ตรัสรู้

นางวิสาขามหาอุบาสิกา

นางวิสาขา เป็นบุตรี ของ ธนัญชัยเศรษฐี แห่งเมืองภัททิยนคร แคว้นอังคะ (อยู่ในอารักขาของแคว้นมคธ) มารดาของนางวิสาขามีนามว่า สุมนาเทวี แต่เดิมท่านเมณฑกเศรษฐีผู้เป็นปู่ของนางวิสาขาเป็นหนึ่งในจำนวนเศรษฐีใหญ่ ๕ ตระกูลแห่งแคว้นมคธ อันได้รับการแต่งตั้งจากพระเจ้าพิมพิสาร คือ

เศรษฐีใหญ่ ๕ ตระกูลแห่งแคว้นมคธ

  1. โชยเศรษฐี
  2. ชฏิลเศรษฐี
  3. ปุณณกเศรษฐี
  4. กาลวัลลิยเศรษฐี
  5. เมณฑกเศรษฐีซึ่งเป็นตระกูลเศรษฐีใหญ่ที่สุด

เศรษฐีใหญ่ ๒ ตระกูล แห่งแคว้นโกศล

ส่วนแคว้นโกศลของพระเจ้าปเสนทิโกศล มีเศรษฐีใหญ่อยู่ ๒ ตระกูล คือ อนาถบิณฑิกเศรษฐี และ มิคารเศรษฐี ต่อมาท่านธนัญชัยเศรษฐีบุตรชายของเมณฑกเศรษฐีได้ย้ายไปตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ แคว้นโกศล ตามที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทูลขอต่อพระเจ้าพิมพิสาร ซึ่งในขณะนั้นนางวิสาขามีอายุได้ ๙ ปี ครอบครัวของท่านธนัญชัยเศรษฐีตั้งบ้านเรือนอยู่ ณ สถานที่ซึ่งกลายเป็นเมืองสาเกตอันอยู่ห่างจากพระนครสาวัตถี แคว้นโกศลประมาณ ๗ โยชน์ ซึ่ง ๑ โยชน์ มีความยาว ๔๐๐ เส้น ต่อมานางวิสาขาได้แต่งงานกับปุณณวัฒนะ บุตรชายของมิคารเศรษฐี

เบญจกัลยาณี หญิงผู้มีความงาม ๕ ประการ ซึ่งนางวิสาขาเป็นหญิงที่ได้รับการยกย่องว่ามีลักษณะนั้น ได้แก่

  1. มีผมงาม คือ ผมของนางเหมือนกับหางนกยูง เมื่อปล่อยสยายลงปลายผมยาวถึงผ้านุ่ง และปลายผมงอนช้อนขึ้น
  2. มีเนื้องาม คือ เหงือกที่หุ้มฟันมีสีสุกเช่นผลมะพลับ เนื้อสม่ำเสมอมิดชิด ตามตำราพราหมณ์
  3. มีฟันงาม คือ ฟันขาวสะอาดเหมือนสังข์ที่ขัดแล้ว ฟันขึ้นเป็นระเบียบสม่ำเสมอ
  4. มีผิวงาม คือ ปราศจากไฝฝ้าราคี ถ้าผิวดำก็ดำสนิท เช่นพวกอุบลสีเขียว ถ้าผิวขาวก็ขาวสะอาดเช่นพวงกรรณิการ์
  5. มีวัยงาม คือ ทรงความเป็นสาวอยู่ได้ไม่ร่วงโรย

ปุณณวัฒนะได้บอกกับพ่อแม่ที่ได้ขอให้ตนแต่งงานว่า จะแต่งงานเฉพาะกับหญิงที่มีความงามตามลักษณะเบญจกัลยาณีเท่านั้น ทั้งนี้เพราะแต่แรกมิได้มีความประสงค์จะมีครอบครัวในเวลานั้น เพียงแต่กระทำหน้าที่ลูกที่ดีตามธรรมเนียมพราหมณ์ในสมัยนั้น ซึ่งผู้เป็นบิดามารดาจะต้องจัดให้ลูกแต่งงานมีครอบครัว มิคารเศรษฐีได้ขอให้พราหมณ์ชั้นผู้ใหญ่จำนวน ๑๐๘ คนช่วยเหลือ

พราหมณ์ใช้เวลาเสาะหาหญิงที่มีความงามตามลักษณะเบญจกัลยาณีหลายวัน จนวันหนึ่งเมืองสาเกตมีงานนักขัตฤกษ์ พราหมณ์ได้พบนางวิสาขาซึ่งขณะนั้นมีอายุ ๑๕ ปี เป็นหญิงที่มีความงามซึ่งปรากฏ ๓ อย่างคือ ผิวงาม ผมงาม และวัยงาม พอดีฝนตกลงมาหญิงบริวารทั้ง ๕๐๐ พากันวิ่งเข้าไปหลบในศาลา แต่นางวิสาขายังคงก้าวเดินตามปกติ พราหมณ์เห็นอุบายที่จะดูว่านางฟันและเนื้องามตามตำราหรือไม่ จึงแกล้งตำหนิว่านางเป็นหญิงอ่อนแอเกียจคร้านจึงไม่วิ่งเข้ามาหลบฝนในศาลาเหมือนหญิงสาวคนอื่น ๆ คงไม่สามารถเป็นแม่บ้านที่ดีได้แน่

