏฺิคตสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        6. ๖. อุเปกฺขาสหคตํ ทิฏฺิคตสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        7. ๗. อุเปกฺขาสหคตํ ทิฏฺิคตวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        8. ๘. อุเปกฺขาสหคตํ ทิฏฺิคตวิปฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        9. ๑. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีการชักนำ
        10. ๒. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ มีการชักนำ
        11. ๓. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีการชักนำ
        12. ๔. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ มีการชักนำ
        13. ๕. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีการชักนำ
        14. ๖. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ มีการชักนำ
        15. ๗. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ ไม่มีการชักนำ
        16. ๘. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยมิจฉาทิฏฐิ มีการชักนำ
        17. 1. One consc, accom by joy, assoc with wrong view, unprompted.[๒]
        18. 2. One consc, accom by joy, assoc with wrong view, prompted.
        19. 3. One consc, accom by joy, dissoc from wrong view, unprompted.
        20. 4. One consc, accom by joy, dissoc from wrong view, prompted.
        21. 5. One consc, accom by indif, assoc with wrong view, unprompted.
        22. 6. One consc, accom by indif, assoc with wrong view, prompted.
        23. 7. One consc, accom by indif, dissoc from wrong view, unprompted.
        24. 8. One consc, accom by indif, dissoc from wrong view, prompted.
      2. • โทสมูลจิต ๒[๓] (จิตมีโทสะเป็นมูล — Dosamūla-citta: consc rooted in hatred)
        1. ๑. โทมนสฺสสหคตํ ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        2. ๒. โทมนสฺสสหคตํ ปฏิฆสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        3. ๑. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโทมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปฏิฆะ ไม่มีการชักนำ
        4. ๒. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโทมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปฏิฆะ มีการชักนำ
        5. 1. One consc, accom by grief, assoc with resentment, unprompted.
        6. 2. One consc, accom by grief, assoc with resentment, prompted.
      3. • โมหมูลจิต ๒ (จิตมีโมหะเป็นมูล — Mohamūla-citta: consc rooted in delusion)
        1. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ วิจิกิจฺฉาสมฺปยุตฺตํ
        2. ๒. อุเปกฺขาสหคตํ อุทฺธจฺจสมฺปยุตฺตํ
        3. ๑. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยวิจิกิจฉา
        4. ๒. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยอุทธัจจะ
        5. 1. One consc, accom by indif, assoc with uncertainty.
        6. 2. One consc, accom by indif, assoc with restlessness.
    2. ๒) อเหตุกจิต ๑๘ (จิตอันไม่มีสัมปยุตตเหตุ คือ ไม่ประกอบด้วยเหตุ ๖ ได้แก่ โลภะ โทสะ โมหะ อโลภะ อโทสะ อโมหะ — Ahetuka-citta: rootless consc)
