วัดไทย

วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี

พระรูปองค์ใหญ่หลวงพ่อชินประทานพร - วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรีพระรูปองค์ใหญ่หลวงพ่อชินประทานพร - วัดถ้ำเสือ กาญจนบุรี

วัดถ้ำเสือ เป็นวัดที่มีชื่อเสียงไม่น้่อย รวมถึงยังถือว่าเป็นวัดที่มีพระที่มีองค์ใหญ่ที่สุดในจังหวัดกาญจนบุรี พระเจดีย์ที่มีความสวยงามโดดเด่น สามารถมองเห็นได้จากในระยะไกล เพราะตั้งอยู่บนเนินเขา ใครที่มาเที่ยวจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะเยี่ยมชมวัด สักการะพระบรมสารีริกธาตุภายในพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท และนมัสการหลวงพ่อชินประทานพร

วัดถ้ำเสือตั้งอยู่บนเนินเขา ในตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง เป็นอำเภอที่อยู่ก่อนถึงตัวเมืองกาญจนบุรี เดิมเป็นเพียงสำนักสงฆ์เล็กๆ ที่อยู่ในบริเวณถ้ำเสือด้านล่างริมเนินเขา ต่อมาได้แรงศรัทธาจากชาวบ้าน ร่วมกันสร้างและบูรณะ จนกลายเป็นวัดที่ใหญ่โต และมีความวิจิตรงดงาม

เมื่อไปถึงวัดถ้ำเสือด้านหน้าจะเป็นลานจอดรถ และร้านขายของกิน ของฝากต่างๆ ศาลาด้านล่างติดกับบริเวณที่จอดรถ เป็นศาลาการเปรียญประดิษฐานสังขารหลวงปู่ชื่น ที่บรรจุอยู่ในโลงแก้ว มีศาลาประดิษฐานรูปหล่อเจ้าอาวาสหลวงพ่อสิงห์ หลวงพ่อชื่น ซึ่งหลวงพ่อสิงห์เป็นพระธุดงค์ที่มาพบถ้ำเสือ ส่วนหลวงพ่อชื่นเป็นผู้บูรณะปฏิสังขรวัด และยังมีส่วนที่เป็นถ้ำ ที่แบ่งออกเป็น ๔ ห้อง มีห้องโถงใหญ่ประดิษฐานพระประธาน 2 ห้องสำหรับหลวงพ่อชื่นมาบำเพ็ญภาวนา และห้องประดิษฐานองค์เจ้าแม่กวนอิม

การขึ้นไปบนเขาที่ประดิษฐานพระรูปองค์ใหญ่หลวงพ่อชินประทานพร และพระเจดีย์ ทำได้ทั้งเดินขึ้นบันไดนาคด้านหน้า ที่มีจำนวน ๑๕๗ ขั้น ชันประมาณ ๖๐ องศา หรือสามารถซื้อตั๋วรถรางไฟฟ้านั่งไปกลับ (ไม่ต้องเดิน) ในราคาเพียง ๑๐ บาท เมื่อขึ้นไปถึงบนเขาบริเวณวัด ด้านซ้ายติดกับบริเวณรถรางจะเป็นพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท

เดินตรงไปด้านหน้าจุดเด่นจุดแรกคือ พระชินประทานพร พระพุทธรูปองค์ใหญ่ประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง ด้านซ้ายขององค์พระเป็นวิหาร ส่วนด้านขวาเป็นพระอุโบสถอัฏมุข นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่วัดมักจะสักการะพระชินประทานพรก่อน แล้วค่อยขึ้นไปยังพระเจดีย์เกศแก้วปราสาท เพื่อนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ และชมวิวทิวทัศน์ แบบ ๓๖๐ องศา ซึ่งด้านหน้าวัดจะเห็นลำน้ำแม่กลอง ด้านหลังเป็นท้องทุ่งนาเขียวขจี ส่วนด้านข้างติดกับองค์พระเจดีย์ เป็นเก๋งจีนของวัดถ้ำเขาน้อย

