ปฐมบทเกี่ยวกับพระพุทธเจ้า

ความแตกต่างทางอานุภาพ และที่อยู่

นิกายอาจาริยวาท ได้กล่าวถึงอานุภาพของพระพุทธเจ้าแตกต่างกันออกไปในแต่ละประเทศแต่ละสูตร เช่นบางแห่งแสดงว่า พระทีปังกรพระพุทธเจ้า มีพระชนม์อยู่ถึงหมื่นแสนปี บางแห่งว่าสามพันปี บางองค์มีหน้าที่รักษาวิญญาณของผู้ตาย บางองค์มีหน้าที่ทำลายความชั่วร้าย บางองค์มีอานุภาพบันดาลความสำเร็จให้ บางองค์เป็นผู้ศักดิ์สิทธิ์ทางรักษาโรค เป็นแพทย์คอยรักษาโรคและประทานโอสถแก่สัตว์ผู้เจ็บป่วย บางองค์จากโลกไปแล้ว ไปประทับ ณ แดนสุขาวดี บางองค์อยู่ประจำ ๘ ทิศ และมีที่อยู่รวมของพระพุทธเจ้าหลายสิบองค์เพื่อให้ช่วยหลายอย่าง

ฝ่ายเถรวาท ไม่ได้นับถือว่าองค์ไหน มีอานุภาพสำคัญกว่าองค์อื่น ๆ หรือมีความสำคัญที่สุด กล่าวคือคำสอนว่าเหมือนกับทุก ๆ พระองค์ไม่มีที่อยู่เฉพาะแห่งหรือที่รวม เป็นแต่แสดงถึงที่สุดแห่งชีวิตว่าเสด็จเข้าสู่ปรินิพพานเท่านั้น พระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันเป็นที่เคารพบูชา

ในเรื่องอานุภาพหรือเดช ตลอดจนที่อยู่ต่างแห่งกันก็ดีอยู่รวมกันก็ดี ของพระพุทธเจ้าทั้งมวลของมหายานนั้น เป็นอิทธิพลของลัทธิฮินดูในเรื่องอวตาร แต่ฝ่ายหีนยานก็มีอิทธิพลของพราหมณ์แทรกอยู่ด้วยไม่น้อย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย เรื่องพระสงฆ์ทำเครื่องรางของขลังแจกก็ดี ดูฤกษ์ยาม ดูดวงชะตาราศีก็ดี ซัดกรวดทราย โดยที่สุดแม้ทำน้ำมนต์เพื่อความสวัสดีก็ดี ล้วนเป็นอิทธิพลของพราหมณ์ทั้งสิ้น ถ้าเป็นพุทธศาสนาแท้ ๆไม่มีสิ่งเหล่านี้ พระพุทธศาสนาสอนให้ประพฤติธรรมในหลักทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว ผลทั้งหลายย่อมมีเหตุเป็นที่เกิด การสวดมนต์ภาวนา ไม่ใช่เพื่อความศักดิ์สิทธิ์หรือสวัสดิมงคล แต่เพื่อทำใจให้สงบจากกิเลสให้เกิดสมาธิ เกิดปัญญาในที่สุด ตามฐานะของคน เช่นชาวบ้านก็ประพฤติศีลธรรมของชาวบ้าน พระสงฆ์ก็ประพฤติศีลธรรมของพระสงฆ์ ซึ่งต่างมุ่งให้สำเร็จจุดหมายแห่งชีวิตของตน คือความสุข หรือความหลุดพ้น

เรื่องของความสุขเป็นเรื่องใหญ่ของชีวิตมนุษย์ มนุษย์ที่ยังติดโลกีย์ หมายถึงยึดมั่นอยู่ในโลกธรรม คืออยากได้ยศ ยินดีเมื่อได้ พยายามหลีกเลี่ยงความเสื่อมยศ แต่ก็เสี่ยงไม่ได้ บางคนแม้จะเลี่ยงได้เมื่อมีชีวิตอยู่ เมื่ออยู่ในตำแหน่ง แต่เมื่อตาย เมื่อพ้นตำแหน่งยศก็เสื่อมไป ใหญ่กับใครไม่ได้อีก สรรเสริญทางโลกนั้นมี ๒ ทาง สรรเสริญกันเพราะได้ประโยชน์ หรือเพราะความดีจริง ๆ เมื่อไม่ได้หรือขัดผลประโยชน์ก็นินทา สำหรับความร่ำรวยหรือได้สิ่งที่ต้องการเป็นความสุข คือลาภและความสุขยิ่งเป็นอนิจจัง มนุษย์ปุถุชนย่อมมีได้ เสีย สุข ทุกข์ อยู่เสมอ ผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เว้นแต่ใครจะมีส่วนไหนมากน้อยกว่ากันเท่านั้น

โลกียธรรมของพระพุทธเจ้า มุ่งยกจิตใจคนให้เป็นคนพัฒนา เป็นคนที่มีกฏเกณฑ์ เคารพระเบียบ มีเหตุผล ซึ่งมนุษย์ผู้ไม่มีธรรมะหรือไม่พัฒนานั้นตามใจชอบ ระเบียบที่เป็นประโยชน์แก่ตนก็เคารพ ที่ไม่ชอบใจก็ละเลย ทำอะไรตามใจชอบ ไม่เคารพกฏเกณฑ์ ฯลฯ พระพุทธศาสนาเนื้อธรรมนั้นมุ่งยกจิตใจคนให้สูง ให้เป็นมนุษย์พัฒนา

ธรรมส่วนโลกุตระ ที่พระพุทธองค์ประทานไว้ สำหรับคนที่เกิดเอือมระอาต่อชีวิตในการเกิด เบื่อหน่ายต่อความเกิด ความแก่ ความเจ็บและความตาย แสวงหาสุขที่แท้จริง ทำใจให้หลุดพ้นไม่ต้องมาเกิดอีก เป็นอรหันต์เข้านิพพาน นี้เป็นเรื่องของความหลุดพ้น ทางโลกุตระ

แสดงความคิดเห็น
เว็บไซต์พุทธะ
คำว่า “พุทธะ” นอกจากจะหมายถึง องค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าแล้ว ยังหมายถึง การเป็นผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน โดยการปฏิบัติธรรมตามหลักธรรมแห่งองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอีกด้วย

แสดงความเห็น