ตรัสรู้

พระญาติทั้งสองฝ่ายตามเสด็จออกบวช

หลังจากที่พระบรมศาสดาเสด็จกรุงกบิลพัสดุ์เพื่อแสดงธรรมโปรดพระพุทธบิดาได้ไม่นาน เจ้าชายเทวทัตแห่งราชสกุลโกลิยวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธมารดา ซึ่งพระเทวทัต เป็นพระเชษฐาหรือพี่ชาย ของพระนางยโสธราพิมพา ผู้เป็นชายาของเจ้าชายสิทธัตถะ ได้เสด็จออกบวชพร้อมเจ้าชายแห่งราชสกุลศายวงศ์ พระญาติฝ่ายพุทธบิดา อีก  ๕  องค์ คือ เจ้าชายภัททิยะ เจ้าชายอนุรุทธะ เจ้าชายอานนท์ เจ้าชายภัคคุ เจ้าชายกิมพิละ และนายอุบาลี อดีตนายภูษามาลา ช่างตัดผม ซึ่งภายหลังคือ พระอุบาลี

ทั้ง ๗ ได้ออกบวชในสำนักของพระบรมศาสดาที่ อนุปิยนิคม แคว้นมัลละ ด้วยวิธี บัญญัติจตุตถกรรมวาจา หลังจากบวชแล้ว พระเทวทัตเป็นผู้มีใจมักใหญ่ใฝ่สูง คิดทำลายพระพุทธเจ้าเพื่อตนจะได้เป็นใหญ่ในสังฆมณฑล วันหนึ่งจึงเข้าเฝ้าพระบรมศาสดากราบทูลว่าพระองค์มีอายุมากแล้วขอให้ตนได้ปกครองสงฆ์ เมื่อพระพุทธองค์ทรงปฏิเสธ พระเทวทัตจึงไปยุพระราชกุมารอชาตศัตรู ให้คิดประหารและชิงบัลลังก์จากพระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นราชบิดา ทั้งนี้เพราะพระเทวทัตหมายใช้พระราชกุมารอชาตศัตรูเป็นฐานกำลังในการชิงอำนาจในสังฆมณฑล

พระราชกุมารอชาตศัตรูหลงเชื่อ ด้วยพระเทวทัตผู้สำเร็จฤทธิ์ทำให้พระราชกุมารอชาตศรัตรูนับถือศรัทธา แต่กระทำการหละหลวมถูกจับได้ เมื่อพระเจ้าพิมพิสารทรงทราบว่าพระราชโอรสต้องการราชสมบัติจึงทรงสละตำแหน่งมอบให้พระเจ้าอชาตศัตรูขึ้นเป็นกษัตริย์ปกครองแคว้นมคธแต่พระเทวทัตยังยุยงให้จับพระเจ้าพิมพิสารประหาร เพราะหากพระองค์เปลี่ยนใจในวันข้างหน้าอาจทวงราชสมบัติคืน

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น