อติเรกทสกะ - หมวดเกิน ๑๐

[๓๕๗] ตัณหา ๑๐๘

[๓๕๗] ตัณหา ๑๐๘ (ความทะยานอยาก, ความร่านรน — Taṇhā: craving)

ตัณหา ๑๐๘ ในพระบาลีเดิมเรียก ตัณหาวิจริต (ความเป็นไป หรือการออกเที่ยวแสดงตัวของตัณหา) [องฺ.จตุกฺก.๒๑/๑๙๙/๒๙๐; อภิ.วิ.๓๕/๑๐๓๓/๕๓๐ = A.II.212; Vbh.393] จัดดังนี้

ตัณหาวิจริต ๑๘ อันอาศัยเบญจขันธ์ภายใน = เมื่อมีความถือว่า “เรามี” จึงมีความถือว่า: เราเป็นอย่างนี้ เราเป็นอย่างนั้น เราเป็นอย่างอื่น เราไม่เป็นอยู่ เราพึงเป็นอย่างนี้ เราพึงเป็นอย่างนั้น เราพึงเป็นอย่างอื่น ฯลฯ

ตัณหาวิจริต ๑๘ อันอาศัยเบญจขันธ์ภายนอก = เมื่อมีความถือว่า “เรามีด้วยเบญจขันธ์นี้” จึงมีความถือว่า: เราเป็นอย่างนี้ด้วยเบญจขันธ์นี้ เราเป็นอย่างนั้นด้วยเบญจขันธ์นี้ เราเป็นอย่างอื่นด้วยเบญจขันธ์นี้ ฯลฯ

ตัณหาวิจริต ๑๘ สองชุดนี้ รวมเป็น ๓๖ × กาล ๓ (ปัจจุบัน อดีต อนาคต) = ๑๐๘

อีกอย่างหนึ่ง ตัณหา ๓ (กามตัณหา ภวตัณหา วิภวตัณหา) × ตัณหา ๖ (ตัณหาในรูป ในเสียง ในกลิ่น ในรส ในโผฏฐัพพะ ในธรรมารมณ์) = ๑๘ × ภายในและภายนอก = ๓๖ × กาล ๓ = ๑๐๘ [วิสุทธิ.๓/๑๘๐ = Vism.568]

ดู [๗๔] ตัณหา ๓.

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น