      1. • อกุศลวิบากจิต ๗ (จิตที่เป็นผลของอกุศล — Akusalavipāka-citta: rootless resultantof-
        immorality consc)  
        1. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ จกฺขุวิญฺาณํ
        2. ๒. อุเปกฺขาสหคตํ โสตวิญฺาณํ
        3. ๓. อุเปกฺขาสหคตํ ฆานวิญฺาณํ
        4. ๔. อุเปกฺขาสหคตํ ชิวฺหาวิญฺาณํ
        5. ๕. ทุกฺขสหคตํ กายวิญฺาณํ
        6. ๖. อุเปกฺขาสหคตํ สมฺปฏิจฺฉนฺนํ
        7. ๗. อุเปกฺขาสหคตํ สนฺตีรณํ
        8. ๑. จักขุวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        9. ๒. โสตวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        10. ๓. ฆานวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        11. ๔. ชิวหาวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        12. ๕. กายวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยทุกขเวทนา
        13. ๖. สัมปฏิจฉันนจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        14. ๗. สันตีรณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        15. 1. Eye-consc, accom by indif.
        16. 2. Ear-consc, accom by indif.
        17. 3. Nose-consc, accom by indif.
        18. 4. Tongue-consc, accom by indif.
        19. 5. Body-consc, accom by pain.
        20. 6. Receiving-consc, accom by indif.
        21. 7. Investigating-consc, accom by indif.
      2. • กุศลวิบากอเหตุกจิต ๘ (จิตที่เป็นผลของกุศล ไม่มีสัมปยุตตเหตุ — Kusalavipākaahetuka-citta: rootless resultant-of-morality consc)
        1. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ จกฺขุวิญฺาณํ
        2. ๒. อุเปกฺขาสหคตํ โสตวิญฺาณํ
        3. ๓. อุเปกฺขาสหคตํ ฆานวิญฺาณํ
        4. ๔. อุเปกฺขาสหคตํ ชิวฺหาวิญฺาณํ
        5. ๕. สุขสหคตํ กายวิญฺาณํ
        6. ๖. อุเปกฺขาสหคตํ สมฺปฏิจฺฉนฺนํ
        7. ๗. โสมนสฺสสหคตํสนฺตีรณํ
        8. ๘. อุเปกฺขาสหคตํ สนฺตีรณํ
        9. ๑. จักขุวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        10. ๒. โสตวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        11. ๓. ฆานวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        12. ๔. ชิวหาวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        13. ๕. กายวิญญาณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยสุขเวทนา
        14. ๖. สัมปฏิจฉันนจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        15. ๗. สันตีรณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา
        16. ๘. สันตีรณจิต ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        17. 1.–4. Eye-, Ear-, Nose-, Tongue-consc, accom by indif.
        18. 5. Body-consc, accom by pleasure.
        19. 6. Receiving-consc, accom by indif.
        20. 7. Investigating-consc, accom by joy.
        21. 8. Investigating-consc, accom by indif.
      3. • อเหตุกกิริยาจิต ๓ (จิตที่เป็นเพียงกิริยา ไม่มีสัมปยุตตเหตุ — Ahetukakiriyā-citta: rootless functional consc)
        1. ๑. อุเปกฺขาสหคตํ ปญฺจทฺวาราวชฺชนํ
        2. ๒. อุเปกฺขาสหคตํ มโนทฺวาราวชฺชนํ
