ตรัสรู้

ทรงประสานบาตรรับสัตตูก้อนสัตตูผงจากตปุสะและภัลลิกะน้อมถวาย

ภายหลังจากพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าตรัสรู้แล้วได้ ๔๙ วัน ในกาลนั้นยังมีนายวาณิชสองพี่น้องนามตปุสะ และภัลลิกะ นำหมู่กองเกวียนบรรทุกสินค้าจำนวน ๕๐๐ เล่ม เดินทางค้าขายจากอุกกลชนบท ผ่านป่าเขาลำเนาไพรมาจนถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคมประเทศ ขณะนั้นเทพยดาองค์หนึ่งซึ่งสถิตอยู่ ณ รุกขชาติต้นหนึ่ง เห็นพ่อค้าวาณิชทั้งสองก็รู้ด้วยญาณว่าเคยเป็นญาติกับตนมาในอดีตชาติ ปรารถนาจะสงเคราะห์ให้ได้บรรลุพุทธสรณาคมน์ คือ มีพระพุทธเจ้าเป็นที่พึ่ง จึงใช้เทวานุภาพบันดาลให้เกวียนทุกเล่มหยุดนิ่งเหมือนล้อถูกตรึงติดกับพื้นพสุธา

ฝ่ายพ่อค้าวาณิชเห็นเหตุการณ์อันอัศจรรย์เช่นนั้นก็ตกใจกลัวพยายามหาวิธีแก้ไขหลายประการแต่ไร้ผล ในที่สุดทั้งสองจึงทำพิธีพลีกรรมบวงสรวงเทพยดาเจ้าป่า อธิษฐานขอให้ช่วยอนุเคราะห์เทพยดาผู้เป็นญาติของสองวาณิชจึงปรากฏกายขึ้น กล่าวแนะนำว่า

“ดูกรท่านผู้นิรทุกข์ บัดนี้มีพระผู้มีพระภาคเจ้าเพิ่งตรัสรู้ใหม่ประทับอยู่ ณ ร่มไม้เกด ท่านจงไปเฝ้าพระพุทธองค์ทำการอภิวาทด้วยความเคารพ แล้วนำข้าวสัตตูก้อนสัตตูผง น้อมถวายแด่พระองค์เถิด ผลแห่งทานครั้งนี้ นับว่าล้ำเลิศยิ่งนัก จะเกื้ออำนวยสุขประโยชน์แก่ท่านทั้งสองสิ้นกาลนาน”

เมื่อร่างของเทพยดาผู้เอื้ออารีอันตรธานหายไป สองนายวาณิชต่างรู้สึกพิศวงด้วยไม่เคยนึกฝันว่าจะได้เห็นเทพเจ้า และยิ่งได้ทราบข่าวว่าบัดนี้พระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกแล้ว ต่างมีความยินดีโสมนัส เหลือบมองหาจนเห็นองค์พระสัพพัญญูซึ่งประทับอยู่ ณ ร่มไม้เกด ประกอบ ด้วยลักษณะมหาบุรุษ มีพระฉัพพรรณรังสีเจิดจำรัสโอภาสเป็นที่อัศจรรย์ ทั้งสองต่างมีจิตเลื่อมใสศรัทธาปราโมทย์รีบเข้าไปทำการอภิวาทและถวายข้าวสัตตูก้อนสัตตูผงพร้อมกราบทูลว่า

“ข้าแต่พระผู้มีพระภาคเจ้า ขอพระองค์จงทรงพระอนุเคราะห์รับบิณฑบาตไทยทานของข้าพระพุทธเจ้า เพื่อประโยชน์สุขแก่ข้าพระพุทธเจ้าสิ้นกาลนานเทอญ”

ในเวลานั้นพระผู้มีพระภาคมีพระประสงค์จะรับ แต่บาตรที่ฆฏิกาพรหมถวายในวันเสด็จออกบรรพชาได้อันตรธานไป ตั้งแต่คราวรับมธุปายาสของนางสุชาดา และถาดทองนั้นก็ได้เสี่ยงบารมีลอยไปแล้ว พระพุทธองค์ทรงดำริในพระหทัยว่าบัดนี้บาตรของเราไม่มี พระพุทธเจ้าแต่ปางก่อนทรงรับบิณฑบาตด้วยหัตถ์มีบางไหมหนอ

ฝ่ายท้าวจัตุโลกบาลทั้ง ๔  เมื่อทราบพุทธอัธยาศัย ว่าพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าปรารถนาจะรับบิณฑบาตของวาณิชสองพี่น้อง แต่บาตรที่ฆฏิกาพรหมถวายในวันเสด็จออกบรรพชาได้อันตรธานไป ท้าวจัตุโลกบาลทั้ง ๔ จึงนำบาตรศิลามีสีดั่งหยกหรือถั่วเขียว เหาะมาจาก ๔ ทิศน้อมนำมาถวาย องค์ละใบ ๆ พระพุทธองค์ทรงรับบาตรทั้ง ๔ ใบนั้นเพื่อรักษาศรัทธา ปสาทะของผู้ถวาย แล้วทรงอธิษฐานผสานบาตรทั้ง ๔ ใบเข้าเป็นบาตรเดียวและใช้บาตรนั้นรับข้าวสัตตูก้อนสัตตูผงของสองวาณิช เมื่อรับบิณฑบาตรแล้วพระผู้มีพระภาคเจ้าจึงทรงทำภัตกิจเสวยข้าวสัตตูก้อนสัตตูผงในเวลานั้น

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น