ข้อมูลเพิ่มเติม

วัดถ้ำเสือได้มีการวางแผ่นฤกษ์เมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๑๒ พ.ศ. ๒๕๑๖ โดยเริ่มสร้าง “หลวงพ่อชินประทานพร” ขนาด สูง ๙ วา ๙ นิ้ว หน้าตัก ๕ วา ๓ ศอก ๙ นิ้ว นับว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นอย่างยิ่ง อยู่ในพระอิริยาบถนั่งขัดสมาธิ ปางประทานพร พระหัตถ์ขวายกขึ้นระดับพระอุระ ปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งจรดกัน กลางฝ่ามือมีดอกไม้ พระหัตถ์ซ้ายหงายมือวางบนพระเพลา (ตัก) ปลายนิ้วชี้กับนิ้วโป้งจรดกัน กลางฝ่ามือมีรูปวงล้อธรรมจักร รอบองค์พระมีเรือนแก้วครอบลักษณะเดียวกับพระพุทธชินราช องค์พระประดับกระเบื้องสีทอง สุกอร่าม รอบนอกมีซุ้มครอบองค์พระทั้งองค์ไว้อีกชั้นหนึ่ง นับได้ว่าเป็นพระพุทธรูปที่มีพุทธลักษณะงดงามเป็นอย่างยิ่ง

ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๕๑๘ ได้มีการสร้างมณฑปเพื่อครอบรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย ที่มีความยาว ๑.๕๐ เมตร และเริ่มสร้างพระอุโบสถเมื่อวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๖ ปี พ.ศ. ๒๕๒๐ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงโปรดเกล้าฯ พระราชทานวิสุงคามสีมา (พื้นที่ในการสร้างอุโบสถ) เพื่อสร้างพระอุโบสถอัฐมุข คือสร้างพระอุโบสถให้มีมุข ๘ ด้าน โดยมีมุขหลักยื่นออกมา ๔ ด้าน ระหว่างมุขแต่ละด้าน มีหลังคาจั่วซ้อนชั้นยื่นออกมา ดูเป็นมุข ๘ ด้าน ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมที่ไม่เหมือนที่ไหน เป็นการสร้างโดยเปรียบกับการเผยแผ่พระพุทธศาสนาออกไปทั้ง ๘ ทิศ เมื่อเข้าไปภายในพระอุโบสถ จะเห็นผนังเป็นแปดด้านอย่างชัดเจน ผนังประดับด้วยปูนปั้นเป็นเรื่องราวพุทธประวัติ

ต่อมาในวันขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๙ ปี พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้มีการทำพิธีลงเข็ม เทเสาเอก เพื่อก่อสร้าง “พระเจดีย์เกศแก้วปราสาท” ที่ใช้เวลาในการก่อสร้างนานถึง ๗ ปี เป็นเจดีย์ทรงแปดเหลี่ยม สีส้มอิฐ มีความสูง ๗๕ เมตร มีทั้งหมด ๙ ชั้น ตรงกลางมีบันไดเวียนสามารถเดินขึ้นไปถึงชั้นบนสุด แต่ละชั้นมีหน้าต่างติดด้วยบานกระจกเลื่อนโดยรอบ และประดิษฐานพระพุทธรูปตามบริเวณช่องหน้าต่าง สามารถขึ้นไปชั้นบนสุดเพื่อนมัสการองค์พระบรมสารีริกธาตุ ซึ่งสมเด็จพระสังฆราชเสด็จมาบรรจุไว้ เมื่อเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๕๓๓

ข้อมูลการเข้าชม วัดถ้ำเสือ

เปิดให้เข้าชมได้ทุกวัน

  • จันทร์ – ศุกร์: เวลา ๘.๓๐ – ๑๖.๓๐ น.
  • เสาร์ – อาทิตย์: เปิดเวลา ๘.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.