        3. ๓. โสมนสฺสสหคตํ หสิตุปฺปาทจิตฺตํ
        4. ๑. ปัญจทวาราวัชชนจิต[๔] ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        5. ๒. มโนทวาราวัชชนจิต[๕] ที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา
        6. ๓. หสิตุปปาทจิต[๖] ที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา
        7. 1. Five-sense-door adverting consc, accom by indif.
        8. 2. Mind-door adverting consc, accom by indif.
        9. 3. Smile-producing consc, accom by joy.
    3. ๓) กามาวจรโสภณจิต ๒๔ (จิตดีงามที่เป็นไปในกามภูมิ — Kāmāvacara-sobhaṇa-citta: Sense-Sphere beautiful consc
      1. • มหากุศลจิต หรือ สเหตุกกามาวจรกุศลจิต ๘ (จิตที่เป็นกุศลยิ่งใหญ่ หรือ กุศลจิตที่เป็นไปในกามภูมิ มีสัมปยุตตเหตุ — Mahākusala-citta: moral consc)
        1. ๑. โสมนสฺสสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        2. ๒. โสมนสฺสสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        3. ๓. โสมนสฺสสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        4. ๔. โสมนสฺสสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        5. ๕. อุเปกฺขาสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        6. ๖. อุเปกฺขาสหคตํ าณสมฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        7. ๗. อุเปกฺขาสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ อสงฺขาริกํ
        8. ๘. อุเปกฺขาสหคตํ าณวิปฺปยุตฺตํ สสงฺขาริกํ
        9. ๑. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา ไม่มีการชักนำ
        10. ๒. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ประกอบด้วยปัญญา มีการชักนำ
        11. ๓. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่มีการชักนำ
        12. ๔. จิตที่เกิดพร้อมด้วยโสมนัสสเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา มีการชักนำ
        13. ๕. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยปัญญา ไม่มีการชักนำ
        14. ๖. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ประกอบด้วยปัญญา มีการชักนำ
        15. ๗. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา ไม่มีการชักนำ
        16. ๘. จิตที่เกิดพร้อมด้วยอุเบกขาเวทนา ไม่ประกอบด้วยปัญญา มีการชักนำ
        17. 1. One consc, accom by joy, assoc with knowledge, unprompted.
        18. 2. One consc, accom by joy, assoc with knowledge, prompted.
        19. 3. One consc, accom by joy, dissoc from knowledge, unprompted.
        20. 4. One consc, accom by joy, dissoc from knowledge, prompted.
        21. 5. One consc, acc by indif, assoc with knowledge, unprompted.
        22. 6. One consc, acc by indif, assoc with knowledge, prompted.
        23. 7. One consc, acc by indif, dissoc from knowledge, unprompted.
        24. 8. One consc, acc by indif, dissoc from knowledge, prompted.
      2. • มหาวิบากจิต หรือ สเหตุกกามาวจรวิบากจิต ๘ (จิตอันเป็นผลของมหากุศล หรือวิบากจิตที่เป็นไปในกามภูมิ มีสัมปยุตตเหตุ — Mahāvipāka-citta: resultant consc) (เหมือนกับมหากุศลจิตทุกข้อ)
