ตรัสรู้

พระอานนท์เถระ ขอพร ๘ ประการ

เมื่อได้รับเลือกเป็นพุทธอุปัฏฐาก พระอานนท์เถระได้ขอพร ๘ ประการจากพระพุทธเจ้า ดังนี้

  1. อย่าประทานจีวรอันประณีตแก่ข้าพระองค์
  2. อย่าประทานบิณฑบาตอันประณีตแก่ข้าพระองค์
  3. อย่าให้ข้าพระองค์อยู่ในที่ประทับร่วมกับพระองค์
  4. อย่าพาข้าพระองค์ไปในที่มีผู้นิมนต์
  5. ขอให้พระศาสดาเสด็จไปยังนิมนต์ที่ข้าพระองค์รับไว้
  6. ขอให้ข้าพระองค์นำบริษัทผู้มาแต่ที่ไกลเข้าเฝ้าได้เสมอ
  7. ขอให้ข้าพระองค์เข้าเฝ้าทูลถามความสงสัยได้ทุกครั้ง
  8. เมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จไปแสดงธรรมเรื่องอะไร ที่ไหน ซึ่งข้าพระองค์มิได้ฟัง ขอให้ตรัสเทศนาธรรมนั้นแก่ข้าพระองค์ด้วย

พร ๔ ข้อแรก พระอานนท์เถระขอเพื่อป้องกันความบริสุทธิ์สำหรับตนเอง เพื่อมิให้มีผู้ตำหนิว่ารับหน้าที่อุปัฏฐากเพราะเห็นแก่ผลตอบแทน ข้อ ๕-๖ เพื่อป้องกันข้อครหาว่าไม่อาจอนุเคราะห์พุทธบริษัทได้ทั้งที่เป็นพระอุปัฏฐาก ข้อ ๘ เพื่อป้องกันข้อครหาว่าเป็นเสมือนกบเฝ้าอยู่ใกล้สระไม่รู้เลยว่าพระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมเรื่องอะไร แก่ใคร ที่ไหน อย่างไร

พระอานนท์ ได้กระทำหน้าที่มหาอุปัฏฐากเป็นระยะเวลา ๒๕ ปี ท่านได้อุทิศทั้งชีวิตเพื่อการนี้ ดังเช่นเมื่อครั้งพระเทวทัตปล่อยช้างนาฬาคิรีจะให้ทำร้ายพระพุทธเจ้า พระอานนท์เถระได้วิ่งออกมาขวาง

นอกจากนี้พระอานนท์ยังได้เป็นผู้สร้างความศรัทธาแก่พระเจ้าอุเทนแห่งนครอุชเชนี แคว้นอวันตี และพระนางสามาวดีผู้เป็นมเหสีให้นับถือพระพุทธศาสนาด้วยศรัทธา ครั้งหนึ่งพระเจ้าอุเทนไม่พอใจพระมเหสีและบริวารจำนวน ๕๐๐ คนที่ถวายผ้าห่มบูชาหลังจากฟังพระธรรมเทศนาของพระอานนท์เถระ จึงเสด็จมายังที่พักพร้อมไตร่ถามพระเถระว่านำผ้าห่มไปทำอะไร พระอานนท์ตอบว่าได้นำไปแจกจ่ายแก่พระภิกษุสงฆ์ที่มีจีวรเก่าและขาด และภิกษุสงฆ์เหล่านั้นนำจีวรผืนเก่าไปทำผ้าปูที่นอน นำผ้าปูที่นอนผืนเก่าไปทำผ้าปูพื้น นำผ้าปูพื้นผืนเก่าไปทำผ้าเช็ดเท้า นำผ้าเช็ดเท้าผืนเก่าไปผสมกับดินเหนียวฉาบฝากุฏิ พระเจ้าอุเทนเห็นว่าผ้าที่ถวายนั้นพระภิกษุสงฆ์ได้นำมาใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า ทรงมีพระทัยเลื่อมใสรับสั่งให้เจ้าพนักงานนำผ้าจากพระราชมณเฑียรมาถวายพระอานนท์ อีก ๕๐๐ ผืน

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น