การเดินทางไปยังวัดถ้ำเสือ และวัดถ้ำเขาน้อย

นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจังหวัดกาญจนบุรี สามารถแวะทำบุญสักการะพระที่วัดถ้ำเสือและวัดถ้ำเขาน้อยได้ทั้งขาไปและขากลับ เพราะอยู่ไม่ไกลจากเส้นทางหลัก และห่างจากตัวเมืองกาญจน์เพียง ๑๒ กิโลเมตร วัดทั้งสองตั้งอยู่ตำบลม่วงชุม อำเภอท่าม่วง อยู่ติดกันแค่มีรั้วกั้น สามารถเข้าไปภายในวัดได้จากชั้นล่าง เพราะทั้งสองวัดไม่มีทางเชื่อมต่อกัน

การเดินทางจากกรุงเทพฯ

  1. ๑. จากกรุงเทพฯ ผ่านอำเภอบ้านโป่ง เข้าถนนแสงชูโต จะผ่านแยกมิราเคิล ออฟ ไลฟ์ จากนั้นพอถึงแยกท่าม่วง เลี้ยวซ้ายไปทางอำเภอท่าม่วง
  2. ๒. ผ่านหน้าโรงพยาบาลท่าม่วง วนวงเวียนหอนาฬิกา เพื่อเลี้ยวซ้ายไปถนนเลียบคลองชลประทาน
  3. ๓. เจอสามแยก เลี้ยวขวาไปอีก ๒ กิโลเมตร (มีป้ายบอกทาง) ให้วิ่งไปทางเดียวกับวัดม่วงชุม พอเลยวัดม่วงชุมไปจะเห็นทางเข้าวัดถ้ำเสือ อยู่ทางซ้ายมือ

การเดินทางจากตัวเมืองกาญจน์

  1. ๑. จากตัวเมืองกาญจน์ วิ่งผ่านหน้าโรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา เจอสามแยกไฟแดงตรงหน้าศาลากลางจังหวัด ให้เลี้ยวขวา
  2. ๒. หลังจากข้ามสะพานแล้ว ให้ทำการเลี้ยวซ้ายข้างสะพาน (ทางเดียวกับทางไปวัดบ้านถ้ำ) จากนั้นวิ่งถนนสายใน ไปอีกประมาณ 10 กิโลเมตร
  3. ๓. วิ่งข้ามคลองชลประทานไป จนเห็นวัดม่วงชุม เลี้ยวขวาข้างวัด (ตรงนี้ไม่มีป้ายบอกทาง) วิ่งเลาะรั้ววัดมา ถึงสามแยกเลี้ยวขวา จะเห็นป้ายทางเข้าวัดถ้ำเสือทางซ้ายมือ

ข้อแนะนำเพิ่มเติม วัดถ้ำเสือ และ วัดถ้ำเขาน้อย

  • วัดถ้ำเสือ และ วัดถ้ำเขาน้อย เป็นวัดที่อยู่ติดกัน สามารถเที่ยวชมได้ทั้งสองวัดในวันเดียวกัน
  • วัดถ้ำเสือ มีรถรางไฟฟ้าสำหรับบริการผู้ที่ไม่สะดวก หรือ ไม่สามารถเดินขึ้นบันไดได้ (บันไดค่อนข้างแคบและชัน) ส่วนวัดถ้ำเขาน้อยไม่มีรถรางบริการ การเดินขึ้นไปยังเจดีย์หมื่นพุทธจะมีเส้นทางค่อยๆ ไต่ระดับ เดินง่าย ไม่ชันมาก
  • ควรแต่งกายสุภาพเข้าวัด
  • การเดินทางไปยังวัดถ้ำเสือ และวัดถ้ำเขาน้อย มีบางช่วงเส้นทางค่อนข้างซับซ้อน เพราะต้องผ่านเข้าไปในเส้นทางแคบในเขตชุมชน และบางจุดป้ายบอกทางไม่ชัดเจน ควรสังเกต ยอดของพระเจดีย์เกศแก้วปราสาทของวัดถ้ำเสือ แล้วมุ่งเดินทางไปตามเส้นทางนั้น
แสดงความคิดเห็น

แสดงความเห็น