      3. • มหากิริยาจิต หรือ สเหตุกกามาวจรกิริยาจิต ๘ (จิตอันเป็นกิริยาอย่างที่ทำมหากุศลแต่ไม่มีวิบาก ได้แก่การกระทำมหากุศลของพระอรหันต์ หรือกิริยาจิตในกามภูมิ มีสัมปยุตตเหตุ — Mahākiriyā-citta: functional consc) (เหมือนกับมหากุศลจิตทุกข้อ)
  2. ๒. รูปาวจรจิต ๑๕ (จิตอันเป็นไปในรูปภูมิ — Rūpāvacara-citta: Form-Sphere consciousness)
    1. ๑) รูปาวจรกุศลจิต ๕ (กุศลจิตที่เป็นไปในรูปภูมิ ได้แก่จิตของผู้เข้าถึงรูปฌาน — Rūpāvacarakusala-citta: Form-Sphere moral consc)
      1. ๑. วิตกฺกวิจารปีติสุเขกคฺคตาสหิตํ ปมชฺฌานกุสลจิตฺตํ
      2. ๒. วิจารปีติสุเขกคฺคตาสหิตํ ทุติยชฺฌานกุสลจิตฺตํ
      3. ๓. ปีติสุเขกคฺคตาสหิตํ ตติยชฺฌานกุสลจิตฺตํ
      4. ๔. สุเขกคฺคตาสหิตํ จตุตฺถชฺฌานกุสลจิตฺตํ
      5. ๕. อุเปกฺเขกคฺคตาสหิตํ ปญฺจมชฺฌานกุสลจิตฺตํ
      6. ๑. ปฐมฌานกุศลจิต ที่ประกอบด้วย วิตก วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
      7. ๒. ทุติยฌานกุศลจิต ที่ประกอบด้วย วิจาร ปีติ สุข เอกัคคตา
      8. ๓. ตติยฌานกุศลจิต ที่ประกอบด้วย ปีติ สุข เอกัคคตา
      9. ๔. จตุตถฌานกุศลจิต ที่ประกอบด้วย สุข เอกัคคตา
      10. ๕. ปัญจมฌานกุศลจิต ที่ประกอบด้วย อุเบกขา เอกัคคตา
      11. 1. First Jhāna consc with initial application, sustained application, rapture, happiness and one-pointedness.
      12. 2. Second Jhāna consc with sustained application, rapture, happiness and onepointedness.
      13. 3. Third Jhāna consc with rapture, happiness and one-pointedness.
      14. 4. Fourth Jhāna consc with happiness and one-pointedness.
      15. 5. Fifth Jhāna consc with equanimity and one-pointedness.
    2. ๒) รูปาวจรวิบากจิต ๕ (วิบากจิตที่เป็นไปในรูปภูมิ คือ จิตที่เป็นผลของรูปาวจรกุศล — Rūpāvacara-vipāka-citta: Form-Sphere resultant consc) (เหมือนกับรูปาวจรกุศลจิตทุกข้อ เปลี่ยนแต่คำท้ายเป็น วิปากจิตฺตํ)
    3. ๓) รูปาวจรกิริยาจิต ๕ (กิริยาจิตที่เป็นไปในรูปภูมิ คือ จิตของพระอรหันต์ผู้กระทำรูปาวจรกุศล — Rūpāvacara-kiriyā-citta: Form-Sphere functional consc) (เหมือนกับรูปาวจรกุศลจิตทุกข้อ เปลี่ยนแต่คำท้ายเป็น กิริยาจิตฺตํ)
  3. ๓. อรูปาวจรจิต ๑๒ (จิตที่เป็นไปในอรูปภูมิ — Arūpāvacara-citta: Formless-Sphere consc)
    1. ๑) อรูปาวจรกุศลจิต ๔ (กุศลจิตที่เป็นไปในอรูปภูมิ ได้แก่ จิตของผู้เข้าถึงอรูปฌาน — Arūpāvacara-kusala-citta: Formless-Sphere moral consc)
      1. ๑. อากาสานญฺจายตนกุสลจิตฺตํ
      2. ๒. วิญฺาณญฺจายตนกุสลจิตฺตํ
      3. ๓. อากิญฺจญฺายตนกุสลจิตฺตํ
      4. ๔. เนวสญฺานาสญฺายตนกุสลจิตฺตํ
      5. ๑. กุศลจิตประกอบด้วยอากาสานัญจายตนฌาน
      6. ๒. กุศลจิตประกอบด้วยวิญญาณัญจายตนฌาน
      7. ๓. กุศลจิตประกอบด้วยอากิญจัญญายตนฌาน
      8. ๔. กุศลจิตประกอบด้วยเนวสัญญานาสัญญายตนฌาน
      9. 1. Moral Jhāna consc dwelling on the infinity of space.
      10. 2. Moral Jhāna consc dwelling on the infinity of consciousness.
      11. 3. Moral Jhāna consc dwelling on nothingness.
      12. 4. Moral Jhāna consc wherein perception neither is nor is not.
    2. ๒) อรูปาวจรวิบากจิต (วิบากจิตที่เป็นไปในอรูปภูมิ คือ จิตที่เป็นผลของอรูปาวจรกุศล — Arūpāvacara-vipāka-citta: Formless-Sphere resultant consc) (เหมือนกับอรูปาวจรกุศลจิตทุกข้อ เปลี่ยนแต่คำท้ายเป็น วิปากจิตฺตํ)
