ตรัสรู้

พญานาคราชขนดตนถวายเป็นพุทธบัลลังก์นาคปรก

เมื่อพระผู้มีพระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับนั่งสมาธิ ณ ภายใต้ตันอัชปาลนิโครธ ต้นไทร เป็นระยะเวลา ๗ วัน และทรงขับไล่ธิดาพญามารไปแล้ว ในสัปดาห์ที่ ๖ ได้เสด็จพุทธดำเนินไปประทับนั่งสมาธิเสวยวิมุตติสุข ณ ร่มไม้จิกอันมีนามว่ามุจลินท์พฤกษ์ ซึ่งประดิษฐานอยู่ทางทิศอาคเนย์ หรือตะวันออกเฉียงใต้ ของต้นพระศรีมหาโพธิ

ในกาลนั้นเกิดมีฝนตกพรำอยู่มิขาดสาย พญานาคตนหนึ่งนามว่า มุจลินทนาคราช ผู้เป็นราชาแห่งนาคพิภพได้ขึ้นมาจากบาดาล ขนดกายเป็น ๗ ชั้น แล้วแผ่พังพานใหญ่ปกคลุมเบื้องบนพระเศียรเสมือนกั้นด้วยเศวตฉัตรถวายพระผู้มีพระภาคเจ้า ด้วยประสงค์ป้องกันลมฝนความหนาวเหน็บ ตลอดจน เหลือบ ไร ริ้น ยุง และสัตว์เลื้อยคลานทั้งหลายมิให้มาต้องพระวรกาย

จนวันที่ ๓ ผ่านไปฝนจึงหยุด พญานาคราชจึงคลายขนดกายออก แปลงร่างเป็นมานพหนุ่มถวายอภิวาทอยู่ ณ ที่เฉพาะพระพักตร์ ลำดับนั้นพระพุทธองค์จึงทรงเปล่งอุทานว่า

“สุโข วิเวโก ตุฏฺฐัสสะ สุตะธัมมัสสะ ปัสสะโต อัพยาปัชชัง สุขัง โลเก ปาณะภูเตสู สัญญะโม
สุขา วิราคะตา โลเก กามานัง สะมะติกฺกะโม อัสมิมานัสสะ วินะโย เอตัง เว ปะระมัง สุขัง ฯ”

ความว่า..

ความสงัด คือ ความสุขของบุคคลผู้มีธรรมอันได้สดับแล้ว ได้รู้เห็นสังขารทั้งปวง ตามความเป็นจริงอย่างไร ความสำรวมไม่เบียดเบียนในสัตว์ทั้งหลาย และความเป็นผู้ปราศจากกำหนัดหรือสามารถก้าวล่วงพ้นซึ่งกามทั้งปวงเสียได้ เป็นสุขอันประเสริฐในโลก ความขาดจากอัสมิมานะ หรือการถือตัวตน หากกระทำให้การถือตัวหมดสิ้นไปได้นั้น เป็นความสุขอย่างยิ่ง”

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น