ตรัสรู้

ทรงแสดงอิทธิปาฎิหารย์เปิดโลก โลกรวิวรรณ

เมื่อใกล้ครบกำหนดไตรมาสที่พระบรมศาสดาเสด็จไปประทับ ณ สวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เพื่อแสดงธรรมโปรดพระพุทธมารดา ครั้นจวนถึงวันออกพรรษาเหล่ามหาชนผู้เฝ้าคอยรับเสด็จทราบจากพระโมคคัลลานะเถระเมื่อครั้งแสดงฤทธิ์เหาะไปเฝ้าพระพุทธองค์ ณ ดาวดึงส์พิภพว่า พระบรมศาสดาจะเสด็จลงสู่มนุษย์โลก ณ ประตูเมืองสังกัสสะนคร อันเป็นเมืองที่พระสารีบุตรเถระจำพรรษาอยู่มหาชนทั้งหลายจึงพร้อมใจกันออกเดินทางไปสู่เมืองดังกล่าว

ฝ่ายท้าวสักกเทวราชเมื่อทราบพุทธประสงค์ดังนั้น จึงนิรมิตบันไดทิพย์ทั้ง  ๓  คือ บันไดแก้วให้อยู่กลางสำหรับส่งเสด็จพระผู้มีพระภาคเจ้าลงจากดาวดึงส์  เบื้องขวาเป็นบันไดทองสำหรับท้าวสักกเทวราชและเทพยดาทั้งหลาย  เบื้องซ้ายเป็น บันไดเงิน สำหรับหมู่พรหมทั้งหลายที่ตามส่งเสด็จ เชิงบันไดทิพย์ทั้ง ๓ นี้ได้ทอดจากยอดเขาสิเนรุราชหรือเขาสุเมรุ เป็นภูเขาซึ่งถือว่าเป็นที่ตั้งแห่งเมืองสวรรค์ชั้นดาวดึงส์

พระพุทธองค์ประทับยืนท่ามกลางหมู่เทพยดา พระอินทร์ และพรหมทั้งหลายแล้วทรงทำ “โลกรวิวรรณปาฏิหาริย์” คือ ทรงเปิดโลกทั้ง ๓ อันได้แก่ เทวโลก ยมโลก และมนุษย์โลก ให้มองเห็นถึงกันหมดด้วยพุทธานุภาพ โดยทอดพระเนตรไปในทิศต่าง ๆ ทั้งเบื้องบนเบื้องล่างทั้ง ๑๐ ทิศ พร้อมกับเปล่งพระฉัพพรรณรังสี ๖ ประการ

ณ บัดนั้นทุกหนทุกแห่งสามารถมองทะลุเห็นกันได้โดยตลอด เหล่าเทพยดาในสวรรค์มองเห็นมนุษย์และสัตว์นรก มนุษย์มองเห็นเทพยดาและสัตว์นรก สัตว์นรกมองเห็นมนุษย์และเทพยดาเมื่อทรงทำปาฏิหาริย์เปิดโลกแล้ว พระบรมศาสดาจึงเสด็จลีลาลงจากดาวดึงส์สู่เมืองสังกัสสะนคร ในวันแรม  ๑  ค่ำ เดือน  ๑๑

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น