    3. ๓) อรูปาวจรกิริยาจิต (กิริยาจิตที่เป็นไปในอรูปภูมิ คือ จิตของพระอรหันต์ผู้กระทำอรูปาวจรกุศล — Arūpāvacara-kiriyā-citta: Formless-Sphere functional consc) (เหมือนกับอรูปาวจรกุศลจิตทุกข้อ เปลี่ยนแต่คำท้ายเป็น กิริยาจิตฺตํ)
  4. ๔. โลกุตตรจิต ๘ หรือ ๔๐ (จิตที่เป็นโลกุตตระ — Lokuttara-citta: supermundane consc)
    1. ๑) โลกุตตรกุศลจิต ๔ หรือ ๒๐ (กุศลจิตที่เป็นโลกุตตระ คือ กุศลจิตที่ทำให้ข้ามพ้นอยู่เหนือโลก — Lokuttara-kusala-citta: moral supermundane consc)
      1. ๑. โสตาปตฺติมคฺคจิตฺตํ
      2. ๒. สกทาคามิมคฺคจิตฺตํ
      3. ๓. อนาคามิมคฺคจิตฺตํ
      4. ๔. อรหตฺตมคฺคจิตฺตํ
      5. ๑. จิตที่ประกอบด้วยโสตาปัตติมัคคญาณ คือ กุศลจิตที่เป็นทางให้ถึงกระแสอันไหลไปสู่นิพพาน
      6. ๒. จิตที่ประกอบด้วยสกทาคามิมัคคญาณ คือ กุศลจิตที่เป็นทางให้ถึงความเป็นพระสกทาคามี
      7. ๓. จิตที่ประกอบด้วยอนาคามิมัคคญาณ คือ กุศลจิตที่เป็นทางให้ถึงความเป็นพระอนาคามี
      8. ๔. จิตที่ประกอบด้วยอรหัตตมัคคญาณ คือ กุศลจิตที่เป็นทางให้ถึงความเป็นพระอรหันต์
      9. 1. Consc belonging to the Path of Stream-Entry.
      10. 2. Consc belonging to the Path of Once-Returning.
      11. 3. Consc belonging to the Path of Non-Returning.
      12. 4. Consc belonging to the Path of Arahantship.
        อย่างพิสดาร ให้แจกมัคคจิต ๔ นี้ ด้วยฌาน ๕ ตามลำดับ ก็จะได้จำนวน ๒๐ ตามตัวอย่างดังนี้
        วิตกฺกวิจารปีติสุเขกคฺคตาสหิตํ ปมชฺฌานโสตาปตฺติมคฺคจิตฺตํ ฯลฯ
    2. ๒) โลกุตตรวิบากจิต ๔ หรือ ๒๐ (วิบากจิตที่เป็นโลกุตตระ คือ จิตที่เป็นผลของโลกุตตร-กุศล — Lokuttara-vipāka-citta: resultant supermundane consc)
      1. ๑. โสตาปตฺติผลจิตฺตํ
      2. ๒. สกทาคามิผลจิตฺตํ
      3. ๓. อนาคามิผลจิตฺตํ
      4. ๔. อรหตฺตผลจิตฺตํ
      5. ๑. จิตที่ประกอบด้วยโสตาปัตติผลญาณ
      6. ๒. จิตที่ประกอบด้วยสกทาคามิผลญาณ
      7. ๓. จิตที่ประกอบด้วยอนาคามิผลญาณ
      8. ๔. จิตที่ประกอบด้วยอรหัตตผลญาณ
      9. 1. Consc belonging to the Fruition of Stream-Entry.
      10. 2. Consc belonging to the Fruition of Once-Returning.
      11. 3. Consc belonging to the Fruition of Non-Returning.
      12. 4. Consc belonging to the Fruition of Arahantship.
        อย่างพิสดาร ให้แจกผลจิต ๔ นี้ ด้วยฌาน ๕ ตามลำดับ ก็จะได้จำนวน ๒๐ ตามตัวอย่างดังนี้
        วิตกฺกวิจารปีติสุเขกคฺคตาสหิตํ ปมชฺฌานโสตาปตฺติผลจิตฺตํ ฯลฯ

Comp.81–93.

สงฺคห.๑–๖.


[๑] ท่านเรียบเรียงเป็นคาถาสรุปความไว้ ดังนี้ ทฺวาทสากุสลาเนว กุสลาเนกวีสติ ฉตฺตึเสว วิปากานิ กฺริยาจิตฺตานิ วีสติ ฯ จตุปญฺาสธา กาเม รูเป ปณฺณรสีริเย จิตฺตานิ ทฺวาทสารูเป อฎฺธานุตฺตเร ตถา ฯ อิตฺถเมกูนนวุติปฺ- ปเภทํ ปน มานสํ เอกวีสสตํ วาถ วิภชนฺติ วิจกฺขณา ฯ

[๒] consc = consciousness; accom = accompanied; assoc = associated; dissoc = dissociated; indif = indifference.

[๓] เรียก ปฏิฆสัมปยุตตจิต ก็ได้

[๔] จิตที่รำพึงถึงอารมณ์ที่กระทบทวารทั้ง ๕

[๕] จิตที่รำพึงถึงอารมณ์อันมาถึงคลองในมโนทวาร = โวฏฐัพพนะ

[๖] จิตที่ทำให้เกิดการแย้มยิ้มของพระอรหันต์

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น