ตรัสรู้

ทรงประทานพระเกศาธาตุแก่ปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา

เมื่อพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าเสร็จจากการเสวยภัตกิจแล้ว วาณิชสองพี่น้องคือ ตปุสสะ กับ ภัลลิกะ จึงกราบทูลว่า

“ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพเจ้าทั้งสองขอถึงพระองค์และพระธรรมเป็นที่พึ่ง ขอพระองค์ทรงทราบว่า ข้าพระพุทธเจ้าทั้งสองเป็นอุบาสกในพระพุทธศาสนา นับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปตราบอวสานแห่งชีวิต”

แล้ววาณิชสองพี่น้องจึงทูลขอสิ่งใดสิ่งหนึ่งซึ่งควรแก่การอภิวาทต่างองค์พระชินสีห์ต่อไปในเบื้องหน้า

ในกาลนั้นสมเด็จพระศาสดาผู้ทรงมหากรุณา จึงยกพระหัตถ์เบื้องขวาขึ้นลูบพระเศียรเกล้า ได้พระเกศาธาตุ หรือเส้นผม จำนวน ๘ เส้น ประทานแก่ตปุสสะและภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้องน้อมรับด้วยความโสมนัสปลื้มปิติ เมื่อกราบบังคมลากลับไปสู่บ้านเมืองของตนแล้ว ได้สร้างพระสถูปบรรจุไว้เพื่อเป็นที่สักการบูชาแก่มหาชนทั่วไป ตปุสสะ และ ภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้อง ได้เป็นปฐมอุบาสกในพระพุทธศาสนา ตั้งมั่นอยู่ในเทววาจิกสรรณคม คือ ถึงพระพุทธเจ้าและพระธรรมทั้งสองเป็นสรณะ คือเป็นที่พึ่ง ด้วยในขณะนั้นยังไม่มีพระสงฆ์บังเกิดขึ้นในโลก

เมื่อตปุสสะ และ ภัลลิกะ วาณิชสองพี่น้องกราบทูลลาไปแล้วพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึงเสด็จจากร่มไม้ราชายตนะ  ต้นเกด ไปประทับเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้อัชปาลนิโครธ ต้นไทร อีกครั้งหนึ่ง พระโพธิสัตว์เจ้าทรงบำเพ็ญเพียรจนได้บรรลุพระอนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ ทรงเข้าถึงความเป็นพระพุทธเจ้า ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เองในวันรุ่งเดือน ๖  ณ ใต้ร่มมหาโพธิบัลลังก์ ทรงหมดสิ้นซึ่งอาสวะกิเลส เมื่อพระพุทธองค์ทรงบรรลุเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ได้ทรงเสวยวิมุตติสุขเนิ่นนานอยู่  ทรงรำพึงถึงธรรมที่ได้ตรัสรู้ว่าเป็นธรรมอันประณีตละเอียดสุขุมคัมภีรภาพยากที่บุคคลจะรู้และปฏิบัติได้ ทำให้พระพุทธองค์ทรงท้อพระทัยดำริว่าจะไม่แสดงธรรมแก่มหาชน

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น