นางวิสาขาอธิบายให้พราหมณ์ฟังว่า มีคนอยู่ ๔ จำพวกที่วิ่งไม่งาม คือ

  1. พระราชา
  2. ช้างมงคลหัตถี
  3. บรรพชิต และ
  4. กุลสตรี

และเกรงว่าหากวิ่งไปเกิดพลาดพลั้งหกล้มเป็นอันตรายบิดามารดาก็จะเสียใจ พราหมณ์เห็นว่านางเป็นหญิงที่มีความงามต้องตามตำราเบญจกัลยาณี จึงยื่นพวงมาลัยทองคำที่เตรียมมาสวมศีรษะนางวิสาขา อันเป็นเครื่องหมายว่าต้องการนำไปเป็นแม่เรือนตามธรรมเนียมพราหมณ์ในสมัยนั้น

ก่อนส่งตัวนางวิสาขาไปยังบ้านเจ้าบ่าว ท่านธนัญชัยเศรษฐีได้ให้โอวาทเกี่ยวกับการครองเรือนไว้ ๑๐ ประการ ดังนี้

โอวาท ๑๐ ประการของธนัญชัยเศรษฐี

  1. ไฟในอย่านำออก หมายถึง ไม่ควรนำความลับหรือเรื่องไม่ดีงามภายในครอบครัว ไปบอกเล่าให้คนภายนอกได้รับรู้
  2. ไฟนอกอย่านำเข้า หมายถึง ไม่ควรนำคำนินทาว่าร้ายเสียดสีด้วยความอิจฉาริษยา จากบุคคลภายนอกมาสู่ครอบครัวอันจะเป็นเหตุให้เกิดเรื่องไม่ดีงามและความบาดหมาง
  3. พึงให้แก่คนที่ให้ หมายถึง คนที่เคยเกื้อหนุนเอื้อเฟื้อควรมีน้ำใจไมตรีตอบแทน เมื่อมีผู้มาหยิบยืมข้าวของเงินทอง ควรให้แก่คนที่นำมาคืนเท่านั้น
  4. พึงอย่าให้แก่คนที่ไม่ให้ หมายถึง คนที่ไม่เคยเกื้อหนุนเอื้อเฟื้อมีน้ำใจก็ไม่ควรทำใจกว้างหรือทำหน้าใหญ่ใจโต ผู้ที่เคยหยิบยืมแล้วไม่นำมาคืน คราวต่อไปหากยังกล้ามาหยิบยืมอีก ไม่ควรให้
  5. พึงให้แก่คนที่ให้และไม่ให้ หมายถึง การสงเคราะห์ญาติและมิตรสหายแม้เขาจะนำมาคืนหรือไม่ก็ตาม เมื่อเห็นว่าเป็นการสมควร หรือเขาเป็นคนดีควรแก่การเกื้อหนุนอนุเคราะห์ ก็ควรให้
  6. พึงนั่งให้เป็นสุข หมายถึง การนั่งในที่อันเหมาะสมอันควรไม่เกะกะขวางทาง ไม่ต้องคอยลุกหลีกเมื่อพ่อสามีแม่สามีหรือผู้ใหญ่เดินผ่าน และนั่งเมื่อจัดการงานเสร็จเรียบร้อยแล้ว
  7. พึงนอนให้เป็นสุข หมายถึง ควรนอนทีหลังพ่อสามีแม่สามี และสามีได้เข้านอนแล้ว คือต้องตรวจดูข้าวของกลอนประตูหน้าต่างและฟืนไฟให้เรียบร้อย ทั้งจัดแจงข้าวของที่จำเป็นสำหรับหุงหาหรือใช้สอยในวันรุ่งขึ้นให้พร้อมมูลครบครัน จึงจะถือได้ว่าเป็นแม่บ้านแม่เรือนที่ดี
  8. พึงกินให้เป็นสุข หมายถึง ควรจัดข้าวปลาอาหารสำหรับพ่อสามีแม่สามี สามีและบุตร ให้เป็นที่เรียบร้อย
  9. พึงบูชาไฟ หมายถึง การให้ความเคารพยำเกรงสามี และบิดามารดาของสามีตลอดจนญาติผู้ใหญ่
  10. พึงบูชาเทวดา หมายถึง ให้นับถือบิดามารดาสามีและบรรพบุรุษ

เครื่องมหาลดาปสาธน์

ตระกูลบิดาของนางวิสาขาเป็นตระกูลที่ร่ำรวยมหาศาล มีทรัพย์มากกว่าตระกูลของมิคารเศรษฐีบิดาปุณณวัฒนะผู้เป็นสามี นางวิสาขาเป็นหญิง ๑ ใน ๓ ของชมพูทวีปที่มีเครื่องประดับพิเศษในวันแต่งงานซึ่งเรียกว่า “มหาลดาปสาธน์” เป็นเครื่องประดับที่ใช้สวมศีรษะให้คลุมลงมาถึงหลัง ส่วนบนทำเป็นรูปนกยูงทอง ๑ ตัว ปีกขวาและซ้ายมีขนทองคำข้างละ ๕๐๐ ขน และก้านขนมีเสียงดนตรีเห่กล่อมได้ ซึ่งรวมแล้วต้องใช้ทองคำเนื้อดี ๑,๐๐๐ แท่ง ประดับด้วย แก้วมณี แก้วมุกดา แก้วประพาฬ ๒๓ ทะนาน และเพชรอีก ๒๑ ทะนาน ฯลฯ

ในโลกมีหญิงเพียง ๓ คนเท่านั้นที่มีเครื่องประดับมหาลดาปสาธน์ คือ

  1. นางวิสาขามหาอุบาสิกา
  2. นางมัลลิกา ภรรยาของพันธุลเสนาบดี ซึ่งนางได้ถวายเป็นเครื่องคลุมพระบรมสรีระพุทธเจ้าเมื่อปรินิพพาน
  3. ลูกสาวเศรษฐีกรุงพาราณสี
แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น